xs
xsm
sm
md
lg

“ธนาธร” เจอแจ้งข้อหาหนัก เจ้าตัวผวาต้องขึ้นศาลทหาร ตร.แจงคดีล่าช้าเพราะผู้รับผิดชอบเกษียณ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - “ศรีวราห์” ร่วมสอบปากคำ “ธนาธร” เจอตั้ง 3 ข้อหาหนัก เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา รับกังวลต้องขึ้นศาลทหาร ด้านตำรวจแจงออกหมายเรียกตามคำสั่งศาลทหารกรุงเทพ ส่วนที่คดีล่าช้าเพราะมีการปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเนื่องจากมีการเกษียณอายุราชการ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (6 เม.ย.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง เดินทางมายัง สน.ปทุมวัน เพื่อร่วมสอบปากคำนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในความผิด ม.116 ฐานยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย, ม.189 ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา และ ม.215 มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายธนาธรกล่าวภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาว่า ตนถูกแจ้งข้อหาตาม ม.116 ฐานยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย, ม.189 ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา และ ม.215 มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งตนเองให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรกลับมาภายในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ส่วนตัวเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ แต่มีความกังวลในคดีที่ต้องขึ้นกับศาลทหารไม่ใช่ศาลพลเรือน รวมทั้ง ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายและเป็นมืออาชีพ

นายธนาธรกล่าวอีกว่า สำหรับคดีดังกล่าวได้ขึ้นศาลทหารนั้นเป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมายซึ่งต้องให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงและเป็นคำยืนยันจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ ส่วนวันนี้ผู้สังเกตการณ์ตัวแทนเจ้าหน้าที่สถานทูตที่เข้าร่วมรับฟังได้ซักถามตำรวจในเรื่องของรูปคดีว่าเหตุใดถึงขึ้นศาลทหาร เหตุใดคดีถึงล่าช้า และจะใช้เวลานานเท่าไหร่ โดยทางตำรวจได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่สถานทูตว่าขณะนั้นเป็นช่วงปรับเปลี่ยนตำแหน่งและผู้รับผิดชอบคดีเกษียณอายุราชการทำให้คดีล่าช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกเอกสารเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาสำคัญระบุว่า “คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.น.ได้ออกหมายเรียกตามคำสั่งศาลทหารกรุงเทพ ท้ายคำร้องขอออกหมายจับให้นายธนาธรมาพบที่ สน.ปทุมวัน ในวันที่ 6 เม.ย. 62 เวลาประมาณ 10.00 น. ข้อเท็จจริงคดีเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 58 ระหว่างเวลาประมาณ 14.00-22.00 น. สถานที่เกิดเหตุ หน้า สน.ปทุมวัน พฤติการณ์ทางคดี คือ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมาย โดยมีการชุมนุมในลักษณะกระทำให้ปรากฏด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 691/2558 สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 28 มิ.ย. 58 คดีนี้ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไว้บางส่วนแล้ว ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า นายธนาธรได้มีส่วนร่วมการกระทำความผิดในครั้งนี้ และได้ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกให้มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามวันเวลาและสถานที่ที่ได้นัดหมายไว้

โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง ควบคุม กำกับดูแล การดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และในวันนี้ (6 เม.ย.) ได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน เพื่อควบคุมกำกับดูแลการดำเนินคดีดังกล่าว สำหรับนายธนาธรถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือด้วยวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอัน มิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับควบคุม , มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง



กำลังโหลดความคิดเห็น...