xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : เช็คบิลคดีจำนำข้าว ถึงคิวขุดรากถอนโคน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 ตอน เช็คบิลคดีจำนำข้าว ถึงคิวขุดรากถอนโคน



เรื่อง จำนำข้าว วันนี้เห็นชัดว่า ยังเป็นภาพหลอน ชนักติดหลัก ของพรรคเพื่อไทย เพราะคดีอาญา คดีแพ่ง คดีปกครอง ที่เกิดขึ้นจากจำนำข้าว ที่มีมากมายเต็มไปหมด ยังไม่จบสิ้นกระแสความ เสียทีเดียว

 ล่าสุด หน่วยงานของรัฐ คือ องค์การคลังสินค้า หรืออคส.ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ รุกคืบเช็คบิล พวกกลุ่มเจ้าของโกดังเก็บข้าว โรงสี และ บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว หรือ เซอร์เวย์เยอร์ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนิน โครงการรับจำนำข้าว

รับจำนำข้าวเกวียนละ15,000บาท คือหนึ่งในนโยบายทำคะแนนเสียง สร้างความนิยมให้แก่พรรคเพื่อไทย จากการเลือกตั้งส. ส. เมื่อปี2554 ส่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

และนโยบายรับจำนำข้าวก็เป็นเรื่องที่พบว่า มีการทุจริตกันมหาศาลตั้งแต่การรับจำนำ ซึ่งก็คือการซื้อ ดีๆนั่นเอง โดยเอาเงินงบประมาณแผ่นดินทุ่มซื้อ แล้วก็มีการกินหัวคิดกันทุกขั้นตอน จนถึงขั้นตอนการระบายข้าวออกจากสต๊อก ก็ฉ้อฉลโกงกันอย่างมูมมาม จนกรรมตามทัน

ซึ่งผลลัพธ์สุดท้าย ก็คือทำให้ ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯหญิง ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก5 ปี พร้อมกับนาย บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดนคุกไป42ปี นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์จำคุก44ปี

รายการเช็คบิลเรื่องจำนำข้าวคราวนี้ อคส. เอาผิดพวกโกดังที่รับฝากเก็บข้าวสารในสต๊อกของรัฐ ได้ส่งเรื่องให้อัยการ พิจารณาฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายให้กับรัฐรวมมูลค่าร่วม 3 แสนล้านบาท ก่อนเลยเส้นตายเดือน ธ.ค.  2561 ที่ผ่านมา

ขั้นตอนต่อจากนี้ อัยการต้องรวบรวมหลักฐาน และ ทำสำนวนส่งฟ้องศาล ตามเส้นตายของแต่ละสัญญาที่มีการทำสัญญาในช่วงเวลาแตกต่างกัน รวม 246 สัญญา

เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องอายุความ ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงวันที่ 3 ก.ค.-5 ส.ค.ปีนี้ อันเป็นการนับอายุความ หลังฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐในยุคคสช.ที่ตรวจพบความเสียหาย

คงจำภาพกันได้ คือตอนนั้น ช่วงกลางปี 2557 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมัยนั้นเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่เป็นประธาน ลุยตรวจโกดังเก็บข้าวสาร ม. ล. ปนัดดาต้องปีนขึ้นภูเขากระสอบข้าวสารในโกดังที่ร่วมโครงการออกมาเปิดพิสูจน์

สรุป เจอการทุจริตในการเก็บรักษาข้าวที่รับจำนำมาในโกดังเป้าหมายจำนวนหลายแห่ง จึงนำไปสู่การตั้งเรื่องเอาผิดกับเจ้าของโกดังเก็บข้าว และเซอร์เวย์เยอร์ตามมา  

ผลงานของม. ล. ปนัดดากลายเป็นพยานหลักฐานการกระทำผิด ที่อคส. พบ  246 สัญญา และส่งให้อัยการไปว่ากันต่อ โดยแยกเป็น การเอาผิดทางแพ่งกับ  เจ้าของโกดัง 167 สัญญา ส่งอัยการเมื่อเดือน พ.ย. 2561 และคดีของเซอร์ เวย์เยอร์ 79 สัญญา ส่งอัยการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2561

