xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ปชป.ลงเรือแป๊ะ ยื้อจนนาทีสุดท้าย

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2562 ตอน ปชป.ลงเรือแป๊ะ ยื้อจนนาทีสุดท้าย



พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และอุ้มพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่จริงๆ มันเดากันไม่ยากสุดท้ายแล้วจะลงเอยแบบไหน เพียงแต่ด้วยจริตทางการเมือง บวกกับความเก๋าเกมของประชาธิปัตย์ เลยทำให้ผู้คนหวาดระแวงแบะลุ้นกันไปต่างๆนานา

มีหรือประชาธิปัตย์จะไม่คว้าโอกาสที่พุ่งมาชน เพราะว่ากันตามเนื้อผ้า หากประชาธิปัตย์จะไม่มาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ คงหันไปจับมือกับขั้วพรรคเพื่อไทยตั้งแต่แรก ไม่ปล่อยให้คาราคาซังถึงวันนี้

หากคิดขัดปัญหาจุดยืนที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่เอา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐจริง คงทำให้ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคแตกแยกทางกันไป คนละทิศนานแล้ว

ต้องไม่ลืมว่า ขั้วพรรคเพื่อไทยประเคนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้ถึงที่ตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จหมาดๆ อันเป็นหมากสกัดท็อปบูตสืบทอดอำนาจ แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทอดไมตรีรับเลย นั่นคือคำตอบว่า อย่างไรก็ไม่ร่วมหอลงโรงกับฝั่งนั้น

ส่วนสาเหตุที่ให้คำตอบช้าทั้งที่ไม่ปันใจเป็นอื่น เพราะยี่ห้อประชาธิปัตย์เมื่อรู้ว่า ตัวเองสำคัญ ย่อมต้องทำทุกทางเพื่อให้พรรคได้ประโยชน์ที่สุด โดยเฉพาะในการกลับสู่อำนาจ

อย่างที่เห็นกัน ขนาดเป็นแค่พรรค 53 เสียง ยังกดพรรคพลังประชารัฐที่มี 116 เสียง ให้ยอมปล่อยเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาให้ได้ นับประสาอะไรกับเก้าอี้รัฐมนตรีที่จะต่อรองกัน มาไม่ได้

แต่ละกระทรวงที่ประชาธิปัตย์ต้องการ แลกกับการเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่างเป็นยาบำรถึงอาหารเสริมในการฟื้นฟูพรรค โดยเฉพาะกับฐานเสียงภาคใต้ ที่ราคายางและปาล์มกำลังวิกฤติ

การคุมกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเดียวไม่สามารถคอนโทรลกลไกราคาสินค้าเกษตรอย่างยางพาราและปาล์มได้ แต่ต้องมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาควบกัน เพื่อนำไปปลุกกระแสประชาธิปัตย์ในภาคใต้กลับมา

ประชาธิปัตย์ยืนยันหนักแน่นว่าจะเอาสองกระทรวงนี้ ให้ได้ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐจะไม่ยอมก็เป็นปัญหาภายใน แต่ไม่ใช่ปัญหาของก๊กสีฟ้า

ปชป. ใช้อำนาจความเป็นตัวแปรให้คุ้ม เพราะรู้ว่าอยู่แล้วว่า รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำต้องมีประชาธิปัตย์อยู่ในสภาฯ หากหวังจะอายุยืนมากขึ้นกว่าเก่า

ประชาธิปัตย์จึงเดินเกมขย่มพลังประชารัฐเต็มที่ ทั้งที่ใจลึกๆแล้วก็หวาดว่าจะเจอพรรคพลังประชารัฐไม่สนใจ เล่นไม้แข็ง ไม่ยกของดีให้ ซึ่งประชาธิปัตย์ก็ไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะถ้าตัดสินใจแบบนั้น ส.ส.กลุ่มที่จงรักภักดีสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ยอมไปด้วย

ประชาธิปัตย์จะไปกันแค่ 20 กว่าคน ในขณะที่อีก 20 กว่าคนไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ กลายเป็นพรรคไร้เสถียรภาพ ไม่ส่งผลดีใดๆ ต่อสนามเลือกตั้งครั้งหน้า

ขณะที่การเป็นฝ่ายค้านอิสระ สูตรนี้ไม่ต้องคิด เพราะมันเป็นแค่คำสวยหรู เพราะประชาธิปัตย์เองก็รู้ดีว่า แนวทางนี้มันไม่มีจริง สุดท้ายคนก็มองว่า ประชาธิปัตย์ย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยอยู่ดี ในฐานะฝ่ายค้านร่วมกัน มีผลต่อคะแนนเสียงในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป

ไม่ว่าจะอย่างไร ชั่งน้ำหนักแล้ว ทางที่ต่อลมหายใจในวันนี้ได้ คือมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ อย่างน้อยก็รักษาฐานเสียงส่วนใหญ่เอาไว้ได้ แถมยังมีอำนาจไว้ใช้ในการฟื้นฟูพรรคในช่วงเวลาต่อจากนี้

แถมสถานการณ์ตอนนี้ ถึงนาทีนี้ การค้าได้กำไรมากมาย คิดบัญชีแล้วได้มากคุ้มเกินคุ้มกับ ส.ส.ที่มี 53คน แต่โก่งเก้าอี้รัฐมนตรีมาได้เกือบสิบที่นั่ง กับหนึ่งตำแหน่ง ประมุขอำนาจนิติบัญญัติ

เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ก็หยิบเอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาเป็นกำแพงพิงหลัง ส่วนทางลงและทางออกของการร่วมเป็นรัฐบาล ที่จะไม่ทำให้ภายในพรรคแตก และไม่ทำให้กลุ่มไม่เอา พลเอก ประยุทธ์ หน้าแตก

ก็คือ ประชาธิปัตย์ประกาศร่วมรัฐบาล แต่คงปล่อยส. ส. ให้ฟรีโหวต สำหรับเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่5 มิถุนายนนี้ ที่คำนึงถึงหัวใจของ“อภิสิทธิ์” ที่ออกตัวไปหนุนพลเอก ประยุทธ์ จะให้ยึดตามมติพรรคก็เสมือนฆ่าอภิสิทธิ์ จะเสียคนได้

จะให้อภิสิทธิ์กับคนในพรรคในสายไม่เอาบิ๊กตู่ฝืนมติพรรค โหวตสวนก็จะเสียหลักการ กติกามารยาทของพรรคเก่าแก่ ทางลงที่ลงตัวที่สุดก็คือ โหวตนายกรัฐมนตรี ปล่อยให้สมาชิกพรรคฟรีโหวต แต่ร่วมรัฐบาล

วันนี้พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่า และพรรคเล็กอีก 11 พรรค รวมกันได้ 254 เสียง

ขณะที่ขั้วพรรคเพื่อไทยมี 246 เสียง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าร่วมประชุมไม่ได้ เลือก 245 เสียง

วัดกำลังกันฝั่งพรรคพลังประชารัฐก็ยังเยอะกว่า ตัด “ชวน หลีกภัย” ที่เป็นประธานรัฐสภา ซึ่งต้องงดออกเสียง ตัดอภิสิทธิ์ และเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่จะงดออกเสียง เหลือ 251 เสียง ก็ยังชนะอยู่ดี ยังเหลือโควตาให้ประชาธิปัตย์งดอีกเสียงได้ถึง 5 คน!

ชั่วโมงนี้พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ต้องการ ส.ส.เสียงกึ่งหนึ่งของสภา ก่อนผสมกับ ส.ว. แต่ต้องการมีปริมาณมากกว่าอีกขั้วหนึ่งเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...