xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : เปิดลับแผนชั่วบึ้มกรุงเทพ 13 มือระเบิดสั่งตรงจากใต้

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2562 ตอน เปิดลับแผนชั่วบึ้มกรุงเทพ 13 มือระเบิดสั่งตรงจากใต้



ระเบิดก่อการร้ายใจกลางราชธานีหลายจุด และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เหตุเกิดในเย็นวันที่1 และรุ่งเช้าวันที่2 สิงหาคม ขณะนี้สามารถเชื่อได้ว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

ส่วนปมเหตุมาจากเรื่องใด จะเป็นการขยายแนวรบของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน อย่างที่หวั่นเกรงกัน หรือว่าเป็นงานรับจ้างก่อการร้าย และจะมีใครเป็นไอ้โม่งตัวร้าย “คนบงการ” คงต้องรอฟังคำตอบจากการสืบสวนสอบสวนจากทางการ

ขณะเดียวกัน ส่วนที่คิดกันว่า รัฐบาลทำเองเพื่อสร้างสถานการณ์ แล้วหวังโยนความผิดให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ประเด็นนี้คงเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าคิดทำเช่นนั้นก็ปัญญาอ่อนมาก และอำมหิตสุดไป
เพราะเป็นการทำลายเครดิตตัวเอง ซึ่งไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็จะได้ไม่คุ้มเสีย ยังจะเอาชีวิตคนเป็นเหยื่อ

โดยเฉพาะตัว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เหมือนถูกลูบคม หลังมีระเบิดป่วนกรุงเทพ ก่อนวันที่จะมาประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเพียง 1 วัน

จนหลายคนนำไปโยงว่า มีคนบางกลุ่มไม่พอใจที่มาคุมตำรวจแทน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กับอีกจุดหนึ่งคือ วันนี้ “บิ๊กตู่” กำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคงแทบจะเบ็ดเสร็จ ในฐานะ “รมว.กลาโหม” มีทหารตำรวจอยู่ในการดูแล แต่มาเจอหยามหน้าด้วยการก่อเหตุระเบิดปูพรมทั่วกรุงเทพ ในทางการเมืองถือว่าเสียรังวัดไม่น้อย

ทั้งที่เรื่องความสงบเรียบร้อยในประเทศเป็นจุดแข็งและเครื่องหมายการค้าของรัฐ ตามแคมเปญตอนหาเสียง “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” แต่เจอระเบิดทั่วกรุงถือเป็นการดิสเครดิตอย่างแรง

ทำให้บิ๊กตู่ หมดน้ำยา ของไม่ขลังเหมือนตอนมีมาตรา 44 อยู่ในมือ

อย่างไรก็ตาม ระเบิดป่วนกรุงเทพครั้งนี้ จึงสันนิษฐานได้ว่า เป็นฝีมือขบวนการต่อต้านคสช. ที่มีเชื้อมาจากเหตุการณ์บอมบ์ป่วนเมืองหลายครั้งในระยะ5 ปีที่คสช. อยู่ในอำนาจ โดยมีผู้ก่อการร้ายสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพวกมือรับจ้าง

ที่เด่นชัด ก็เป็นเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2559 มีเหตุระเบิดหลายจุดในจังหวัดต่างๆทั่วภาคใต้ จนระเบิดลามมาเป็นชุด และปิดฉาก ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2 วันซ้อน หรือ เหตุระเบิดรูปปั้นนางเงือก ที่หาดสมิลา จ.สงขลา ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วัน

ทั้งสองเหตุการณ์มีความพยายามทำให้หลงประเด็นว่า สงครามแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ลุกลามออกนอกพื้นที่ และวันนี้มายังเมืองหลวงแล้ว ทั้งที่ความจริง มันเป็นประเด็นการเมือง ไม่ใช่เรื่องอื่น

ถึงตอนนี้ เบื้องหลังแผนชั่วเริ่มคลี่คลายออกมาแล้ว การสอบสวนได้ล้วงความลับมาได้ว่า แผนการบอมบ์และเผากรุงเทพ เริ่มมีการวางแผนจะลงมือในระหว่างวันที่20-21 กรกฎาคม มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่รู้สาเหตุที่ยกเลิกไป จนเปลี่ยนมาเป็นวันที่1-2เดือนนี้แทน

ซึ่งวันที่1และ2เดือนสิงหาคม ก็เป็นการแสดงรหัสตัวเลขเชิงสัญลักษณ์เหมือนเช่นเหตุระเบิดทั่วภาคใต้เมื่อปี 2559

