xs
xsm
sm
md
lg

191 โชว์แถลงผลงานจับกุมนักค้าอาวุธปืน-ยาเสพติด ผ่านทางโซเซียลฯ 5 คดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - สปพ.(191) แถลงจับกุม 5 คดีทั้งอาวุธปืน-ยาเสพติด ผ่านทางโซเซียลมีเดีย จากขยายผลจับกุมได้ทั้งใน กทม.และปริมณฑล

วันนี้ (20 มี.ค.) เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ.(191) พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รรท.รอง ผบก.สปพ.(191) พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รรท.รอง ผบก.สปพ.(191) พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ รอง ผบก สปพ.(191) พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รรท.ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.(191) และตำรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ.(191) ร่วมกันแถลงข่าว 5 คดี

คดีที่ 1 แถลงจับกุม นายสุริยา มงคล อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 5 กระบอก อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 6 กระบอก สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม กล่องพัสดุ จำนวน 11 กล่อง โดยจับกุมได้บริเวณบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งย่าน อ.บางประหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ ได้ทำการติดต่อล่อซื้ออาวุธปืนผ่านทางโซเซียลออนไลน์ จนสามารถสืบสวนจับกุมนายสุริยาพร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 11 กระบอก เป็นอาวุธปืนที่เตรียมจัดส่งให้กับลูกค้าผ่านทางบริษัทส่งของ จากการสอบถามนายสุริยารับสารถาพว่า เป็นผู้จำหน่ายอาวุธปืนให้ลูกค้าผ่านทางโซเชียลออนไลน์จริง โดยก่อนหน้านี้ได้ทำงานเป็นช่างกลึงเหล็กที่โรงงานตัดท่อน้ำประมาณ 3-4 ปี แต่เนื่องจากได้เงินค่อนข้างน้อยจึงผันตัวมาขายเหล็กผ่านทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นจึงพัฒนาทำอาวุธปืน เนื่องจากชิ้นส่วนสำคัญในการประกอบอาวุธปืนดังกล่าวคือลำกล้องของปืนเนื่องจากเป็นปืนหักลำ ตนทำมาได้ 1 ปีแล้ว ขายกระบอกละประมาณ 3,000 บาท ครั้งหนึ่งจะขายได้ครั้งละประมาณ 10 กระบอก โดยอยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบอาวุธปืนที่ส่งให้ลูกค้าต่างๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางประหัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 แถลงจับกุม นายชัยประดิษฐ์ หรือหน่อง แก้วกล้า อายุ 44 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ไอซ์ 1 กก. รถยนต์ 2 คัน และจักรยานยนต์ 2 คัน รวมมูลค่าประมาณ 760,000 บาท โดยจับกุมได้ที่บริเวณซอยไม่มีเลขที่ใกล้กองขยะใต้สะพานข้ามทางรถไฟ ถ.กาญจนาภิเษก ทางกลับรถ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 18 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 และชุดสืบสวนหาข่าว กก.สายตรวจ ได้ทำการติดต่อซื้อขายยาเสพติดจำนวนมากได้จากนายชัยประดิษฐ์ ขณะกำลังจัดส่งยาเสพติดกันย่านฝั่งธนบุรี จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางยาเสพติดหลายรายการ และขยายผลตรวจยึดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดอีกเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามผู้ต้องหาเคยต้องโทษคดียาเสพติด ลักทรัพย์ และพรากผู้เยาว์ โดยพ้นโทษมาเมื่อปี 2561 และได้มาก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า และไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย

