xs
xsm
sm
md
lg

สุดรันทด ยายวัย 81 ปี ดูแลตาพิการตาบอดไร้ญาติเหลียวแล รับจ้างล้างจานเลี้ยงชีพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - 2 ตายายชีวิตรันทด พิการขาขาด ตามองไม่เห็น ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีลูก รับจ้างล้างจานได้เงินวันละ 50 บาท เลี้ยงชีพ อาสาสมัครมูลนิธิฯ ประสานกองสวัสดิการสังคม ปากเกร็ดให้ความช่วยเหลือ

วันนี้ (23 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสุริยา ศักดิ์ดารัตน์ เจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ว่า มี 2 ตายายชีวิตรันทด พิการขาขาด ตามองไม่เห็น อาศัยอยู่ที่บ้านเช่าเลขที่ 13/1 หมู่ 7 ซอยชูชาติอนุสรณ์ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีลูก มีอาชีพรับจ้างล้างจานได้เงินวันละ 50 บาท จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบ

โดยบ้านดังกล่าวเช่าชั้นเดียว แบ่งเป็น 4 ห้อง พบ นางอุษา สิงห์แก้ว หรือ ยายสา อายุ 81 ปี ป่วยเป็นโรคข้อกระดูกหัวเข่า ทำงานรับจ้างล้างจานมีรายได้วันละ 50 บาท และ นายเทพ ชูก้าน อายุ 86 ปี ตาเป็นต้อ มองไม่ค่อยเห็น ลิ้นถูกตัด เพราะเป็นมะเร็งทำให้พูดไม่ชัด ขาขวาขาดจากรถ จยย. เกิดอุบัติเหตุเมื่อตอนอายุ 42 ปี ไม่สามารถทำงานได้ อาศัยอยู่ในห้องเช่ากว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 3.5 เมตร มีห้องน้ำในตัว ด้านในอาศัยปูเสื่อนอนกับพื้น มีพัดลม 1 ตัว มีทีวีพัง 1 ตัวสภาพด้านในมีข้าวของวางระเกะระกะ

ระหว่างเข้าพบ 2 ตา-ยาย พบว่า ตาเทพที่ขาพิการพยายามลุกเดินไปเปิดไฟให้กับผู้สื่อข่าว โดยตาได้คลานไป ซึ่งชีวิตประจำวันตาต้องอยู่แต่ในห้องแบบนี้ตลอดเวลา บางครั้งก็ใช้ขาเทียมที่ทั้งเก่าและชำรุดแล้ว ส่วนยายสาหลังจากกลับจากล้างจานจะซื้ออาหารและนำมาป้อนข้าวให้ตาเทพ ซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกของวัน จากนั้นก็จะดูแลเช็ดตัวให้กับตาเทพ โดยยายสาจะทำแบบนี้มาตั้งแต่ตาเทพป่วยเป็นเวลา 44 ปี

จากการสอบถาม นางอุษา สิงห์แก้ว ยายสา ทราบว่า ตนและสามีมาอาศัยอยู่ที่นี่ 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่ที่หลังตลาดกรมชลประทาน 23 ปี ตนเป็นคน จ.เชียงใหม่ ตาเทพเป็นคนกรุงเทพฯ แต่งงานกันมา 53 ปีแล้ว ตนมีอาชีพค้าขายทั่วไป ตาเทพเป็นทหารบก ยศสิบเอก สังกัดกองบัญชาการกองทัพที่ 2 ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ออกจากราชการมาเป็นผู้จัดการปั๊มน้ำมันที่ จ.ชลบุรี ต่อมาประสบอุบัติเหตุรถจยย.ชนกับรถยนต์กระบะตอนอายุ 42 ปี ก็พิการขาขาดและไม่ได้ทำงาน มีโรคประจำตัวตาเป็นต้อ มองเห็นไม่ค่อยชัด อาศัยตนเป็นคนรับจ้างล้างจานเป็นรายได้ยังชีพ ทั้ง 2 คนไม่มีเอกสาร เช่น บัตรประชาชน หรือทะเบีบนบ้าน เนื่องจากหายระหว่างย้ายบ้าน จึงไม่ได้รับสิทธิ์ใดๆ จากรัฐบาล

ยายสา กล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนรับจ้างล้างจาน ได้วันละ 50-200 บาท ต้องเก็บไว้ค่าเช่าบ้านวันละ 50 บาท อาหารก็ซื้อบ้างคนให้บ้าง แต่งงานมาตั้งแต่อายุ 28 ปี ตาถูกตัดขาตอนอายุ 42 ปี เมื่อก่อนก็ทำงานได้ ตอนนี้ตาไม่ดีก็อยู่แต่ในห้องตาเขาทานข้าวครั้งเดียวตอนประมาณ 19.00 น.

นายเทพ ชูก้าน อายุ 86 ปี พูดไม่ค่อยชัด เล่าว่า ภรรยาไปล้างจานได้วันละ 50-60 บาท จะกลับมาตอน 19.00 น. ไปทำงานตั้งแต่ตี 5 ตนไม่ค่อยทานข้าวทานแต่กาแฟ จะทานข้าวตอนทุ่มกว่า ตนพิการจากการขับรถ จยย. หลับในชนกับรถกระบะจนต้องตัดขาทิ้ง ตนเป็นคนกรุงเทพฯ พิการตั้งแต่อายุ 42 ปี อาศัยอยู่ที่นี่มา 5 ปี ค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ยังไม่มีใครมาช่วยเหลือ พี่น้องก็ติดต่อไม่ได้ ตอนนี้ตนทำงานอะไรไม่ได้ ไม่มีใครจ้างไปทำ ตาข้างซ้ายมองไม่เห็น ข้างขวาพอเห็น ไม่เคยไปหาหมอไม่มีเงิน ค่ารถ 40 บาท ยังไม่มีปัญญาเลย ยายทำงานคนเดียว ตนไม่รู้จะให้หน่วยงานไหนมาช่วย วันๆ ก็นั่งอยู่แบบนี้รอยายกลับมา ตนเคยเป็นทหารยศสิบเอกอยู่โคราช

ด้าน นายสุริยา ศักดิ์ดารัตน์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า ตนรู้จักยาย เนื่องจากตนขับรถผ่านเห็นยายยืนอยู่ข้างถนน ตนก็จะให้เงินช่วยเหลือครั้งละ 80-100 บ้าง เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 61 ยายขอเงินเพิ่ม ตนถามว่าจะเอาไปทำอะไร แกจะไปช่วยตา ยายบอกว่าอยู่ 2 คนกับตา ยายแกไม่อยากบอก ตนจึงไปถามคนขับรถ จยย. รับจ้างว่ารู้จักบ้านตากับยายไหม เขาก็ขับพามาดูก็เห็นสภาพแบบนี้ ตาขาขาด ตาบอด ตนจึงหาเพื่อนๆ ให้มาช่วย ทำความสะอาดห้องให้ และประสานหน่วยงานมาช่วยเหลือ

เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครปากเกร็ด และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านเฟื้องฟ้า จ.นนทบุรี เข้าตรวจสอบพร้อมนำของใช้อุปโภค บริโภค มาช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากสอบถามรายละเอียดจะมีการนำแพทย์มาตรวจร่างกาย พร้อมทำขาเทียมให้กับตาเทพ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือตัวเอง ส่วนเรื่องเอกสารอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อให้ได้สิทธิ์ช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...