xs
xsm
sm
md
lg

ทลายเว็บไซต์อนาจารเด็ก จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในไทย-ออสเตรเลีย มีตร.ยศนายดาบหัวหน้าแก๊ง

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online -ดีเอสไอ ร่วม INTERPOLแถลงผลการจับกุม เว็บไซต์อนาจารเด็ก จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในไทย-ออสเตรเลีย ล้วนเป็นเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็ก หลังจับกุมตร.ยศนายดาบหัวหน้าขบวนการ

วันนี้ (23 พ.ค.) เวลา 14.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รอง ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รอง ผอ. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผู้แทนสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 สำนักงานกฎหมายเอส อาร์. สำนักงานองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงการจับกุม กรณีการเปิดเว็บไซต์เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ดีเอสไอ ได้รับข้อมูลจากสำนักงานองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เกี่ยวกับเว็บไซต์ของประเทศไทยที่มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กให้แก่สมาชิกของเว็บไซต์ โดยพบภาพเด็กจากภูมิภาคของประเทศไทยจึงดำเนินการสืบสวนสอบสวน กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ม.ค.61 สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติไทย 1 ราย พื้นที่ จ.สุรินทร์ ในข้อหา "ครอบครองและผลิตสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น" และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้เปิดเว็บไซต์ดังกล่าวจริงพร้อมหลอกล่อเด็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงให้มาถ่ายภาพและวิดีโอลามกที่บ้านของตน อ้างว่าชักชวนให้มาถ่ายงาน ซึ่ง ดีเอสไอ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตัวเด็กผู้เสียหาย สามารถระบุตัวเด็กผู้เสียหายได้รวม 7 ราย

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศออสเตรเลียได้มีการจับกุมบุคคลสัญชาติไทย-ออสเตรเลีย จำนวน 1 ราย ได้ที่รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) ประเทศออสเตรเลีย ในข้อหา "กระทำชำเราเด็ก และข้อหาครอบครองและผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก" พร้อมตรวจยึดภาพลามกอนาจารกว่า 850,000 ภาพ เป็นการล่วงละเมิดทางเพศเด็กตั้งแต่อายุ 15 เดือน - 12 ปี ส่วนใหญ่เป็นคนออสเตรเลียที่ตกเป็นเหยื่อ ก่อนรวบรวมข้อมูลสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อนำส่งให้กับสำนักงานองค์การสากล วิเคราะห์และคัดแยกตัวผู้ต้องหาและผู้เสียหายต่อไป

"ต่อมา ตำรวจประเทศออสเตรเลียได้สอบปากคำผู้ต้องหา ซึ่งได้ให้การอ้างถึงเพื่อนสนิทคนหนึ่งในประเทศไทยว่าเคยกระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากสำนักงานองค์การตำรวจสากล เป็นภาพขณะกำลังกระทำอนาจารเด็ก อยู่ในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ดีเอสไอ จึงได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ใน จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 19 ก.ค.61 รวมทั้ง จากการตรวจสอบพบผู้เสียหายจำนวนหลายราย โดยเป็นเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ และยังพบว่าผู้ต้องหาได้กระทำอนาจารเด็ก 2 ราย" ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าว

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่ได้ตรวจยึดในประเทศออสเตรเลียพบความเชื่อมโยงว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยยศดาบตำรวจในพื้นที่ จ.พัทลุง เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย.61 จึงสนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ที่บ้านพักใน จ.พัทลุง และพบว่าผู้เสียหายเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านของผู้ต้องหา
นอกจากนี้ การจับกุมผู้ต้องหาทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียแล้ว สำนักงานองค์การตำรวจสากลได้วิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีสมาชิกเว็บไซต์ที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก กว่า 65,000 คน อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมา สำนักงานองค์การตำรวจสากลได้มีการส่งข้อมูลผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ไปยังประเทศปลายทาง เช่น สหรัฐอเมริกา จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ชอบสะสมภาพลามกอนาจารเด็กได้ในหลายพื้นที่ในสหรัฐอเมริกา

ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ เผยว่า สำหรับการดำเนินคดีของผู้ต้องหาในประเทศไทย ผู้ต้องหาที่ถูกจับ จ.สุรินทร์ ถูกศาลตัดสินให้จำคุก 50 ปี และชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย รวม 2,500,000 บาท ผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.ลำปาง ถูกศาลตัดสินให้จำคุก 36 ปี 6 เดือน และชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย รวม 300,000 บาท ผู้ต้องหา จ.พัทลุง ยังอยู่ระหว่างดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาในประเทศออสเตรเลีย ศาลตัดสินจำคุก 40 ปี นอกจากการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว ยังได้มีการประสานกับองค์กรเอกชนไม่แสวงผลกำไรเพื่อการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงช่วยในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย

พ.ต.ท.ปกรณ์ เผยอีกว่า การจับกุมผู้ต้องหาในกรณีนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าว ตลอดจนความร่วมมือในการสืบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงในหลายทวีปทั่วโลก นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อันนำไปสู่การให้ความช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ซึ่งเป็นความผิดที่ต่อสิทธิเสรีภาพของมวลมนุษยชาติ และเป็นกรณีที่หน่วยงานระหว่างประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่ง


กำลังโหลดความคิดเห็น...