คดีที่ 3 แถลงจับกุม นายทศยุทธ ศะตะมาน อายุ 32 ปี และ น.ส.ลลนา แสนแปลง อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 31 เครื่อง เครื่องชาร์จถ่าน จำนวน 42 เครื่อง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 4,746 ขวด ชุดแบตเตอรี่บุหรี่ไฟฟ้า 218 กล่อง และ ชุดอะตอม (หัวดูด) จำนวน 51 หัว โดยจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 79/232 ชั้น 9 คอนโดเอสเปซมี ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ ได้รับเบาะแสมีผู้ลักลอบจำหน่ายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ส่วนควบของบุหรี่ไฟฟ้าผ่านระบบออนไลน์ โดยจัดส่งให้กับลูกค้าผ่านระบบขนส่งไปรษณีย์ทั่วประเทศ จากการตรวจสอบพบว่ามีการส่งสินค้าไปยังพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปยังที่ทำการไปรษณีย์ อ.บางพลี เมื่อไปถึงได้เฝ้าสังเกตการณ์จนทราบว่า ผู้ต้องสงสัยได้จำหน่ายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ส่วนควบของบุหรี่ไฟฟ้า โดยว่าจ้างให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สาขาบางพลีมารับพัสดุที่คอนโดเอสเปซมี จากนั้นนำไปส่งเข้าสู่ระบบไปรษณีย์ยังที่ทำการไปรษณีย์ สาขาบางพลี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปยังคอนโดเอสเปซมี ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. พบนายทศยุทธ และ น.ส.ลลนา เดินทางมายังคอนโดจึแสดงตัวเข้าจับกุมบุคคลทั้งสอง จากการสอบถามทั้งสองรับสารภาพว่าตนสองคนคบหาเป็นแฟนกัน และได้ร่วมจำหน่ายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าให้ลูกค้าผ่านทางออนไลน์จริง โดยซุกซ่อนไว้ภายในห้องพักเลขที่ 79/232 ชั้น 9 ของคอนโดมิเนียมดังกล่าว และใช้เป็นสถานที่สำหรับแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจค้นห้องพักดังกล่าว พบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ส่วนควบของบุหรี่ไฟฟ้า และวัสดุที่ใช้สำหรับแบ่งบรรจุกล่องพัสดุ บุคคลทั้งสองรับว่าเป็นของตนเองจริง โดยนายทศยุทธ มีหน้าที่ติดต่อซื้อมาจากผู้ขายในพื้นที่ภาคใต้ ที่สั่งผ่านโดยตรงจากต่างประเทศ นำส่งมาให้ผ่านระบบขนส่งเอกชน จากนั้นจะนำมาซุกซ่อนไว้ในห้องพักดังกล่าว ส่วน น.ส.ลลนาจะมีหน้าที่ติดต่อหาลูกค้าและแบ่งบรรจุตามที่ลูกค้าสั่งซื้อ ก่อนนำส่งให้กับลูกค้าตามไปรษณีย์ สาเหตุที่ทำนั้นเพราะรายได้ดีตลาดเริ่มเปิดกว้าง ใช้ช่องทางออนไลน์ได้ง่ายเข้าถึงได้ทุกคนเพียงแค่มีมือถือ จากตรวจยึดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนควบมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 4 แถลงจับกุมผู้ต้อง 4 ราย ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน โดยจับกุมได้ที่บริเวณวัดแห่งหนึ่ง ถ.เพชรเกษม เขตหนองแขม กทม.

พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 61 ตำรวจสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ ได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบรถตู้ต้องสงสัยจึงได้พยายามตรวจค้น แต่รถคันดังกล่าวได้พยายามหลบหนีและทิ้งรถไว้ ตรวจสอบพบยาบ้าภายในรถคันดังกล่าว จำนวน 1,500,000 เม็ด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถจับกุม นายฐิติรัตน์ มาลัยทอง ต่อมาได้ทำการสืบสวนขยายผลจับกุมนายวีระพงษ์ คงใหญ่ ที่บวชเป็นพระแล้วมาจำพรรษาที่สถานปฏิบัติธรรมของสาขาวัดดังย่านฝั่งธนฯ ก่อนล่อให้นายวีระพงษ์โทร.หานายพงศกร แดงสุก เพื่อนที่มักมาดูแลซื้อบุหรี่มาให้ ก่อนทำการจับกุมดังกล่าว ส่วนนายอุกฤษ ปรางเปรมปรี อยู่ระหว่างหลบหนี ทำให้ทราบว่าระหว่างที่ถูกตำรวจสายตรวจไล่ติดตามได้ทิ้งรถตู้ขนยาเสพติดแล้วหลบหนีมาหลังไปขนยาเสพติดจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

และคดีที่ 5 แถลงจับกุม นายอิทธิเทพ หรือเอิ๊ก สร้อยนาค และ น.ส.วรลักษณ์ หรือเบียร์ นทีมาศ พร้อมของกลาง ยาบ้า 30,000 เม็ด ไอซ์ 7 ขีด อาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก เงินสด 38,500 บาท รถยนต์ 2 คัน จักรยานยนต์ 3 คัน นาฬิกาข้อมือ 14 เรือน สร้อยคอทองคำ 1 เส้น บัญชีธนาคาร 3 เล่มโดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านเพ็ญศิริ 4 บ้านเลขที่ 87/89 หมู่ 3 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม.

พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าย่านหนองจอก จึงได้เฝ้าสังเกตพฤติการณ์จนทราบว่าคนร้าย นำยาเสพติดมากซุกซ่อนอยู่ที่หมู่บ้านชื่อดังย่านหนองจอก จึงได้เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้าน พบนายอิทธิเทพ และ น.ส.วรลักษณ์ พร้อมของกลางยาเสพติดและอาวุธปืน จึงได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอีกจำนวนหลายรายการ เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น...