xs
xsm
sm
md
lg

ส่งฟ้องแล้ว 7 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง มั่วสุมชุมนุมการเมือง ผิด กม.การชุมนุมฯ ทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - อัยการยื่นฟ้อง 7 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง ข้อหามั่วสุมชุมนุมทางการเมือง และผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ทั้งหมดให้การปฏิเสธ พร้อมสู้คดี ขณะเดียวกันยังทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์



วันนี้ (1 พ.ย.) พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ได้ ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะร่วมชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีก 7 คน ประกอบด้วย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ อายุ 26 ปี ฉายาจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จบการศึกษารัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, นายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความ อายุ 34 ปี, นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. อายุ 43 ปี, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ อายุ 24 ปี นักกิจกรรม อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, นายเนติวิทย์ หรือแฟรงก์ โชติภัทร์ไพศาล อายุ 22 ปี นักกิจกรรมทางสังคม นิสิตรัฐศาสตร์ ปี 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา อายุ 39 ปี วิทยากรอิสระ, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด อายุ 50 ปี อดีตแกนนำกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ต่อต้านรัฐประหาร เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ที่ห้ามมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในลักษณะชุมนุมทางการเมือง และกระทำความผิดชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

ขณะที่จำเลยบางคนถูกฟ้องในข้อหากระทำการด้วยวิธีการใดๆ ลักษณะยุงยงปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ด้วย ภายหลังอัยการได้นัดแกนนำทั้ง 8 รายมาฟังคำสั่งที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ซ.เจริญกรุง 53 เมื่อช่วงเช้า 10.00 น.ที่ผ่านมา

คำสั่งฟ้องของอัยการโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 61 จำเลยกับพวก (กับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย) ร่วมกันจัดชุมนุมสาธารณะ (กิจกรรมรวมพลประชาชนคนอยากเลือกตั้ง) บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน ใกล้ห้างสรรพสินค้า MBK ซึ่งห่างจากวังสระปทุมในรัศมีกว่า 148 เมตร และได้มีการกล่าวโจมตีการทำงาน คสช. พร้อมปลุกระดมให้ประชาชนมาร่วมกันประชุมครั้งต่อไปให้มากขึ้น โดยจะนำประชาชนไปถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นคดีที่ร่วมกระทำผิดกับนายวีระ สมความคิด (อายุ 61 ปี ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน) ที่ได้ยื่นฟ้องไปก่อนแล้ว

โดยศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3207/2561 ซึ่งศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องโดยสรุปพอให้จำเลยเข้าใจฟ้องแล้วสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ภายหลังทั้งหมดได้ยื่นคำร้องประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีซึ่งคำร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ขณะที่ น.ส.ณัฎฐา หรือโบว์ จำเลยร่วม ได้กล่าวก่อนถูกนำตัวไปฟ้องว่า พวกเราได้เตรียมทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ไว้แล้วด้วยหลักการเดียวกับที่เคยยืนยันไปแล้ว ซึ่งเราไม่มีเจตนาหลบหนี หรือจะก่อความวุ่นวาย หรือจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอะไรเลย โดยเราคาดหวังว่าจะได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เช่นเดียวกับที่นายวีระ สมความคิด ที่ถูกฟ้องไปก่อนหน้านี้ก็คาดหวังให้เป็นเช่นนั้นต่อไปเพื่อให้เป็นบรรยากาศเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง คนอยากเลือกตั้งก็ไม่ควรจะต้องถูกกลั่นแกล้งไปมากกว่านี้

น.ส.ณัฎฐากล่าวว่า ตนอยากให้ความสำคัญในเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก ต้องมองให้ชัดว่าคู่กรณีของคดีหลายๆ คดีที่เกิดขึ้นในประเทศนี้คือ คสช. และเป็นไปเพื่อปิดปากประชาชน บรรยากาศแบบนี้ถ้านำไปสู่การเลือกตั้งก็จะนำสู่การเลือกตั้งที่ไม่มีเสรีภาพ จะเป็นการเลือกตั้งที่ไร้ความหมาย เพราะฉะนั้น เสรีภาพในการพูดเป็นประเด็นที่อยากจะไฮไลต์มากที่สุด สิ่งที่เราทำในวันที่ 27 ม.ค. 61 ก็คือการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และบอกว่าเราต้องการการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่ คสช.เป็นผู้ร้องเราเช่นเดียวกับเพลง ประเทศกูมี ที่ถูกข่มขู่ ดังนั้นจึงอยากให้เราช่วยกันปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก

ด้านนายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า เป็นเรื่องตลกดี เราได้เรียกร้องการเลือกตั้งมาโดยตลอด หากรัฐบาลมีความประสงค์ให้มีการเลือกตั้งจริงก็ไม่ควรดำเนินคดีกับเราตั้งแต่แรก ทำไมการเรียกร้องสิ่งเดียวกันจึงกลายเป็นปัญหา จริงๆ ถ้าจัดให้มีการเลือกตั้ง รักษาสัญญาทุกอย่างก็จบ

อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องดูกันต่อไปว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. 62 นี้จะได้มีการเลือกตั้งจริงหรือไม่ แล้วจะเกิดการเลือกตั้งแบบใด เพราะการเลือกตั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าที่สุดแล้วการเลือกตั้ง ไม่ฟรี ไม่แฟร์ ก็จะไม่ส่งผลอะไร สุดท้ายการเลือกตั้งก็จะไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย ซ้ำร้ายเป็นการย้ำปัญหาของประเทศไทย ให้มากขึ้นกว่าเดิม ก็ขอให้คำนึงถึงประเทศด้วย ผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว ประเทศบอบช้ำพอแล้ว






กำลังโหลดความคิดเห็น...