xs
xsm
sm
md
lg

สมาชิกกลุ่มฌาปนกิจฯ อ.กระสัง ร้องกองปราบฯ สอบ คกก.อ้างเงินหมดสั่งปิดกองทุนฯ ทั้งที่เปิดมา 10 ปี มีเงิน 16 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ชาวบ้านบุรีรัมย์ร้องกองปราบปรามช่วยตรวจสอบ คณะกรรมการกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ อ.กระสัง ระบุไม่โปร่งใส สมาชิกฯ ส่งเงินเข้ากองทุนนับสิบปี มีเงินรวม 16 ล้านบาท แต่วันดีคืนดีกลับอ้างว่าเงินหมด ลอยแพสมาชิก แจ้งความท้องที่คดีไม่คืบ เชื่อมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง เพราะคณะกรรมการฯแต่ละคนเป็นข้าราชการท้องถิ่น

วันนี้ (24 พ.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 09.30 น. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พา น.ส.กาญจนะพัฒน์ มรกต อายุ 54 ปี อาชีพเกษตรกรชาว จ.บุรีรัมย์ พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ อ.กระสัง จำนวนกว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เอกรัตน์ ขวัญฤทธิ์ รอง สว.กก.3 บก.ป. เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกลุ่มที่ไม่โปร่งใสจากกรณีเงินสะสมของสมาชิกจำนวน 16 ล้านบาทสูญหายไป จนทำให้บรรดาสมาชิกกว่า 1 พันคนได้รับความเดือดร้อน โดยนำเอกสารหลักฐานมามอบให้ประกอบการพิจารณา

น.ส.กาญจนะพัฒน์กล่าวว่า กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ อ.กระสัง ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2548 มีสมาชิกกว่า 1 พันคน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและผู้สูงอายุในพื้นที่ อ.กระสัง ตนและชาวบ้านเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีอีกทั้งยังหวังว่าหากตนเสียชีวิตไปอย่างน้อยบุตรหลานหรือคนในครอบครัวของตนจะได้รับเงินจำนวน 4 หมื่นบาท จากทางกลุ่มกลับคืนมาบ้าง ที่ผ่านมาตนและสมาชิกรายอื่นๆ ก็ได้จ่ายเงินค่าสมาชิกให้กับทางกลุ่มอย่างต่อเนื่องทุกเดือนตามเงื่อนไขที่มีการตกลงกันไว้ ในข้อแม้ที่ว่าหากมีสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต สมาชิกคนอื่นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องจ่ายเงินให้กับทางกลุ่มเพื่อนำไปใช้เป็นทุนช่วยเหลือมอบให้แก่ครอบครัวผู้เสียหายชีวิต ศพละ 50 บาท โดยบางเดือนตนเองต้องยอมจ่ายเงินค่าดังกล่าวให้ทางกลุ่มเป็นจำนวนเงินมากถึง 3-4 พันบาท หากเดือนนั้นมีสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิตจำนวนหลายราย

น.ส.กาญจนะพัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาสมาชิกในกลุ่มไม่เคยทราบรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีรายรับรายจ่ายของทางกลุ่มเลยว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งเมื่อช่วงปี 2560 เริ่มมีสมาชิกบางรายไม่ได้รับเงินค่าช่วยเหลือจากทางกลุ่มตามที่ตกลงกันไว้ โดยอ้างว่ายอดเงินกองทุนของกลุ่มมีไม่เพียงพอที่จ่ายให้กับสมาชิกที่เหลือ บรรดาสมาชิกจึงเกิดความสงสัย เพราะหากนับเงินที่เรียกเก็บจากสมาชิกตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนกลุ่มดังกล่าวน่าจะมียอดเงินรวมไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท แต่เมื่อสอบถามทางคณะกรรมการกลับบอกว่าเงินกองทุนหมดและไม่มีคำตอบที่ชัดเจน จึงไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อ.กระสัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จนมีการประกาศยุบกลุ่มปล่อยลอยแพสมาชิกเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนยอดเงินกองทุนของกลุ่มที่เหลืออยู่ 6 หมื่นบาทนั้นก็ให้นำไปแบ่งกันเอง

“ฉันและบรรดาสมาชิกมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะพวกได้ส่งเงินตามเงื่อนไขให้กับกลุ่มมาเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่กลับไม่ได้รับเงินชดเชยแต่อย่างใด อีกทั้งการตรวจสอบกลุ่มดังกล่าวก็ไม่โปร่งใสและเชื่อว่ามีผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการท้องถิ่นระดับสูงหนุนหลัง เพราะคณะกรรมการกลุ่มส่วนใหญ่เป็นข้าราชการท้องถิ่น จึงได้รวมตัวมาร้องกองปราบปรามเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ฉันและชาวบ้านด้วย” น.ส.กาญจนะพัฒน์กล่าว

ด้านนายรณณรงค์กล่าวว่า สำหรับกลุ่มดังกล่าวจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่ได้มีการจดทะเบียนหรือขออนุญาตจัดตั้งทั้งในรูปแบบสหกรณ์หรือสมาคม ในส่วนนี้ก็คงต้องดูว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สหกรณ์ฯ รวมไปถึงความผิดฐานยักยอกหรือไม่ กรณีนี้ไม่อยากให้ปล่อยผ่านเพราะผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านผู้สูงอายุ เงินที่พวกเขานำมาจ่ายให้กับทางกลุ่มก็เป็นเงินเบี้ยชราที่ได้รับจากภาครัฐ เพื่อหวังว่าจะมีเงินให้ลูกหลานได้ใช้หลังจากตนเองเสียชีวิต

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่นำมามอบให้ ก่อนส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป





กำลังโหลดความคิดเห็น...