จากบันทึกการสืบสวนสอบสวน พบว่ากลุ่มขบวนการผู้ก่อการร้าย เดินทางมาจากจังหวัดนราธิวาส จำนวน13 คน ทั้ง13คนล้วนเป็นโจร ไม่ใช่คนมีอุดมการณ์อะไรอย่างที่อ้าง แต่ล้วนมีความรู้ และประสบการณ์ในการประกอบระเบิดแสวงเครื่องมาอย่างดี ชำนาญการวางระเบิดทุกคน

ในขบวนการยังมีตัวการสำคัญอีก 2 คน เป็นคนที่พักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพ รับหน้าที่เป็นคนที่จัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำระเบิดแสวงเครื่อง และจัดหาพาหนะให้ และพาไปชี้เป้าหมาย

ขบวนการก่อการร้ายที่ลงมือมีด้วยกันทั้งหมด 15 คน 13 คนเป็นมือระเบิด ส่วนอีก2คนเป็นคนประสานงานตามแผน

ในวันออกปฏิบัติการ กลุ่มมือระเบิด13 คนถูกแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกใช้ย่านสยามสแควร์เป็นที่รวมตัว กลุ่มนี้ออกไปปฏิบัติภารกิจชั่วที่หน้า สตช.สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี และสยามสแควร์ทั้งวางระเบิด และวางไฟร์บอมบ์หรือระเบิดไฟ ที่เกิดไฟไหม้ตลาดย่านประตูน้ำและร้านขายตุ๊กตาสยามสแควร์

อีกกลุ่มหนึ่ง ชุมนุมกันที่สวนจตุจักร จากนั้นก็แยกย้ายกันไปวางระเบิดที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งระเบิดทุกลูกและไฟร์บอมบ์จะตั้งเครื่องหน่วงเวลาไว้ให้ทำงานพร้อมกันในเช้าวันที่2 ส. ค.

แผนการของคนร้าย เริ่มเดินในช่วงค่ำวันที่1 ส. ค. เมื่อวางระเบิดครบทุกเป้าหมายเสร็จแล้ว ทุกคนก็จะต้องกลับถิ่นฐานที่ภาคใต้ในคืนวันเดียวกัน โดยเดินทางไปลงอำเภอ หาดใหญ่ จ. สงขลา

คนร้ายใช้รถทัวร์เพราะปลอดภัยจากสายตาตำรวจมากกว่าทางอื่น และไม่ไปขึ้นที่สถานีขนส่งรถสายใต้ แต่จะหลบมาขึ้นรถทัวร์สายใต้ที่หมอชิตใหม่ จตุจักรแทน เพื่ออำพรางตัว และไม่เป็นที่ถูกจับตา เพราะคนทั่วไปรู้แต่ว่าหมอชิตเป็นรถสายเหนือและอีสาน แต่ความจริงมีบริการสายใต้ด้วย

คนร้ายสองคนที่ถูกจับกุมได้ ก็ขึ้นรถทัวร์กรุงเทพไปหาดใหญ่ ตำรวจตามไล่กล้องมาจนเจอตัวที่หมอชิตใหม่ จากนั้นก็สั่งการให้ตำรวจภูธร ภาค7 ประกบรถทัวร์คนนั้นไป จนถึงด่านที่จังหวัดชุมพร จึงใช้จังหวะนั้นเข้ารวบตัว

หลักฐานสำคัญที่ยืนยันเป็นคนวางระเบิดหน้าสตช. ตัวจริง เพราะแม้คนร้ายได้เปลี่ยนชุดเสื้อผ้าถึงสองครั้ง เพื่อไม่ให้ใครจำได้ง่าย แต่ยังเก็บรองเท้าผ้าใบสีชมพูที่สวมตอนลงมือไว้ในกระเป๋าเดินทาง คงรักและเสียดายรองเท้า เลยจนมุม

การรวบตัวคนก่อเหตุได้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลรอดตัวไปจากประเด็นที่มีการคิดเป็นระเบิดป่วนเมืองสร้างสถานการณ์ แต่รัฐบาลก็อยู่ในสถานการณ์ลำบาก ที่มาเจอฝ่ายตรงข้ามเล่นแรงตั้งแต่ตอนนี้ แล้วระลอกใหม่ที่จะตามมาอีก จะขนาดไหน จะไม่หนักกว่านี้หรือ

เมื่อรู้กันแบบนี้แล้ว ก็ต้องรับตัดไฟแต่ต้นลม ต้องใช้ยุทธวิธีปราบปรามอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยให้คนร้ายลอยนวล ให้มันย้อนกลับมาเล่นงานได้อีก


กำลังโหลดความคิดเห็น...