xs
xsm
sm
md
lg

“สราวุธ” เผยไม่มีแนวคิดตั้งศาลจราจร แค่ออก กม.พิจารณาคดี หรือตั้งแผนกเฉพาะ

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - "เลขาฯศาลยุติธรรม"ระบุ ไม่มีแนวคิดตั้งศาลจราจร แค่ออกกฎหมายพิจารณาคดี หรือตั้งแผนกคดีเฉพาะ ขณะเดียวกันไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มโทษคดีจราจร แนะทางแก้พวกเมาแล้วขับ ต้องเน้นรณรงค์ป้องกันให้สังคมตระหนักรู้

วันนี้ (30 มิ.ย.) นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดงานสัมมนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.นี้ โดย "นายสราวุธ" กล่าวตอบคำถามสืิ่อถึงแนวคิดการตั้งศาลจราจรว่า ตามที่ตนเป็น 1 ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีนายอรรถพร จารุจินดา เป็นประธานนั้น จริงๆ ตามแผนปฏิรูปก็เสนอออกเป็นแค่ร่างกฎหมาย "วิธีพิจารณาคดีจราจร..." ซึ่งเป็นตัวเดียวกับศาลยุติธรรมเคยยกร่างไว้ แล้วเมืิ่อมีสภาปฏิรูปฯ ขึ้นมา จึงนำร่างนั้นมาปัดฝุ่นใหม่ และเมื่อส่งเรื่องกลับมาสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งตามขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมาย ต้องเสนอเป็นวาระให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) พิจารณาโดยตนนำเสนอวาระต่อ ก.บ.ศ.แล้วว่าจะเห็นชอบด้วยลักษณะหรือไม่

อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้วเราไม่ต้องการศาลเพิ่ม โดยให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้ว เช่น มีศาลแขวงก็ใช้ศาลแขวง โดยคิดว่าจะให้มีแผนกจราจร ใช้ "ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร..." ส่วนนี้คือสิ่งที่จะทำ ซึ่งตอนนี้ประธานศาลฎีกาก็ยังไม่มีนโยบายเปิดศาลเพิ่มเพราะมองว่า ปัจจุบันคดีในศาลยุติธรรม 275 แห่งทั่วปะเทศ มีปริมาณคดีเกือบ 2 ล้านคดี เทียบกับปริมาณศาลที่ให้บริการอยู่ก็เพียงพออยู่แล้ว

สำหรับแนวทางว่าจะเกิดเป็น "ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร..." หรือ ทำเป็นแผนกคดีจราจร ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ทันภายในปี 2562 นี้ เพราะวันนี้การพิจารณาร่างกฎหมายคงต้องใช้เวลาในการเสนอเข้า ครม. ผ่านสภาผู้แทนและวุฒิสภา ต่างกับยุค สนช. อีกทั้งยังมีอีกหลายประเด็นต้องพิจารณา

ส่วนก่อนหน้านี้เคยมีการพูดคุยกันในวงสัมมนา มีการเสนอให้ปรับอัตราโทษขั้นต่ำการลงโทษกลุ่มเมาแล้วขับ ในข้อหากระทำประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็น 15 หรือ 20 ปี เพื่อไม่เปิดช่องในการรอลงอาญา แทนที่จะเสนอข้อหาฆ่าหรือพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่จะเป็นการลงโทษรุนแรงทำให้ผู้ก่อเหตุรู้สึกในความผิดและเกิดความเกรงกลัว

นายสราวุธ กล่าวว่า ถ้ามุมมองของศาล ก็เหมือนปัญหายาเสพติด การเพิ่มโทษแก้ปัญหาอาชญากรรม แก้ปัญหาความผิดได้หรือไม่ ทุกวันนี้คดียาเสพติด 70-80 % ทั้งหมดที่อยู่ในเรือนจำก็โทษสูงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตไม่ใช่หรือ แล้วโทษประหารชีวิตแก้ปัญหาการกระทำผิดของคนได้หรือไม่

"ผมคิดว่าการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่แก้โดยวิธีการเพิ่มโทษ เพิ่มโทษไม่ใช่ทางออกในทางอาชญวิทยา แต่ปัญหาเหล่านี้ต้องสร้างการรับรู้ของคนในสังคมให้คนช่วยกันรณรงค์ป้องกันที่จะทำสิ่งเหล่านั้น อย่างถ้าไปงานเลี้ยงแล้วเมา แทนที่เราจะขับกลับเองแล้วเราก็เรียกรถที่ให้บริการส่งคนมาช่วยขับกลับบ้าน พยายามรณรงค์ให้ข้อมูล ให้ความสะดวก ให้ทุกคนทำโดยชี้ให้เห็นว่าอย่างนี้จะมีประโยชน์มากกว่า ให้ทำในเชิงป้องกันดีกว่า"

ส่วนการพิจารณาคดีเมาแล้วขับ ที่มีการเสนอว่าไม่ควรนำเรื่องการรอการลงโทษมาใช้นั้น เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การรอลงอาญา ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่เห็นว่าการจำคุกระยะสั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร แทนที่จะให้เขากลับตัวคนดีและเยียวยาชดใช้ให้สังคมกับการลงลงโทษเพื่อแก้แค้นทดแทนเราต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ต้นคิดว่ากลไกกฎหมายเรื่องการใช้ดุลย์พินิจรอการลงโทษตามประมวลความอาญา มาตรา 56 มีไว้ก็เพื่อสร้างความสมดุล ในการพิจารณาแต่ละเรื่องซึ่งเราไม่สามารถที่จะพิจารณาลงโทษคนตามกระแสตามความสะใจของแต่ละคนนั้นไม่ได้

ดังนั้นเราต้องมองภาพรวมทั้งหมดในระบบของการบริหารจัดการ ซึ่งสิ่งที่ตนมองว่าเราควรทำงานเน้นเรื่องการรณรงค์เพื่อเป็นการป้องกันนั้นก็ต้องทำแบบบูรณาการตั้งแต่ครอบครัว สถานศึกษา และทุกองคพยพในสังคมต้องช่วยกัน โดยต้นทุนที่เสียไปนั้นก็น้อยกว่า ต้องสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติตามกฎหมายที่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างเหมือนประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่คนในประเทศนั้นเคารพกฎหมาย โดยวัฒนธรรมเหล่านั้นมีส่วนที่ดี มากกว่าโทษที่รุนแรง ซึ่งทำจนเป็นอุปนิสัยความเคยชิน ส่วนศาลเป็นลำดับสุดท้ายปลายทาง โดยคดีเพิ่มขึ้นทุกปีก็ต้องคิดว่าทำอย่างไรจะให้ลดน้อยลง


กำลังโหลดความคิดเห็น...