xs
xsm
sm
md
lg

ขุดรากถอนโคน “อาเบนุ” สมุน “เล่าต๋า แสนตี๋” หนีคดีค้ายานรกเมื่อปี 46

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - บช.ปส.แถลงจับยานรกล็อตใหญ่ 6 คดี-รวบ “อาเบนุ” สมุน “เล่าต๋า แสนตี๋” หนีคดีค้ายาเสพติด เมื่อปี 46 ขณะกบดานในแม่อาย จ.เชียงใหม่



วันนี้ (12 เม.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.ภ.6 และ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขานุการ กอ.รมน. แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 6 คดี

โดยคดีแรก จับกุม นายวิโรจน์ มาเยอะ อายุ 39 ปี และ นายเอกภพ บริณัย อายุ 43 ปี สองผู้ต้องหาชาว จ.เชียงราย ในคดีร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางยาบ้า 250 มัด ประมาณ 5 แสนเม็ด รถกระบะที่ใช้ขนลำเลียง 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้บริเวณไหล่ทาง ถ.พหลโยธิน ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ภายหลังชุดจับกุมเข้าตรวจค้นท้ายรถกระบะทั้ง 3 คัน พบยาบ้าซุกซ่อนในถุงพลาสติก โดยมีผ้าห่มปิดทับ ระหว่างนั้น นายเอกภพ พยายามหลบหนีแต่ไม่รอด เบื้องต้นสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพได้ร่วมกันขนลำเลียงของกลางมารอส่งมอบกับผู้รับซื้อ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีต่อมา ในวันเดียวกันสามารถจับกุม นายฟอล มามาดู (MR.FALL MAMADOU) อายุ 48 ปี ชาวเซเนกัล พร้อมของกลางโคคาอีน 99 ก้อน หนักประมาณ 1,900 กรัม ซุกซ่อนโดยกลืนเข้าร่างกาย ภายหลังตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจพบนายฟอล มีพฤติกรรมต้องสงสัยจึงติดตามไปจนกระทั่งถึงช่องตรวจของศุลกากรไม่มีสิ่งต้องสำแดง ฝั่งตะวันตก โซนซี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่พบสิ่งแปลกปลอมแต่เมื่อเอกซเรย์ร่างกาย พบวัตถุต้องสงสัยในลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จึงกักตัวไว้รอการขับถ่าย เจ้าตัวรับสารภาพกระทำจริง จึงแจ้งข้อหานำเข้าและครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 3 จับกุม นายอาเบนุ หรือ นายสมชาย แสนหมี่ อายุ 33 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดีสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2546 ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจับกุมตัว นายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 5 ราย เมื่อปี 2546 และปี 2549 พร้อมของกลางเฮโรอีน 336 กรัม ไอซ์อีก 20 กิโลกรัม โดยศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ต้องหาที่ 1-3 และประหารชีวิตรายที่ 4, 5 ขณะที่ นายสมชาย หรือ อาเบนุ ได้หลบหนีการจับกุมจนกระทั่งวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ฝ่ายการข่าวทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักเลขที่ 5 ตำบลและอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ จึงนำหมายค้นศาลจังหวัดฝางเข้าตรวจค้นก่อนจับกุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 4 จับกุม นายปิติภัทร หรือ แยะ วิสัยทัศกุล อายุ 50 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ นายนิอูมา หรือ มัง เจ๊ะหวัง อายุ 35 ปี ชาวสงขลา นายต่วยฟุรกิน หรือ ก้อง สาแม อายุ 26 ปี ชาวยะลา และ นายทรงสิทธิ์ หรือ ล่ง ทรงสิริวงศ์ อายุ 42 ปี 4 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) เพื่อจำหน่ายพร้อมของกลางยาบ้า 174 มัด ประมาณ 3.48 แสนเม็ด ไอซ์ 20 กิโลกรัม และรถยนต์กระบะ 2 คัน ของกลางอื่นรวมอีก 6 รายการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ฝ่ายการข่าวแจ้งว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติดชาวม้งลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ เชียงราย เข้าสู่กรุงเทพฯและปริมณฑล จึงเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบรถยนต์กระบะตามที่ได้รับแจ้งขับผ่านมายังด่านตรวจพยุหะคีรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ พบนายปิติภัทร เป็นผู้ขับขี่ ก่อนตรวจเอกซเรย์ท้ายกระบะ พบว่า ถูกดัดแปลงพื้นให้เป็นเซฟจัดเก็บของกลาง ซึ่งกำลังขับไปส่งต่อกับทีมรับ โดยตำรวจขยายผลจับกุมนายนิอูมา และ นายต่วน ได้ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนขยายผลจับกุม นายทรงสิทธิ์ น้องเขยนายปิติภัทรที่เป็นผู้สั่งการ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 5 จับกุม นายธนะพล หรือ พอล อารีกุล อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพฯ ข้อหาร่วมกันนำยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) เข้ามาในราชอาณาจักรไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา หลังขยายผลจับกุมนายอธิษฐ์พงษ์ ปรมัทมนทิรา กับพวกพร้อมกัญชาแห้งหนัก 1 กิโลกรัม จัดส่งมาทางพัสดุจากประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้น ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดนำส่งสำนักงาน ป.ป.ส. ตรวจสอบต่อไป พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

และคดีที่ 6 จับกุม นายวิหาร ทองอ่อน หรือ แม็กอาเธอร์ วิสสัน (Mr.Macarthur Wilson) อายุ 60 ปี ชาวออสเตรเลีย ข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยร่วมกันส่งออกมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ซูโดอีเฟดรีน) ออกนอกราชอาณาจักร ไปยังสหพันธรัฐออสเตรเลีย เมื่อเดือนกันยายน ปี 2560 โดยซุกซ่อนไว้ในน้ำชาเขียวยี่ห้อหนึ่ง หนักรวม 3.9 ตัน

ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ได้รับประสานจากออสเตรเลีย พบว่า ของกลางดังกล่าวถูกจัดส่งจากประเทศไทย ด้วยผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นคนสัญชาติออสเตรเลียที่ร่วมกับพวกซึ่งเป็นคนไทยที่หลบหนีหมายจับอยู่ กระทั่งเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับนายวิหารได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ที่สายด่วนสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 หรือ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายเน้นย้ำปราบปรามยาเสพติดและสกัดจับอาวุธในห้วงเทศกาลสงกรานต์ในทุกพื้นที่โดยเฉพาะเขตชายแดน เนื่องจากคนร้ายมักใช้โอกาสในช่วงเทศกาลลำเลียงยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหายาเสพติดนั้นลำพังเพียงตำรวจเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ต้องอาศัยกำลังจากประชาชนร่วมด้วย






กำลังโหลดความคิดเห็น...