xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : หวยออกแล้ว...โผรายชื่อ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 21

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันพุธที่ 30 มกราคม 2562 ตอน หวยออกแล้ว...โผรายชื่อ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 21




ท่าทีรัฐบาลและพรรคประชารัฐ ที่วันนี้พร้อมรบเต็มพิกัด เดินหน้าเข้าสมรภูมิเลือกตั้งแล้ว กรณี 4 รัฐมนตรี จึงไม่เหนือความคาดหมาย ถือว่าเป็นไฟท์บังคับ ที่ต้องลาออกไขก๊อกลุกจากเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ เพื่อลุยลงสนามการเมืองอย่างเต็มตัว และนับว่าป็นการตัดสินใจลาออกในกรอบ “เวลาที่ความเหมาะสม”

บางคนอาจจะมองว่า ช้าไปหน่อย หลังจากที่ทั้ง 4 คนเปิดตัวทำงานการเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ ช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่ช้า ก็ดีกว่าไม่ทำ

4 อดีตรัฐมนตรีแต่ละคนล้วนมีภารกิจหน้าที่ที่สำคัญในพรรค คือนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค ,สนธิรัตน์ สนธิจินวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรองหัวหน้าพรรค และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล รับตำแหน่งโฆษกพรรค จนทั้งหมดถูกมัดรวมกันได้ฉายา “สี่กุมาร”แห่งพลังประชารัฐ

แม้ว่า รัฐมนตรีที่ลาออกในคราวเดียว 4 คน นับเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ด้วยเวลาทำงานที่เหลือของรัฐบาลคสช. มีอยู่ไม่มาก และขณะนี้ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้วรัฐบาลอยู่ในสถานะ “รัฐบาลรักษาการ”ตามมรรยาทแล้ว การปรับคณะรัฐมนตรีทดแทนผู้ที่ลาออกไป ถ้าจะทำคงไม่เหมาะ

หัวหน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยืนยันมาแล้วว่า “การปรับคณะรัฐมนตรีไม่มีในช่วงนี้ ไม่มีอีกแน่นอน" และนายกฯว่า ได้มีการแบ่งงานให้รัฐมนตรีที่ยังอยู่รักษาการแทนในตำแหน่งที่ขาดหาย ร่วมกับกลไกของปลัดกระทรวงขับเคลื่อนการทำงานต่อไป

เส้นทางของสี่กุมารจะเป็นอย่างไร จะไปทางไหน น่าสนใจ เพราะอย่างหนึ่งที่ต้องรู้ คือการตัดสินใจเล่นการเมืองเต็มตัวของทั้งสี่อดีตรัฐมนตรี โดยกระโดดมาล่าฝันบนถนนการเมืองครั้งนี้ จะลงสมัครเลือกตั้งไม่ได้ในสมัยนี้.

เนื่องจากติดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆในแม่น้ำ 5 สาย ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันหลังรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ หรือต้องลาออกตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2560 แล้ว

ดังนั้นในบัญชีผู้สมัครครั้งนี้ คาดว่าจะมีเพียง หัวหน้าพรรค คืออุตตม เท่านั้นที่จะมีส่วนปรากฏชื่อ แต่ก็จะอยู่ในบัญชี 1 ใน 3 รายชื่อที่ พรรคพลังประชารัฐ จะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้

ส่วน 3 อดีตรัฐมนตรี “สนธิรัตน์ สุวิทย์ และกอบศักดิ์ “ก็ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ต้องออกแรงไปกับการช่วยพรรคหาเสียง เผื่อรอเข้าทำงานบนเก้าอี้รัฐมนตรีอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ และพรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

และด้วยเวลาที่งวดเข้าช่วงไฮไลท์สำคัญ วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ วันเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบเขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภายในช่วงเวลาดังกล่าว พรรคการเมืองจะต้องเสนอบัญชีบุคคลที่พรรคเสนอเป็นนายกฯ ไม่เกิน 3 รายชื่อมาด้วย

ที่ถูกจับตามากที่สุดก็คือ พรรคพลังประชารัฐ นอกเหนือจาก หัวหน้าพรรค อุตตม แล้วอีก 2 ชื่อที่เหลือจะเป็นใครบ้าง ที่คาดการณ์และไม่น่าพลาดคงเป็นรายของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ประกาศแบะท่าพร้อมทำงานการเมืองต่อมานานวันแล้ว

เมื่อวันก่อนลุงตู่ ก็เผยไต๋พูดตรงๆไม่อ้อมค้อมว่า หากจะอยู่ต่อ ก็จะเลือกอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ไม่ใช่นายกฯคนนอก หรือนายกฯก๊อกสอง อย่างที่หลายฝ่ายวิเคราะห์กัน

ตอนนี้สำหรับลุงตู่ ก็แค่ลุ้นกันว่าจะรับเทียบเชิญจากพรรคการเมือง ด้วยลีลาท่าไหน ซึ่งอีกวันสองวันนี้รู้แน่

