xs
xsm
sm
md
lg

พ่อเศร้าโดดตึกศาลอาญาบาดเจ็บสาหัส หลังลูกชายถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต คดีฟัน รปภ.ตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - พ่ออดีตเวรเปล รพ.ราชวิถี กระโดดศาลอาญา บาดเจ็บสาหัส หลังลูกชายถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตคดีใช้มีดฟัน รปภ. ร.พ.เดียวกันเสียชีวิต



เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (27 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเหตุประชาชนกระโดดลงมาจากชั้น 8 ได้รับบาดเจ็บ แขน-ขาหัก ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นบิดาของจำเลย ที่ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต คดีใช้อาวุธมีดแทงฟันผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ทราบชื่อภายหลังว่า นายอัครเดช เครือนาค ซึ่งเป็นพ่อของอดีตพนักงานเวรเปล รพ.ราชวิถีซึ่งต้องคดีฆ่าผู้อื่น

โดยคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่10 มิ.ย.2560 นายภัทรพงศ์ เครือนาค หรือต้อย อดีตพนักงานเวรเปล รพ.ราชวิถี ประจำสถาบันโรคผิวหนัง ลูกชายนายอัครเดช ใช้มีดฟันคอนายสัญชาย วันงาม อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โรงพยาบาลราชวิถี จนเสียชีวิต ก่อนขับรถหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่นายภัทรพงศ์จะขับรถยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไปจอดทิ้งไว้ภายในลานจอดรถโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 1 ตึก 17 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผลจนนายภัทรพงศ์มอบตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา จนศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งคาดว่าสร้างความเสียใจเเก่นานอัครเดชผู้เป็นบิดาจึงกระโดดตึกศาลอาญา จากบริเวณชั้น 8 ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับพ่อของ นศ.อุเทนถวาย ที่ถูกเเทงตายเเล้วศาลยกฟ้องจำเลยไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดนายอัครเดชที่กระโดดตึกลงมาได้รับบาดเจ็บเเขน-ขาหักเเละถูกนำส่งโรงพยาบาลราชวิถีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและช่วยชีวิตแล้ว

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ผู้ที่กระโดดลงมาขณะนี้มีสติ สามารถพูดคุยได้ แต่แขน-ขาหัก เนื่องจากตอนกระโดดลงมาร่างได้ไปกระแทกยอดต้นปาล์มก่อนจะร่วงลงมา แต่ไม่เสียชีวิต โดยวันนี้มาฟังคำพิพากษาคดีที่ลูกชายตกเป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น โดยใช้อาวุธมีดทำร้ายจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ ร.พ.ราชวิถี และมีการสืบพยานทั้งสองฝ่าย จนมาอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาได้ใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัย ชั่งน้ำหนักจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายและมั่นใจว่าพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์สามารถที่จะมองว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเมื่ออ่านคำพิพากษาเสร็จก็ควบคุมตัวจำเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่านายอัครเดช บิดาของจำเลย มีอาการที่แสดงถึงความเครียดเข้ามากอดลูก มีการพูดเปรยออกมาว่า “หากนำตัวลูกผมไปจำคุกตลอดชีวิต ผมขอไปด้วยดีกว่า”กระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โดยขณะที่นายอัครเดชกระโดดจากชั้น 8 ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ การตัดสินใจกระโดดตึกดังกล่าว เป็นการตัดสินใจที่กะทันหัน

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีคดีที่ญาติของคู่ความเคยโดดตึกที่บริเวณชั้น 8 ดังกล่าว ทางศาลยุติธรรมมีการเตรียมเรื่องการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

นายสุริยันต์ กล่าวว่า จากที่มีการเกิดเหตุครั้งที่แล้วเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจถือเป็นเรื่องที่เราไม่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ย่อมนำมาสู่ความเศร้าเสียใจของทุกฝ่าย เราเองในฐานะเป็นหน่วยงานราชการก็จะต้องแก้ไขปรับปรุงการให้บริการประชาชน อย่างเรื่องดูแลความปลอดภัยประชาชนที่เข้าสู่การพิจาณาคดีของศาล ล่าสุดกฎหมายก็ออกมาให้เรามีเจ้าพนักงานตำรวจศาล ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการเพิ่มเจ้าพนักงานตำรวจศาลทั่วประเทศ เพื่อให้ความคุ้มครองและความปลอดภัยแก่บุคคลากรของศาลและประชาชนทุกคนที่มาใช้บริการศาล จึงมั่นใจว่าในระยะยาวเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้น้อย

แต่ในส่วนทางกายภาพตัวอาคารสถานที่ ถ้าเป็นอาคารศาลใหม่ สำนักออกแบบอาคารและ สถานที่ก็จะพิจารณาในรูปแบบมาตรการป้องกันความปลอดภัย ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่ แต่ในส่วน อาคารเดิม เช่นอาคารศาลอาญา ที่ใช้งานมานาน การเปลี่ยนแปลงปรับปรุง อาจจะไม่สามารถทำได้อย่าง รวดเร็วนัก เพราะความปลอดภัยของตัวอาคารนอกจากเรื่องป้องกันการกระโดดตึก เราต้องดูความปลอดภัยเรื่องอัคคีภัย และเรื่องอื่นๆเข้ามาประกอบกัน ขณะนี้ทีมงานก็กำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ญาติคู่ความโดดตึกครั้งที่แล้ว แต่ขณะเดียวกันทางสำนักงานศาลยุติธรรม และศาลอาญาได้มีการพูดคุยร่วมมือกันตลอด เพื่อหาทางแก้ไขให้ดีที่สุด “เราแก้ปัญหาอย่างหนึ่งต้องไม่เป็นการแก้ปัญหาใหม่ขึ้น”

นายสุริยันต์ กล่าวอีกว่า การกระทำในลักษณะนี้จะไม่เกิดผลทางคดีเลย จะเกิดแต่เพียงความเศร้าเสียใจของคนรอบข้าง อยากให้ทุกคนใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมให้เต็มที่ก่อน เราไม่สามารถ ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ไแต่หวังว่าผู้คนจะเข้าใจกระบวนการยุติธรรมและศาลยุติธรรมว่าทำงานกันอย่างไร อยากให้เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของศาลยุติธรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอให้เป็นอุทาหรณ์ครั้งสุดท้าย หากต่อไปมีความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ขอให้ใช้ช่องทางตามกฎหมาย โดยอนาคตเราก็จะเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มากขึ้นด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...