xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอชงอัยการสูงสุดเสนอศาลยุบมูลนิธิจันทร์ ขนนกยูง นำทรัพย์เฉลี่ยคืนสหกรณ์คลองจั่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ดีเอสไอเตรียมชงอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องศาล ยกเลิกมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เอี่ยวฟอกเงินทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำทรัพย์สินเฉลี่ยคืนสมาชิกสหกรณ์ฯ

วันนี้ (29 พ.ย.) เวลา 10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน และนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้า คดีพิเศษที่ 24/2560 กรณีการกล่าวโทษมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และกรรมการ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอดำเนินคดีอาญาต่อนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหลอกลวงให้นำเงินมาฝากที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง และเมื่อประชาชนหลงเชื่อและได้นำเงินมาฝากแล้วได้มีการกระทำการทุจริตในสหกรณ์ มีการนำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไปโดยไม่ชอบ ความเสียหาย 20,000 กว่าล้านบาท สมาชิกเสียหายประมาณ 50,000 คน สามารถติดตามทรัพย์คืนสหกรณ์ฯ ไปแล้วทั้งเงินสด 1,500 ล้านบาท และ รายการทรัพย์ 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท ตามคำสั่งทางศาลแพ่ง โดยดีเอสไอได้ดำเนินคดีฟอกเงินต่อเนื่องอีกหลายคดี รวมถึงคดีวัดพระธรรมกายที่ได้สรุปสำนวนส่งสำนักงานอัยการคดีพิเศษและอัยการคดีพิเศษได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้วนั้น

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินได้สอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2560 กรณี นายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวก ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฟอกเงินกับ มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกา จันทร์ขนนกยูง ในพระอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และกรรมการมูลนิธิฯ ที่ได้รับเงินจำนวน 125 ล้านบาท จาก นายศุภชัย โดยทางการสอบสวนมีข้อมูลเพียงพอแจ้งข้อกล่าวหาต่อนางวรรณา จิรกิติ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ น.ส.อารีพันธุ์ ตรีอนุสรณ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (3), 5, 9 และ 60

ทั้งนี้ นางวรรณา ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหาและยื่นพยานหลักฐานต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ซึ่งการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นทางคดี เพื่อจะได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ถูกกล่าวหาไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอยังตรวจพบเส้นทางการเงิน นายศุภชัยได้สั่งจ่ายเช็คในนามสหกรณ์ฯ คลองจั่นอีก 11 ฉบับ เข้าบัญชีพระธัมมชโยโดยตรงกว่า 530 ล้านบาท และสั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีวัดพระธรรมกายอีก 700 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างอาคารลูกโลกและวิหารคต รวมเงินทั้งสิ้นเกือบ 1,500 ล้านบาท ซึ่งทาง ปปง.ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินชั่วคราวทั้งเงินสดและอาคาร 2 หลังแล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนการติดตามตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตามทั้งในและนอกประเทศซึ่งมีเบาะแสเข้ามาตลอด สำหรับกิจการในวัดพระธรรมกายให้ 4 ฝ่าย ทั้ง จังหวัดปทุมธานี เจ้าคณะจังหวัด สำนักพุทธศานา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยกันดูแล อย่างไรก็ตาม คดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น ขณะนี้มีทั้งหมด 23 คดี เสร็จสิ้นแล้ว 12 คดี หากพบเส้นทางการเงินเพิ่มจะขยายผลสอบเพิ่มคดีต่อไป”

ด้านนายขจรศักดิ์กล่าวว่า วัดพระธรรมกายรวมถึงวัดสาขาในต่างจังหวัดมีเฉพาะที่ดินที่เป็นของวัดเท่านั้นโดยวัดพระธรรมกายที่ จ.ปทุมธานี มีที่ดิน 196 ไร่ ส่วนที่เหลือทั้งหมดถือครองในชื่อมูลนิธิฯ ทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ามูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ฯ กระทำความผิดในคดีฟอกเงินเนื่องจากหลักฐานในทางอาญาพบว่าเงินในสหกรณ์เข้ามาในมูลนิธิฯ และขยายออกไป อัยการสำนักสอบสวนฯ จึงเสนอให้ดีเอสไอส่งคำร้องถึงอัยการสูงสุดขอให้ดำเนินการในทางแพ่งโดยร้องต่อศาลให้มีคำสั่งยกเลิกมูลนิธิฯ และให้ทรัพย์สินของมูลนิธิตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมาย ป.แพ่ง มาตรา 134 เนื่องจากเงินที่ออกจากสหกรณ์ฯ ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเช็ค 27 ใบ แต่ยังออกมาในรูปแบบเงินสดและทรัพย์สินอื่นอีกจำนวนมากเพื่อกวาดล้างคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ ให้จบในคราวเดียว เนื่องจากวัดพระธรรมการยังมีมูลนิธิที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่งทั้งนี้ การสอบสวนทุกคดีทำอย่างต่อเนื่องและมีความเคลื่อนไหว แต่จากหลักฐานที่ปรากฏเป็นผลให้ต้องขยายผลการสอบสวนไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก





กำลังโหลดความคิดเห็น...