xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : เลื่อนเลือกตั้ง..สะดุด กกต.ฮึดงัดข้อรัฐบาล

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562 ตอน เลื่อนเลือกตั้ง..สะดุด กกต.ฮึดงัดข้อรัฐบาล



วันเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง ด้วยความจำเป็นจากกำหนดเดิมที่รัฐบาลคสช. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เห็นพ้องต้องกันให้เลือกตั้งวันที่24 กุมภาพันธ์ แต่วันนี้คงไม่ใช่แล้ว เลือกตั้งยังไม่ได้ 24 กุมภาฯยังไม่ได้เลือกตั้ง

ตามข่าว วันเลือกตั้งน่าจะเลื่อนไปอีกหนึ่งเดือน เป็นวันอาทิตย์ใด อาทิตย์หนึ่ง ภายในเดือนมีนาคมแทน

เหตุผลการเลื่อนวันเลือกตั้ง ก็เพราะรัฐบาลคสช. เห็นว่าหากให้เลือกตั้งวันเดิมตามกำหนด จะกระทบต่องานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ตามหมายกำหนดการจะมีขึ้นในวันที่4-6พฤษภาคม

จะกระทบอย่างไร ก็อธิบายได้ว่า เมื่อเลือกตั้งวันที่24 กุมภาฯ ตามขั้นตอน กกต. รับรองผลส. ส. แล้วเสร็จใช้เวลาภายใน60 วัน การประกาศผลก็จะสิ้นสุดในวันที่24 เมษายน หลังจากนั้นจะเข้าสู่พิธีการเปิดสภาฯ ภายใน15 วัน นับดูก็จะทับซ้อนวันงานพระราชพิธีพอดี

งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นงานอันสำคัญยิ่งของสถาบันกษัตริย์ สำคัญต่อแผ่นดินไทย เป็นมงคลแก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน ส่วนงานเปิดสภาฯก็นับว่าสำคัญ แต่ก็น้อยกว่า จึงจำเป็นต้องให้การเลือกตั้งหลีกทางไป

ด้วยเหตุผลที่มาของเรื่องเลื่อนวันเลือกตั้งครั้งนี้ จึงยอมรับกันได้ ซึ่งตามข่าวหลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลกับกกต. หารือร่วมกัน วันเลือกตั้งจะเลื่อนมาลงในเดือนมีนาฯ ก็ประมาณเดือนเดียวเท่านั้น ถือว่าไม่นานเกินรอพอรับกันได้

แต่ปัญหามันเกิดขึ้น เพราะว่า มีปมขัดแย้งระหว่างกกต. กับฝ่ายรัฐบาลในการประกาศรับรองผลส. ส. หลังเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้รองนายกรัฐมนตรี ดร. วิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ปาดหน้าไปก่อนว่า การประกาศผลรับรองส. ส. ประมาณหลังวันที่22พฤษภาฯ นับเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด

และรองฯวิษณุยังเสนอว่า วันเลือกตั้งที่เหมาะสมคือวันที่17 หรือ 24 มีนาฯ ถ้าหากคิดตามรองฯวิษณุว่ามา การรับรองผลส. ส. อยู่ในช่วงเวลาภายใน60 วันหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งวันหย่อนบัตรจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาฯ

จะเห็นว่า รองฯวิษณุนับการรับรองผลส. ส. ต่อจากวันเลือกตั้ง แล้วเสร็จ...โดย ไม่ได้คิดว่า การรับรองหรือประกาศผลส. ส. อยู่ภายใน150 วันตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ ที่เขียนระบุว่า

...ให้ดำเนินการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญนี้ ภายใน “หนึ่งร้อยห้าสิบวัน”นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา267 ทั้งสี่ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งส. ส. และส. ว. ประกาศใช้...

แต่ฝ่ายกกต. เห็นต่างกับฝ่ายรัฐบาล โดยกกต. ตีความกฎหมายอย่างแคบ เห็นว่ากฎหมายเขียนไว้ว่า การเลือกตั้งแล้วเสร็จ ตามความหมายในวลีนี้คือ จัดให้มีการเลือกตั้ง รวมถึงการประกาศผลรับรองส. ส. ด้วย

รายการนี้ กกต. ยอมไม่ได้ จึงขอขัดใจรัฐบาลสักครั้ง ยืนกราน ไม่เอากับรองฯวิษณุ ขอประกาศผลการเลือกตั้งไม่เกินวันที่9 พฤษภาคม เพราะเป็นวันสุดท้ายของวันสิ้นสุด150วันตามที่กฎหมายให้จัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จ