ขณะที่อีกหนึ่งรายในบัญชีนายกฯของพรรคพลังประชารัฐนั้น ก็คาดว่าหวยจะออกที่ เฮียกวง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ที่เป็นทั้งอาจารย์ และที่ปรึกษาทางใจ ของ 4 อดีตรัฐมนตรีพลังประชารัฐมาตลอดนั่นเอง

หันมาดูในส่วนบัญชีนายกฯของพรรคอื่นๆ ที่จะเป็นคู่เทียบคู่แข่งกับ ลุงตู่ ว่าที่เบอร์ 1 ของพรรคพลังประชารัฐกันบ้าง พรรคที่ชัดเจนมานาน ก็มีในส่วน พรรคอนาคตใหม่ จะเสนอชื่อ เสี่ยเอก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้พรรค เพียงชื่อเดียว

เช่นเดียวกับอีกหลายพรรคที่ส่งชื่อเดียว ทั้ง พรรคเสรีรวมไทย ที่เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก บิ๊กตู่ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค ที่ประกาศขอ 10 ล้านเสียงเพื่อเป็นนายกฯ

พรรคภูมิใจไทย ก็เสนอชื่อ เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ชิง นายกฯเพียงคนเดียว เหมือนทาง ชาติไทยพัฒนา ที่ก็น่าจะมีส่งชื่อ หนูนา กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน เพียงคนเดียว

รวมไปถึง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ประกาสแล้วว่าจะส่ง หัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯลงลุ้นเป็นผู้นำประเทศคำรบที่สองเพียงรายเดียว ไม่ได้หนีบ นายหัวชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ 2 สมัยมาเป็นพระอันดับ ตามที่เคยคาดการณ์กันแต่ต้น

พรรคเพื่อไทย ที่ความแน่นอนแล้วมี คุณหญิงหน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นเบอร์ 1 ในบัญชี และให้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นเบอร์ 3 โดยจะมีลำดับที่ 2 คือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เพื่อเป็นเกียรติให้หัวหน้าพรรค และไม่เกิดภาพการแข่งขันระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ กับ อดีตรัฐมนตรชัชชาติ มากเกินไป

ขณะที่พรรคพี่พรรคน้องอย่าง พรรคไทยรักษาชาติ ก็ไม่พลาดที่จะส่งบัญชีนายกฯเช่นกัน แน่นอนแล้ว 2 ชื่อ หนึ่ง จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ที่เดิมก็ติด 1 ใน 3 บัญชีของพรรคเพื่อไทย แต่มีอันต้องย้ายพรรคซะก่อน ร่วมกับ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค

ส่วนอีกรายมีข่าวว่า ผู้ใหญ่ของพรรคได้ทาบทาม ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯในรัฐบาลของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาร่วมเพื่อเพิ่มมิติทางด้านเศรษกิจ

แต่จะมีอยู่ก็แค่ 2 พรรค หนึ่ง คือ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มี หม่อมเต่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค ภายใต้การดำเนินการของ อดีตลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ และ พรรคประชาชนปฏิรูปของ อดีต ส.ว.ไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ประกาศจุดยืนไม่ส่งบัญชีนายกฯ ขอรอหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เบิ้ลนายกฯ อีกสมัย

อย่างไรก็ดี จะเสนอ 1 ชื่อ หรือ 3 ชื่อ เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่พรรคนั้นๆต้องได้เกิน 25 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง และมีเสียงส. ส. รับรอง50 ชื่อจึงจะมีสิทธิ์ลุ้นเสนอชื่อให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาลงมติ

จึงมีข่าวว่า พรรคชาติพัฒนา ที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะใส่ชื่อประธานที่ปรึกษาพรรคอย่าง สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นบัญชีนายกฯ แต่กลับกลายเป็นว่าอาจไม่เสนอชื่อนายกฯเลย ด้วยรู้ตัวว่าเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงพรรคไม่ใหญ่ เซียนการเมืองอย่าง สุวัจน์ คงไม่เปลืองตัว หากรู้ว่าเสนอไปก็ไม่มีลุ้น

ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้เอง ที่อาจตัดชื่อเหล่าแคนดิเดตนายกฯทั้งหลายล่วงหน้าเลยว่า ใครจะมีโอกาสลุ้นเป็นผู้นำประเทศหลังเลือกตั้ง เพระาโอกาสที่แต่ละพรรคจะได้ถึง 25 ที่นั่งก็ไม่ใช่ง่าย

ส่วนพวกที่คิดว่า เต็งจ๋า นอนมา ก็ไม่แน่เสมอไป ทั้งหลายทั้งปวงก็อยู่ตัวเลขเก้าอี้ ส.ส.หลังปิดหีบวันที่ 24 มีนาคม เท่านั้น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...