ต่อจากนี้ อัยการ คงเร่งพิจารณาสำนวน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้รัดกุม เพื่อนำไปสู่การฟ้องคดีทางศาล เพื่อรัฐจะได้ชนะคดี และจะได้ทวงเงินคืนจากมือคนชั่วเหล่านี้

ต้องรอดูว่าอัยการ จะแสดงฝีมือในการทำสำนวนและรวบรวมพยานหลักฐานได้แน่นหนาแค่ไหน เพื่อสามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า ผู้เกี่ยวข้อง เจ้าของโกดังเก็บข้าว เซอร์เวย์เยอร์ มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้รัฐเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวจริง

คดีนี้ ยืดเยื้อมาถึงเวลานี้ กว่าจะส่งเรื่องถึงอัยการได้ก็กินเวลามากว่า5 ปี เพราะฝ่ายถูกแจ้งความก็ตั้งการ์ดสูง ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ  เห็นได้จาก ก่อนหน้านี้ อคส.ส่งหนังสือทวงถามไปยังคู่สัญญาที่ทำผิดสัญญา เพื่อให้ชดใช้ความเสียหายแต่พบว่าส่วนใหญ่ปฏิเสธ ไม่ยอมรับผิด

ยังเจอลูกเล่นสารพัดวิธีจากคู่สัญญา เพื่อหลบเลี่ยงความผิด บางรายใช้เทคนิคทางข้อกฎหมายดิ้นสู้และประวิงเวลามาตลอด เช่นการยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองชั่วคราว

เพื่อให้ศาลระงับผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวของคณะกรรมการตรวจสอบฯ ชุด  ม.ล.ปนัดดา โดยอ้างว่าการตรวจสอบไม่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเล่ห์เหลี่ยมที่นำมาใช้ถ่วงเวลา

ผลสรุปของเรื่องจนมาถึงตอนนี้ สมควรต้องให้เครดิตแก่ ม. ล. ปนัดดาที่บุกฝ่าดงอุปสรรคอย่างกล้าหาญไปรวบรวมข้อเท็จจริง มาได้ และอคส. ที่สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับคู่สัญญา และกลุ่มคนโกงได้ทันเวลา

ต่อไปก็เป็นกระบวนต่อสู้ในชั้นอัยการและศาล ที่ย่อมหวังได้ว่า จะทวงคืนเงินของแผ่นดินกลับมาได้

 ขณะที่ในส่วนของสอบสวนเอาผิดทางคดีอาญา กับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆในโครงการรับจำนำข้าว ที่มีข่าวว่าจะมี จีทูจี ล็อต.2 โยงถึง “เจ๊ คนดัง” นักการเมืองใหญ่ภาคเหนือแล้ว

ความคืบหน้าการทำคดี นอกเหนือจาก การเตรียมสอบ จีทูจี ล็อต 2ที่อาจโยงถึงนักการเมืองแล้ว ในส่วนของการสอบสวนเอาผิด ผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติ และกลุ่มเอกชนต่างๆ เช่น เจ้าของโกดังเก็บข้าว กลุ่มโรงสี ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุจริตจำนำข้าว ก็ทำควบคู่กันไป

ทาง ป.ป.ช.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือป.ป.ท. ก็ยังเกาะติดทำสำนวน หาข้อมูลอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยทางด้าน ปปท.สอบพบว่า มีเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติของ องค์การตลาดเพื่อการเกษตรหรืออตก.และองค์การคลังสินค้า ตลอดจนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เข้าไปเกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบด้วย

ในการสอบคดีอาญาและแพ่ง โดยเฉพาะพวกกลุ่มที่เป็นคู่สัญญาอคส.ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง มีบางราย เชื่อมโยงไปถึง หัวคะแนน-นายทุน-เครือญาติ ของนักการเมืองระดับชาติบางราย หรือนักการเมืองท้องถิ่นระดับมาเฟียบางคน

ผลสะเทือนจากคดีนี้ ปรากฎเป็นข่าวว่า นักการเมืองคนดังภาคเหนือตอนล่าง ที่ย้ายออกจากพรรคใหญ่ไปอยู่พรรคใหม่ สาเหตุหนึ่งที่ต้องย้ายพรรค ก็เพราะไม่อยากมีปัญหากวนใจเรื่อง การขยายผลตรวจสอบจำนำข้าว นั่นเอง


กำลังโหลดความคิดเห็น...