xs
xsm
sm
md
lg

ทลายแก๊งสวมซากรถยนต์ โยงโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ ทำมาแล้วกว่า 20 คัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - กองปราบปรามทลายแก๊งตัดต่อสวมซากรถยนต์ย่านลาดหลุมแก้ว โยงขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ หลังใช้เวลาแกะรอยนานกว่า 2 เดือน พบทำมาแล้วกว่า 20 คัน


วันนี้ (5 ธ.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. ผสานกำลังศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอู่รถยนต์เลขที่ 34/22 ต.บางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่ในการตัดต่อสวมซากรถยนต์ อาจมีความเกี่ยวโยงกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่

ที่เกิดเหตุเป็นอู่รถยนต์ขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด ชุดสืบสวนได้นำกำลังเข้าตรวจค้นก็พบนายรุ่ง เศร้าภาษา อายุ 55 ปี ชาว จ.นนทบุรี แสดงตนเป็นเจ้าของอู่รถยนต์ ตรวจค้นก็พบนายอดิพงษ์ เศร้าภาษา ช่างสี นายสุวิทย์ ภูธนะวีระชาติ ช่างสี และนายยุติธร ประสมจินดา ช่างเคาะ ตัดเชื่อม กำลังทำการชำแหละรถยนต์สองคัน จึงได้ขอตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า รถทั้งสองคันเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน กล 5206 จ.พิษณุโลก มีร่องรอยการตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ออกไป และรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กจ 6690 จ.หนองคาย พบรอยตัดหมายเลขตัวถังรถออกที่บริเวณที่นั่งคนขับ จึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมด พร้อมคุมตัวเจ้าของอู่และผู้ที่เกี่ยวข้องไปทำการสอบสวน

พ.ต.อ.บุญลือกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายติดต่อเช่ารถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีส้ม ทะเบียน 8 กข 3580 กทม.กับทางผู้เสียหายรายหนึ่ง นัดรับรถกันย่านพระราม 3 ก่อนที่จะเชิดรถหนีไป ต่อมาผู้เสียหายพบว่ารถยนต์ของตนที่หายไปอยู่ที่เต็นท์แห่งหนึ่งใน ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวการสวมทะเบียนรถเป็นทะเบียนกค 5797 กทม. จึงได้ทำการตรวจสอบที่พบว่าการได้มาของตัวรถไม่ถูกต้อง เอกสารไม่ตรงกับทะเบียนรถที่ระบุ อีกทั้งได้ประสานไปยังเจ้าของทะเบียนตัวจริงก็ทราบว่ารถยนต์ทะเบียนกค 5797 กทม.ได้ประสบอุบัติเหตุ ต่อมาได้ทำการขยายผลจนทราบว่ารถคันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับอู่รถยนต์ที่ จ.ปทุมธานี จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายค้นเพื่อหาพยานหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.บุญลือกล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้ยึดซากรถยนต์จำนวน 2 คัน พร้อมทะเบียนและเครื่องยนต์ไว้เพื่อนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากเตือนประชาชนที่มีความต้องการในการซื้อรถยนต์ทั้งจากเต็นท์รถมือสองหรือทางอินเทอร์เน็ตจะต้องมีการตรวจสอบตัวรถจริงโดยเฉพาะเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ว่ามีการดัดแปลงขูดลบแก้ไขหรือไม่ พร้อมทั้งนำไปตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบกด้วยว่าตรงกันหรือไม่ ก่อนจะตกลงซื้อขายกัน อยากให้ประชาชนตระหนักถึงความน่าจะเป็นว่าของดีของถูกไม่มีในโลก

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ตำรวจกองปราบปราม และศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ใช้เวลาในการแกะรอยขบวนการดังกล่าวเป็นเวลากว่า 2 เดือน จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ โดยกลุ่มแรกจะออกอุบายหลอกเยื่อโดยทำทีว่าจะขอเช่ารถยนต์ จากนั้นก็จะนำไปขายให้กับกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ โดยกลุ่มนี้จะนำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมไปทำการสวมกับซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ โดยแต่ละเดือนสามารถดัดแปลงได้มากกว่า 20 คัน จากนั้นก็นำไปขายต่อให้กับกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์มือสอง หรือประชาชนที่สนใจโดยการหลอกลวงให้หลงเชื่อ หรือกลุ่มลูกค้า ที่สมัครใจซื้อรถยนต์ที่ผ่านการสวมซากมาแล้ว เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด




กำลังโหลดความคิดเห็น...