xs
xsm
sm
md
lg

นัดพิพากษาคดี กปปส.ชุมนุมสำนวนแรก ฐานกบฎ พรุ่งนี้ 9โมงเช้า

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - ศาลอาญานัดพิพากษาคดี กปปส.ร่วมกันชุมนุมขับไล่รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" สำนวนแรกในคดีกบฎ พรุ่งนี้ 9โมงเช้า ส่วนอีก 4 สำนวนอยู่ระหว่างการสืบพยาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ (25 ก.ค.) ห้องพิจารณา 711 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีกลุ่มกปปส.ชุมนุมขับไล่รัฐบาล หมายเลขดำ อ.1191/2557 สำนวนแรก ทที่ "พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4" ได้ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปี แกนนำ กปปส. และนายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปี อดีต ส.ส.กทม.ร่วมชุมนุม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. เป็นจำเลยที่ 1- 2 ต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2557 นั้น ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร ,มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล , ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 รวม 8 ข้อหา โดยศาลอาญา ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1191/2557

ต่อมาอัยการยังได้ทยอยยื่นฟ้องนักวิชาการที่ร่วมชุมนุม กปปส.อีก 2 คน คือ "นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์" อายุ 68 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง (สปช.) ในคดีหมายเลขดำ อ.1298/2557

และ "นายเสรี วงศ์มณฑา" อายุ 70 ปี นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด ในคดีหมายเลขดำ อ.1328/2557 ในความผิดฐานร่วมกันกบฎเช่นกัน โดยจำเลยทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธพร้อมสู้คดี ขณะที่จำเลยทั้งสี่ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2556 จนถึงวันฟ้อง (เดือน พ.ค.2557) ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ฟ้องกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและเกินกว่า 10 คนสมคบกันเป็นอั้งยี่-ซ่องโจร ซึ่งร่วมกันและแบ่งหน้าที่กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ โดยมีการจัดตั้งเป็นคณะบุคคลชื่อ “ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.” ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณประกาศตัวเป็นเลขาธิการ กปปส. โดยจำเลยทั้งสองเป็นสมาชิกและเป็นกรรมการผู้มีหน้าที่สั่งการ ร่วมกันปลุกระดม ยุยง ชักชวนให้ประชาชน เข้าร่วมการชุมนุมและร่วมกิจกรรมในการก่อความไม่สงบ มุ่งขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี รวมทั้งดำเนินการคัดค้านและขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้มีนายกรัฐมนตรี และครม.ชุดใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำโดยปราศรัยชักชวนประชาชนให้ออกมาขับไล่รัฐบาล อีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เป็นกองกำลังทั้งที่มีอาวุธและไม่มีอาวุธ บุกเข้าไปยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อไม่ให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ และมีการใช้กำลังขัดขวางต่อสู้ทำร้ายร่างกาย โดยวันที่ 16 ม.ค.2557 เวลากลางคืน ได้มีการจัดตั้งสะสมกองกำลังอันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกบฎ และประกาศรับสมัครชายฉกรรจ์ 500 คน เพื่อทำการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และจับตัวรัฐมนตรีคนอื่นๆ บีบบังคำให้ลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้งจัดตั้งศาลประชาชนขึ้นพิจารณาลงโทษและริบยึดทรัพย์ อันเป็นการล้มล้างอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ

นอกจากนี้วันที่ 13 ม.ค. - 2 มี.ค.2557 จำเลยพร้อมพวก ยังได้ปิด กทม. มีการตั้งเวทีปราศรัย 7 แห่ง ปิดกั้นการจราจรและได้ยึดครองไม่ให้ประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าว โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต รัฐบาลมอบหมายให้ศูนย์รักษาความสงบและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) ออกคำสั่ง ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้จำเลยและพวก เลิกชุมนุมและบุกรุกสถานที่ราชการ หยุดปิดกั้นการจราจร แต่จำเลยกับพวกไม่เลิกกระทำการดังกล่าว เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ขณะที่ท้ายคำฟ้องอัยการ ไม่ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยแต่อย่างใด

จนกระทั่งวันที่ 13 ก.พ.2558 ระหว่างคดีเริ่มสู่กระบวนการตรวจพยานหลักฐาน อัยการได้ขอรวมสำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกันพิจารณาเป็นสำนวนคดีเดียวกัน เพื่อให้ขั้นตอนการพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว เนื่องจากมีมูลคดีและพยานหลักฐานชุดเดียวกัน ศาลก็อนุญาต โดยอัยการโจทก์ แถลงต่อศาล มีพยานหลักฐานเอกสารนำส่งศาล ทั้งสิ้น 216 แฟ้มรวม 27 กล่อง ซึ่งกนะบวนการสืบพยานได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 จนเสร็จสิ้นในปี 2562 นี้

โดยคดีการชุมนุม กปปส. นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค.2557 คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำ , นักวิชาการ , แนวร่วม รวม 51 ราย โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) สามารถนำตัวส่งให้อัยการ ยื่นฟ้องได้ 4 คนดังกล่าวชุดแรกก่อน

ส่วนที่เหลือนั้น คือกลุ่มนายสุเทพ , นายถาวร เสนเนียม กับพวกซึ่งเป็นแกนนำ กปปส. และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งกลุ่มนักวิชาการ 48 รายนั้น อัยการ รอดีเอสไอส่งตัวผู้ต้องหาเพราะระหว่างนั้นยังติดช่วงการชุมนุมยังไม่สามารถนำตัวมาได้

จนเมื่อยุติการชุมนุมแล้ว เดือน ม.ค.2558 นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. , นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ อดีตโฆษก กปปส. , พระพุทธอิสระ และแกนนำ กปปส. เวทีต่างๆ พร้อมด้วยแนวร่วมที่มีทั้งกลุ่ม พธม.เดิม - กลุ่มนักวิชาการ ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันและสนับสนุนเป็นกบฏ ทยอยเดินทางเข้าพบอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อรายงานตัวตามขั้นตอน พร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการในการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งอัยการิจารณาแล้วก็คงยืนยันคำสั่งให้ฟ้องกนนำ - แนวร่วมกปปส. ดังกล่าว

ตั้งต้นเดือน ม.ค.2561 - ต้นปี 2562 อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้ทยอยไล่ฟ้อง "นายสุเทพ" อดีตเลขาธิการ กปปส. , แกนนำ กปปส.เวทีจุดต่างๆ รวม 32 รายใน 5 สำนวน ซึ่งทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ปัจจุบันนี้คดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญาได้สืบพยานโจทก์ คดีกปปส. ชุดนายสุเทพนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ขณะที่จำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย

สำหรับคดีกลุ่ม กปปส.นั้น ยังเหลือผู้ต้องหาที่รอส่งตัวอีก 10 กว่าคน อาทิ นายพิภพ ธงชัย อดีตแกนนำ พธม. , นายนิติธร ล้ำเหลือ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์


กำลังโหลดความคิดเห็น...