xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ทษช.เย้ยฟ้าท้าดิน ไม่ถอย ดิ้นสู้เอาคืน!

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ตอน ทษช.เย้ยฟ้าท้าดิน ไม่ถอย ดิ้นสู้เอาคืน!



พรรคไทยรักษาชาติ กำลังติดพันกับปัญหาที่ทำผิดพลาดเอง ในการเสนอชื่อ “แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี”ของพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เมื่อวันที่8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การกระทำของไทยรักษาชาติ ถือเป็นเหตุการณ์ช็อคความรู้สึกคนไทย ทำให้ตกตะลึง ไม่เชื่อในสิ่งที่พรรคไทยรักษาชาติตัดสินใจทำไป และบนความสงสัยกล้าทำได้อย่างไร?

เพราะการกระทำครั้งนี้นับเป็นการล้ำเส้นที่กล้าท้าทายสังคมไทย และขนบธรรมเนียมแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รู้กันดีว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่เหนือการเมือง และดำรงความเป็นกลางทางการเมือง

ยิ่งรู้กันดีว่า ใครจะจาบจ้วง ดึงฟ้าต่ำไม่ได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ในจิตสำนึกของคนไทยคือสิ่งที่อยู่เหนือหัวของคนไทยทุกคน รวมทั้งสถาบันฯไม่ใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ แต่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกคน

สถานะสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอย่างไร สูงส่งเทียมฟ้าแค่ไหน ไม่ใช่นักการเมืองไม่รู้ และนักการเมืองในสังกัดพรรคไทยรักษาชาติก็ย่อมรู้ดี การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติจึงเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้

การที่ไทยรักษาชาติเสนอชื่อ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี โดยไม่คำนึงใคร่ครวญถึงความถูกต้องชอบธรรมในทางกฎหมาย และล้ำเส้นจารีตประเพณี ขนบธรรมเนียมของสังคม คงไม่ใช่ทำเพราะความไร้เดียงสา หรือว่าทำไปด้วยความไม่รู้

และไม่ใช่ทำด้วยน้ำใสใจจริง แต่ทว่า การกระทำที่เย้ยฟ้าท้าดินครั้งนี้ เกิดจากการหวังผลประโยชน์ในทางการเมือง โดยอาศัยการตีความแบบมักง่ายและเข้าข้างตนเอง

เมื่อความจริงออกมาชัดเจนแล้ว ว่าทำไมได้ มิไม่บังควรและไม่เหมาะสม ย่อมต้องเกิดสำนึกรับผิดชอบ และควรที่คนทำจะพิจารณาตนเองเป็นการไถ่โทษจนถึงขั้นนี้ก็ยังเงียบ คงมีแค่แถลงการณ์สั้นๆ ออกมาอย่างเสียไม่ได้ และก็ดูแล้วยังมักง่ายเหมือนเดิม

ยังไม่มีสัญญาณหรือท่าทีอะไรที่ส่งมาให้เห็นว่า พวกไทยรักษาชาติจะลงทัณฑ์ตนเองต่อการล่วงละเมิดกฎหมาย และโบราณราชประเพณีแต่อย่างใด

พรรคไทยรักษาชาติ เดินแผนการเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคเช่นที่ทำออกมา แน่นอนว่ามีเจตนาที่เล็งเห็นผลเลิศต่อชัยชนะการเลือกตั้ง จนถึงเข้าสู่อำนาจเป็นรัฐบาล

เป็นการเดินเกม การวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน จึงไม่เลือกวิธีที่ใช้ออกไป ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดแก่สถาบันเบื้องสูง และสะเทือนความสงบเรียบร้อยของสังคม

ขอเพียงจะชนะการเลือกตั้ง แล้วได้อำนาจ การเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรี จึงไม่ได้เกิดจากเจตนาบริสุทธิ์ ล้วนแต่เป็นแผนการที่วางหมากกันมาอย่างดี

เดิมทีเดียว พรรคไทยรักษาชาติมีแผนที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 คน ซึ่งมีร. ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค กับนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค และอีกคนหนึ่งกำลังเฟ้นหาตัวอยู่ และยังไม่ได้เคาะ

แต่ก่อนถึงวันเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเพียงไม่กี่วัน แผนเดิมได้ถูกสั่งให้ล้มไป เพราะมีข้อมูลใหม่ ให้เปลี่ยนเป็นเสนอพระนามของ “ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์” แทน เพียงชื่อเดียว

หลังที่เปิดเผยออกมา ก็ก่อเกิดกระแสขัดแย้งลุกลามในสังคมไทย เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ในวันศุกร์ที่8 ก. พ. ซึ่งในปฏิทินจีนระบุเป็นวัน “รับเจ้าลงจากสวรรค์” กระทั่งเวลา22.50 น. จึงมีพระราชโองการ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 ลงมาดับกระแสความขัดแย้ง

สรุปว่า ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์ ยังทรงสถานะและดำรงพระองค์ในฐานะสมาชิกแห่งพระบรมราชวงศ์ จักรี โดยที่พระบรมราชวงศ์ ย่อมอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆทางการเมืองได้

พระราชโองการ ประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระบุด้วยว่า ถ้านำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม

เป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำมิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

การวินิจฉัยการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ อยู่ในอำนาจของกกต. ที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ไทยรักษาชาติทำผิดต่อระเบียบกกต. ว่าด้วยการหาเสียง ข้อ17 ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปร้องเรียนหรือไม่

นอกจากนั้น ยังต้องดูว่า จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ ที่จะมีโทษแรงถึงขั้นยุบพรรค รวมทั้งลงโทษกรรมการบริหารพรรคทั้งตัดสิทธิ์ทางการเมือง และมีโทษจำคุกด้วย

ตอนนี้เชื่อกันว่า โอกาสจะถึงขั้นถูกลงโทษยุบพรรคมีความเป็นไปได้ เพราะพฤติการณ์ของไทยรักษาชาติเข้าข่ายการกระทำผิดอย่างน้อยสองมาตราหลักๆของกฎหมายพรรคการเมือง

คือมาตรา 45 บัญญัติว่า ห้ามมิให้พรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการก่อกวน หรือคุกคามความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรืออาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 ที่บัญญัติไว้สองลักษณะความผิดคือ กระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มากซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

และ การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์กับระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สุดท้ายจะผิดหรือไม่นั้น กกต. จะต้องไต่สวนและเมื่อเห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิด จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ชะตากรรมของพรรคไทยรักษาชาติ จึงเข้าสู่ภาวะที่เป็นตายเท่ากัน อาจจะได้ต่อไปหรือโดนยุบพรรคก็อยู่ที่คำตัดสิน

แต่ภายในพรรคตอนนี้ ก็ตกอยู่ในสภาพเหมือน “เครื่องบินไม่มีล้อ”ไปแล้ว เพราะคิดจะลงก็ลงไม่ได้ เนื่องจากลูกพี่ใหญ่คนแดนไกลส่งสัญญาณให้ลุยต่อและเอาคืน... ก็ไม่รู้จะให้เดินหน้าลุยกับใคร?เอาคืนกับใคร?


กำลังโหลดความคิดเห็น...