หากพิจารณาในมุมกกต. ก็พอเข้าใจได้ เนื่องจากปลอดภัยไว้ก่อนเป็นยอดดี การตีความอย่างแคบถือว่าเซฟตัวเอง ขืนแอ๊กอาร์ตตีความอย่างกว้างเตลิดเปิดเปิง อาจจะเสี่ยงคุก ถ้าหากมีใครนำเรื่องไปฟ้องร้องขึ้นมา แล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเห็นไปอีกทาง กกต. ก็ซวย

จะซ้ำรอยกับกกต. ชุด “สามหนาห้าห่วง” ที่ติดคุกเพราะไปเปลี่ยนวิธีปฏิบัติการลงคะแนนในคูหาเลือกตั้ง จากระเบียบเดิมให้หันหน้าออก เปลี่ยนเป็นหันก้นออก ในที่สุดก็โดนจำคุก เพราะเอาก้นออก

ปมปัญหาขัดกันนี้ เคยมีการนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมกกต.สมัย ยังเป็นยุค 5เสือ กกต. ที่มี ศุภชัย สมเจริญ เป็นประธานกกต. ซึ่งในที่ประชุมกกต.วันนั้นมีความเห็นแตกออกเป็น2แนวทาง คือ

ฝ่ายแรกเห็นว่า รธน.มาตรา 268   มุ่งประสงค์ให้เกิดผลสำเร็จของการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง คือได้ซึ่งส.ส.มาปฏิบัติหน้าที่ การดำเนินการจัดการเลือกตั้งจึงต้องประกอบไปด้วย... การกำหนดวันเลือกตั้ง การรับสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน

และการประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ95  ของจำนวนส.ส. เพื่อให้สามารถเรียกประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ ได้

 แต่กกต.อีกฝ่าย เห็นแย้งโดยสิ้นเชิง โดยอ้างอิงบทบทบัญญัติของรธน.ปี 2550 ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจน แนวปฏิบัติของกกต.ก่อนหน้านี้ คือในยุคที่มี อภิชาติ สุขัคคานนท์ เป็นประธาน ที่มีการจัดการเลือกตั้งและรับรองผลการเลือกตั้ง

ก็พบว่า ไม่ได้มีการนับรวมระยะเวลาในการรับรองผลการเลือกตั้งไว้ด้วยกัน กับระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้ง

จากความเห็นที่แย้งกันของ5เสือกกต.ในยุคก่อน ทำให้ต่อมา สำนักงานกกต. ได้ส่งเรื่องไปขอความเห็นทางข้อกฎหมายกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา ซึ่งต่อมา กรรมการกฤษฏีกามีความเห็นว่าข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องปัญหาในอำนาจ หน้าที่ของกกต.ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ต้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้วินิจฉัย กรรมการกฤษฏีกาไม่ได้มีความเห็น มีการตีความในข้อสงสัยที่สำนักงานกกต.ได้ขอหารือแต่อย่างใด 

แต่ปมปัญหานี้จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ยังไม่ได้ เพราะเรื่องยังไม่เกิด ศาลไม่รับ ศาลจะรับวินิจฉัยก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องแล้ว

อาการไม่แน่ใจของกกต. ก็เลยคาราคาซัง 7เสือกกต. ต้องกันเหนียวเพลย์เซฟไว้ก่อน ก็ขอประกาศผลเลือกตั้งส. ส. ก่อนวันที่9 มีนาฯ ซึ่งยังไม่รู้คสช. จะเอาด้วยหรือไม่?

แต่หากไปสืบค้นเจตนารมณ์ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเจอว่า กำหนดเวลา150วันแล้วเสร็จการเลือกตั้งนั้น จะนับถึงแค่วันเลือกตั้ง เท่านั้น ไม่เกี่ยวถึงวันประกาศรับรองส. ส.

ปมปัญหาเลื่อนวันเลือกตั้ง แล้วลามถึงวันประกาศผลเลือกตั้ง มีอยู่แค่นี้ แต่การเมืองข้างถนนดูเหมือนไปไกลกว่านี้เยอะแล้ว ต้องติดตามจะบานปลายไปขนาดไหน?

ส่วนวันเลือกตั้งที่รัฐบาลโดยรองฯวิษณุอยากให้เป็น กกต. คงไม่อยากส่งเสริมให้เป็นไปตามนั้น เพราะจะบั่นทอนความเชื่อถือองค์กรอิสระของตนเอง ก็เลยขอเลือกตั้งวันที่10 มีนาฯ ก็ยังไม่รู้รัฐบาลคสช. จะเคาะตามหรือเปล่า?


กำลังโหลดความคิดเห็น...