xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ลุ้น “ไทยรักษาชาติ”วัดดวง จะอยู่ หรือถูกศาล รธน.ยุบ!?

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันพุธที่ 6 มีนาคม 2562 ตอน ลุ้น “ไทยรักษาชาติ”วัดดวง จะอยู่ หรือถูกศาล รธน.ยุบ!?



วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม จะเป็นวันที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองอีกหน้าหนึ่ง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ และศาลรับเป็นคดีเมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์

คดีนี้ นับว่ามีการพิจารณาที่รวบรัดรวดเร็ว เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ศาลรัฐธรรมนูญก็พร้อมที่จะตัดสินชี้ขาดคดีได้เลย นั่นก็เพราะศาลเห็นว่า ความปรากฏชัดเจนครบถ้วนแล้ว ไม่ต้องเปิดให้มีการไต่สวน สอบพยานหลักฐานเพิ่มอีก

แม้ว่า พรรคไทยรักษาชาติ ผู้ถูกร้องได้ยื่นคำแก้ข้อกล่าวหาของกกต. ไปทั้งหมด3ประเด็นหลัก8ประเด็นย่อย ส่วน กกต. ผู้ร้องก็ยื่นคำคัดค้าน ให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ต้องเปิดห้องไต่สวน เพราะยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดกับไทยรักษาชาติได้แล้ว

ในวันที่27 กุมภาพันธ์ ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดพร้อมคู่ความไปเพื่อกำหนดวิธีพิจารณาคดี และได้มีคำตัดสินไม่ให้มีการไต่สวนคดีตามที่ไทยรักษาชาติร้องขอไป และนัดฟังคำตัดสินในวันที่7 มีนาคม

สำหรับ ไทยรักษาหรือ ทษช. เป็นพรรคการเมืองที่แตกตัวมาจากพรรคเพื่อไทย ถูกส่งมาเดินกลยุทธ์ในการเลือกตั้งวันที่24มีนาคม โดยตั้งเป้าให้ทษช. มาเป็นพรรคเสริมเข้ามาทำจำนวนส. ส. ให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งระบบเขต และเข้ามาปันส่วนส. ส. ปาร์ตี้ลิสต์หรือบัญชีรายชื่อ

เพราะเห็นว่า พรรคแม่ข่ายอย่างพรรคเพื่อไทย เมื่อชนะเลือกตั้งเขตเข้ามาก ก็จะมีโอกาสได้ส. ส. บัญชีรายชื่อไม่กี่คน ซึ่งเป็นผลสรุปจากการถอดโจทย์ตามวิธีการคำนวณของระบบแบ่งสรรปันส่วนของรัฐธรรมนูญ ฉบับล่าสุด ที่พรรคไหนชนะที่เขตมากจะได้ส. ส. ระบบบัญชีรายชื่อน้อย หรือแทบไม่ได้เลย

จึงทำให้พรรคเพื่อไทยที่หวังกวาดส. ส. ให้ได้เข้ามามาก ทั้งสองระบบ ต้องเดินกลยุทธ์แยกกันตี สร้างพรรคลูกข่ายขึ้นมา พรรคไทยรักษาชาติเลยเกิดขึ้น เพื่อรองรับและแก้ปัญหาดังกล่าว

โดยที่ทษช. มีอดีตส. ส. นักเลือกตั้งระดับเกรดเอ ถูกส่งออกจากเพื่อไทยมาอยู่กับทษช. มากกว่า30คน ตั้งตัวเลขจะได้ส. ส. ทั้งสองระบบรวมกัน70-80 คน

แต่วันนี้สถานการณ์กำลังพลิกผันสุดขั้ว จากความฝันที่สยยงาม กลับมาเข้าสู่จุดเสี่ยง ที่จากจะได้ กำลังจะกลายเป็นศูนย์หรือไม่?

ด้วยที่ คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต วันนี้ทษช. ต้องรอไปวัดดวงว่า จะอยู่หรือจะโดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ

กกต. เอาผิดไทยรักษาชาติ เพราะจากที่เมื่อวันที่8 ก. พ. ซึ่งเป็นวันรับสมัครเลือกตั้งส. ส. วันสุดท้าย และวันนั้นยังเป็นวันรับเจ้าลงจากสวรรค์ตามปฏิทินจีน ทษช. ไปยื่นเสนอรายชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรค

โดยเสนอพระนาม “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์” เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี

ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่ไทยรักษาชาติทำไป แต่หลักฐานกลับปรากฎชัด จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปหลายมิติ แต่กระแสความสับสนวุ่นวายในวันนั้นก็ดับลงด้วยพระราชโองการ พระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่10 โปรดเกล้าฯพระราชทานลงมาในคืนวันนั้น

พระราชโองการมีความโดยสรุปว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ทรงมีฐานะเป็นพระบรมราชวงศ์ในสถาบันพระมหากษัตริย์ และผู้นำพระราชวงศ์ไปเกี่ยวข้องการเมืองไม่ว่าทางใด ถือว่าเป็นการมิบังควร และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตามวัฒนธรรมและประเพณี

ฝ่ายบ้านเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง อย่างกกต. รับสนอง พระราชโองการ ในเวลาต่อมาจึงวินิจฉัยไม่รไม่ประกาศรายชื่อแคนดิเดท ของพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมๆไปกับยื่นคำร้องให้ศาลยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่14 ก. พ. และศาลสั่งให้ทษช. ยื่นคำให้การแก้ข้อกล่าวหาภายใน7 วัน

กกต. ตั้งข้อหาไทยรักษาชาติ กระทำผิดมาตรา 92 วงเล็บสอง  ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่บัญญัติว่า  กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีโทษยุบพรรค ตัดสิทธิการเมืองกรรมการบริหารพรรค 20 และโทษทางอาญา ทั้งจำและปรับ

หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไทยรักษาชาติไม่มีความผิดตามที่กกต. ร้องก็ถือว่าพ้นอันตรายไป เสมือนหนึ่งว่าตายแล้วฟื้น แต่ถ้าตัดสินให้ยุบพรรค ก็จะเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ที่พรรคการเมืองถูกยุบ เพราะความผิด ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง!


กำลังโหลดความคิดเห็น...