xs
xsm
sm
md
lg

รวบแล้ว! มือปาระเบิดใส่ กปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ-บรรทัดทอง หลังกัมพูชากดดันหนักต้องหนีกลับไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รวบตัวมือปาระเบิดใส่ กปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำคนเจ็บตายจำนวนมาก หลังกัมพูชาให้ความร่วมมือปูพรมล่าตัวจนทนไม่ได้ต้องหนีกลับไทยเพื่อมอบตัว แต่ถูกจับได้ก่อนใกล้ด่าน ตม.สระแก้ว สารภาพปาระเบิดใส่ขบวน “สุเทพ” ที่บรรทัดทองด้วย ยอมรับขณะกบดานประเทศเพื่อนบ้านอยู่อย่างลำบาก แถมกังวลจะถูกเก็บจากพวกเดียวกัน เพราะมีค่าหัวกว่า 7 แสนบาท

วันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์. หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วย คณะทำงาน ประกอบไปด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.สุกรี สินเย็น ผกก.ฝสต.1 กต.8 พ.ต.อ.อัณณ์นพ อิ่มอุดม รอง ผกก.1บก.ปอศ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ. และ ร.ต.อ.นรบดี ดวงจิตต์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน และ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ร่วมกันจับกุม นายกฤษดา ไชยแค อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 284/2557 ลงวันที่ 20 ก.พ. 2557 ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำให้เกิดการระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น, มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และฝ่าฝืนประกาศ ข้อกำหนดที่ห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดออกนอกเคหสถาน ตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยจับกุมได้ที่ชายแดนไทย ใกล้กับด่าน จ.สระแก้ว ขณะพยายามหลบหนีเข้าเมือง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกฤษดาเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุปาระเบิดใส่เวทีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ขณะนั้นปักหลักบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีนายถาวร เสนเนียม เป็นแกนนำควบคุมกำลังอยู่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุมไปกบดานอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งชุดสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบความเคลื่อนไหวที่ประเทศกัมพูชา จึงได้เดินทางเข้าพบ พล.ท.แซมวัน วีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือการทำงานร่วมระหว่างทางการไทยและทางการกัมพูชา ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ โดยทางการกัมพูชาและทางการไทยสนธิกำลังปูพรมลงพื้นที่สืบสวนตามข้อมูลที่ทางตำรวจไทยประสาน กระทั่งผู้ต้องหารายนี้ทนแรงกดดันไม่ไหวตัดสินใจข้ามกลับมาฝั่งไทยเพื่อมอบตัว และถูกคุมตัวได้ใกล้ด่าน ตม.สระแก้ว อ.คลองลึก

มีรายงานว่า ทันทีที่ชุดทำงานของ พล.ต.อ.สุชาติ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สามารถคุมตัวนายกฤษดา ทางพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้รายงานตรงต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้รับทราบถึงผลการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีความมั่นคงรายนี้

เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายกฤษดาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ก่อเหตุความไม่สงบในห้วงระหว่างปี 2557 โดยทำมาทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้า รพ.ราชวิถี และครั้งที่ 2 ก่อเหตุที่บริเวณบรรทัดทอง ปาระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. นอกจากนี้ยังร่วมอยู่ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบทางการเมืองในหลายครั้ง โดยในวันก่อเหตุได้นำระเบิดไปที่บริเวณจุดดังกล่าว จากนั้นก็ดึงสลักก่อนที่จะขว้างและวิ่งหนีไปโดยที่ไม่ได้หันมามองข้างหลังว่าระเบิดที่ปาไปส่งผลให้ใครได้รับบาดเจ็บบ้าง และไม่รู้สึกผิดที่ทำให้เกิดการเจ็บตายในครั้งแรก กระทั่งหลบหนีออกนอกประเทศ จึงรู้สึกได้ว่าได้ก่อเหตุร้ายแรงลงไป ทั้งความเป็นอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นไปอย่างยากลำบาก และห่วงด้วยว่าจะถูกไล่เก็บจากพวกเดียวกัน เนื่องจากมีค่าหัวกว่า 7 แสนบาท ทั้งยังเชื่อมั่นว่าประเทศชาติจะพัฒนาได้โดยไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน




กำลังโหลดความคิดเห็น...