xs
xsm
sm
md
lg

สตม.จับอาชญากรข้ามชาติ 4 คดีใหญ่ มีทั้งชาวมะกันหนีคดียาเสพติดซุกไทย 25 ปี รัสเซียจอมรีดไถ หนุ่มเกาหลีตุ๋นลงทุนตลาดหุ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - “บิ๊กโจ๊ก” นำทีมโชว์ผลงาน สตม.จับชาวอเมริกาหนีคดียาเสพติดซุกในไทยนาน 25 ปี ส่งกลับประเทศ อีกรายรวบตัวหนุ่มเกาหลีหลอกลงทุนในตลาดหุ้นเสียหายกว่า 120 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังจับกุมหนุ่มรัสเซียอันตราย ก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ รีดไถโชกโชนก่อนหนีมาไทย สุดท้ายจับแก๊งเงินดำชาวกานา หลอกชาวไทยเสียเงิน 9 ล้าน

วันนี้ (22 มี.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 4 คดี โดยคดีแรกจับกุม นายบรู๊ซ แมคอินทายน์ (Mr.Bruce Mcintire) ชาวอเมริกัน อายุ 67 ปี หลังจากสวมรอยใช้ข้อมูลของบุคคลอื่นทำหนังสือเดินทางหลบหนีคดียาเสพติดมานานกว่า 25 ปี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการประสานข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่า มีบุคคลชาวอเมริกัน ใช้ชื่อ นายโทมัส (Mr.THOMAS) ชาวอเมริกัน ยื่นทำหนังสือเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกหนังสือเดินทางไปแล้ว และมีข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะอาศัยอยู่ในประเทศไทย

กระทั่งฝ่ายสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้พักอาศัยอยู่ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จนสามารถจับกุมได้ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งในที่สุด ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ สตม. จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองชื่อ นายบรู๊ซ แมคอินทายน์ แล้วสวมชื่อ นายโทมัส มานานกว่า 25 ปี ซึ่งได้ข้อมูลมาจากแก๊งชาวไนจีเรีย รับทำเอกสารปลอมในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วนำไปยื่นต่อกงสุลประเทศสหรัฐอเมริกา จนได้หนังสือเดินทางชื่อนายโทมัส สาเหตุที่ต้องใช้ชื่อบุคคลอื่น เพราะตนมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดติดตัว เบื้องต้นได้นำตัวส่งกลับไปตรวจสอบที่ประเทศสหรัฐอเมริกาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนคดีที่ 2 ทำการจับกุมนายคิม คยุง ซู อายุ 36 ปี ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับ red notice ของ interpol เลขที่ A-2887/3-2019 ข้อหาก่ออาชญากรรมทางการเงิน หลอกลวงให้ผู้เสียหายลงทุนในตลาดหุ้น มูลค่าความเสียหาย 4,200 ล้านวอน หรือประมาณ 120 ล้านบาท จับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. หลังได้รับการประสานมาจากสำนักงานตำรวจสากลสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ว่า นายคิม คยุง ซู เข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย

จากนั้นได้ทำการตรวจสอบในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ปรากฏข้อมูลว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จึงเชื่อว่าน่าจะหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงทำการสืบหาข้อมูลทางเทคนิคจนทราบว่าคนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านถนนสาทรใต้ จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์จนพบชายคนดังกล่าว เมื่อเข้าไปสอบถามคนร้ายไม่สามารถแสดงหลักฐานหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ ก่อนรับสารภาพว่าได้หลบหนีคดีจากประเทศเกาหลีใต้โดยทางเรือข้ามทะเลมาขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม และเดินทางหลบหนีเข้าเมืองด้วยช่องทางธรรมชาติจากประเทศกัมพูชามายังประเทศไทย เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เบื้องต้นแจ้งหาข้อเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวดำเนินคดีก่อนผลักดันส่งตัวกลับประเทศตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาคดีที่ 3 เจ้าหน้าที่จับกุมนายอีกอร์ ทริเทียคอฟ ชาวรัสเซีย อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการรัสเซีย เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย ก่อเหตุกระทำความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ รีดไถ ที่ประเทศรัสเซียหลายคดี หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายอีกอร์ ได้พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบชายต่างชาติมีตำหนิรูปพรรณตรงกันเข้าตรวจสอบแล้วควบคุมตัวไว้ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ จึงได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและดำเนินการผลักดันและส่งตัวกลับประเทศตามกฎหมายต่อไป

คดีสุดท้ายเจ้าหน้าที่จับกุม นายอับดุล คาลัม ซาด ซัตเตอร์ ชาวกานา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 70/2562 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2562 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยจับกุมได้ที่เอกกมล แมนชั่น ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีหญิงไทยเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่าถูกคนร้ายใช้ไลน์ เฟซบุ๊กปลอม โดยนำรูปชายต่างชาติผิวขาว อ้างว่า เป็นคนอเมริกันทำงานที่ประเทศซีเรีย คุยติดต่อกันจนสนิทสนมและหลอกผู้เสียหายว่าจะส่งตู้เซฟภายในจะมีกระดาษสีดำที่ใช้น้ำยาล้างแล้วจะกลายเป็นธนบัตรสหรัฐฯ มูลค่า 650,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตีเป็นเงินไทยมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท จากต่างประเทศมาที่ประเทศไทย เมื่อได้เงินมาแล้วจะแบ่งเงินให้กับผู้เสียหาย โดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ก่อน โดยอ้างว่าเป็นเงินค่าส่งเงินดำมาจากต่างประเทศ และค่าน้ำยาล้างเงินดำ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้กับกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นบัญชีที่ต่างประเทศกว่า 10 ครั้ง ยอดเงินรวม ประมาณ 9 ล้านบาท หลังจากนั้น ผู้เสียหายไปปรึกษากับเพื่อนจึงเชื่อว่าน่าจะโดนหลอกลวงจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน

ต่อมาคนร้ายได้ติดต่อมาหาผู้เสียหายอีกครั้งแจ้งว่า จะมี นายอับดุล คาลัม ซาด ซัตเตอร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ จะโทรศัพท์หาผู้เสียหายและจะนำเงินดำและนำยาทำความสะอาดเงินมาให้ โดยนัดเจอกันที่ เอกกมล แมนชั่น ผู้เสียหายจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ก่อนนำกำลังไปเชิญตัวมาที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตเพื่อทำการสอบสวน ทั้งนี้ จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พบว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ ก่อนทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ในส่วนกลุ่มของคนร้ายคนอื่นที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งสืบสวนจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น...