xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ยุบ-ไม่ยุบไทยรักษาชาติ เป็นไปได้จบก่อน 24 มี.ค.

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ตอน ยุบ-ไม่ยุบไทยรักษาชาติ เป็นไปได้จบก่อน 24 มี.ค.



มาติดตามเรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ คดียุบพรรคจะรู้ผลกันเมื่อไหร่. หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ (กกต.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ และได้ส่งคำร้องให้พรรคไทยรักษาชาติ

เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง โดยนับจาก 14 ก.พ.  ดังนั้นไม่เกินกลางสัปดาห์นี้ ไทยรักษาชาติ ต้องทำเอกสารคำชี้แจงหักล้าง แต่ข่าวว่าฝ่ายกฎหมายพรรคจะส่งคำแก้ข้อกล่าวหาของกกต.ในวันนี้

สำหรับข้อกล่าวหาก็มีว่า การเสนอชื่อแคนดิเดทนายกฯของไทยรักษาชาติ เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 92 วงเล็บสอง  ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่บัญญัติว่า  กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  

ขั้นตอนต่อไป หลังจาก ไทยรักษาชาติ ยื่นคำโต้แย้ง หักล้างประเด็นของกกต.มาแล้ว จากนั้น  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งเก้าคนที่มี นายนุรักษ์ มาประณีต เป็นประธาน จะประชุมวันพุธที่ 27ก.พ. เพื่อ กําหนดประเด็นและลําดับประเด็น ที่จะพิจารณาวินิจฉัย
 
ควรรู้ว่า ตามระเบียบของศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการผู้ใดจะปฏิเสธไม่วินิจฉัยมิได้ เว้นแต่ มีเหตุถูกคัดค้าน จากฝ่ายผู้ถูกร้องคือพรรคไทยรักษาชาติ ที่ก็จะทำให้องค์คณะไม่ครบเก้าคน
 
จากนั้น เมื่อกำหนดประเด็นการวินิจฉัยแล้ว ก็ต้องลุ้นกันว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะใช้แนวทางการพิจารณาคดีอย่างไร ตรงนี้น่าติดตาม ที่หลักๆ ก็คงไม่พ้น สองแนวทาง
 
1.คือการที่หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พยานหลักฐานต่างๆ และข้อกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว เอกสารที่ส่งมาจากกกต. ที่เป็นต้นเรื่องขอให้ ยุบไทยรักษาชาติ ชัดเจนครอบคลุมหมดแล้ว รวมถึงคำโต้แย้งของฝ่ายกฎหมาย ไทยรักษาชาติ ที่สู้คดีมา มีความชัดเจน

ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคำร้อง โดยเสียงข้างมากขององค์คณะ เห็นว่า คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นแค่เรื่องปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น  
ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทําการไต่สวนก็ได้
 
แบบนี้จบเร็วแน่ ไม่มีเหตุยืดเยื้อ ยื้อเกมออกไป เพราะจะไม่มีการเปิดห้องพิจารณาคดี ไม่มีการเรียนพยานบุคคลทั้งฝ่ายกกต.และฝ่ายไทยรักษาชาติมาเบิกความให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน
 
ตามขั้นตอน จะเดินไปรวดเร็ว คือหากเสียงส่วนใหญ่ขององค์คณะฯ เห็นด้วยกับหลักการนี้ พอกำหนดประเด็นการพิจารณาได้ ก็จะมีการนัดประชุมเพื่อแถลงคำวินิจฉัยส่วนตน และลงมติ ทันที เพื่อดูว่าเสียงข้างมาก เห็นอย่างไร ให้ยุบหรือไม่ยุบ
 
 
2. คือการวินิจฉัย ตัดสินคดี โดย ตุลาการศาลรธน.เสียงข้างมาก เห็นควรให้ มีการไต่สวนคำร้องด้วยการเรียกทั้งสองฝ่ายมาเบิกความ มีการเปิดโอกาสให้กกต.และไทยรักษาชาติ นำพยานเข้าเบิกความ ได้มีการซักค้านกันในห้องพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ
 
ถ้าออกแบบนี้ คาดว่า ฝ่ายไทยรักษาชาติ จะพยายามนำพยานบุคคลเข้าเบิกความแน่นอน โดยเฉพาะพวกที่ไม่เห็นด้วยกับมติกกต.ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ รวมถึงพวกกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ได้เข้าไปแก้ตัว หักล้างข้อกล่าวหาของกกต.
 
ซึ่งถ้าการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสแบบนี้ ก็ย่อมทำให้กระบวนการพิจารณาคดี ต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง คงไม่เร็วเหมือนกับกรณีแรก
 
ส่วนสุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญ จะไต่สวนคดีแบบไหน จะเป็นแบบแรกหรือแบบที่สอง ต้องรอติดตามกันให้ดี
 
ซึ่งเส้นทางคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ถึงตอนนี้  จากเดิมที่เคยมีการมองกันว่า มีแนวโน้ม ที่คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ อาจเสร็จหลัง 24 มีนาคม วันเลือกตั้ง แต่ถึงวันนี้ เริ่มชักไม่แน่นอนเสียแล้ว
 
เพราะมองกันว่า คำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาตืเป็นเรื่องปัญหาข้อกฎหมายเป็นหลัก ก็เหลือแค่ ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดตามมาตรา  92 หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงทุกอย่างชัดเจนระดับหนึ่งแล้ว

เนื่องจากการเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของไทยรักษาชาติ ก็ทำด้วยมติพรรค หัวหน้าพรรค รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ก็นำทีมไปยื่นชื่อ ต่อกกต.ด้วยตัวเองเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
 
ดังนั้น พิจารณาแค่กฎหมายอย่างเดียว ก็น่าจะเพียงพอว่าจะยุบหรือไม่ยุบ พรรคไทยรักษาชาติ  
 
แต่ก็มีบางฝ่ายโต้แย้งว่า สมควร ต้องมีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคดีด้วย โดยยกเหตุผลมาประกอบเช่น มติของกกต.ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการลงมติ โดยที่ผ่าย ไทยรักษาชาติ ไม่ได้เข้าชี้แจง ที่มาที่ไป  ไม่ได้มีโอกาส สู้คดี

ยิ่งโทษการเมืองของมาตรา  92 คือการตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต ไม่สามารถไปออกเสียงเลือกตั้งได้ ไม่สามารถลงเล่นการเมืองได้ ถือเป็นโทษที่รุนแรงมาก
 
 โดยฝ่ายนี้เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญควรเปิดโอกาสให้ไทยรักษาชาติ โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรค ได้ชี้แจงด้วย เพื่อจะได้นําสืบพยานหลักฐาน หักล้างคำร้องยุบพรรคของกกต. ไม่ใช่แค่ให้ไทยรักษาชาติ ส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเดียว
 
 
ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา ต่อไป คงจะรู้ผลว่าจะออกทางไหนเร็วหรือช้า ยุบหรือไม่ยุบ คอยลุ้นกันต่อไปอีกไม่นาน.


กำลังโหลดความคิดเห็น...