xs
xsm
sm
md
lg

เปิดคุกนครปฐมตรวจเยี่ยมสุขลักษณะนักโทษ มีปัญหาแออัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - กรมราชทัณฑ์ตรวจเยี่ยมผู้ต้องขังและการป้องกันโรคในเรือนจำนครปฐม ยันมีผู้ต้องขัง 6,500 คนต่อเจ้าหน้าที่ 151 คน ประสบปัญหาในเรื่องความแออัด

วันนี้ (30 ต.ค.) เวลา 10.00 น. เรือนจำกลางนครปฐม ต.วังตะกู อ.เมืองฯ จ.นครปฐม นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายนักรบ นาคพรหม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม ร่วมตรวจเยี่ยมเรือนจำเพื่อติดตามผลการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง และการป้องกันโรคในเรือนจำ

นายพงศธรเปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับมอบหมายจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์ดูแลสุขลักษณะภายในเรือนจำและสุขภาพของผู้ต้องขัง รวมทั้งการป้องกันโรคภายในเรือนจำให้ได้มาตรฐานเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนด้านสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำในการให้บริการดูแลสุขภาพของประชาชนคนไทย สร้างความเท่าเทียมกันในสังคม จึงต้องมีการจัดระบบการรักษาพยาบาลภายในเรือนจำให้ได้มาตรฐานเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด แมนเดลา (Mandela Rules) ซึ่งเป็นข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติว่าด้วย การปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง รวมถึงตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง (ข้อกำหนดกรุงเทพ - Bangkok Rules) พร้อมผลักดันและยกระดับการรักษาพยาบาลผู้ต้องขังให้เทียบเท่านานาชาติ

“ปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังภายในเรือนจำทั่วประเทศค่อนข้างแออัด อาจเกิดความเสี่ยงแพร่ระบาดโรคติดต่อ จึงประสานกระทรวงสาธารณสุขส่งบุคลากรมาดูแลช่วยอบรมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพื่อรักษาพยาบาลเบื้องต้น และจากผลติดตามการดำเนินการพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ผู้ต้องขังที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตก็จะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ตรวจรักษา พร้อมส่งข้อมูลให้แพทย์วินิจฉัยอาการต่างๆ”

ด้าน นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญต่อผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยเน้น 3 กิจกรรม คือ 1. พัฒนาระบบ แนวทางการปฏิบัติภายในเรือนจำเฝ้าระวังป้องกันโรค 2. พัฒนาบุคลากรร่วมกันและอาสาสมัครในเรือนจำ 3. ประสานงานและระบบการจัดการ เช่น การนำผู้เจ็บป่วยส่งต่อสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลใกล้เคียง รวมทั้งมีหน่วยเคลื่อนที่กรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ สภาพพื้นที่ในเรือนจำค่อนข้างแออัดซึ่งอาจทำให้เกิดโรคติดต่อ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคตาแดง สุกใส วัณโรค โรคทางเดินหายใจ และอื่นๆ ส่วนเรื่องสุขภาพจิตต้องดูแลบำบัดอย่างต่อเนื่อง

ส่วนทาง พ.ต.อ.ณรัชต์เผยว่า ในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีจำนวนยอดผู้ต้องขังทั้งสิ้น 378,214 คน ซึ่งความจุปกติของเรือนจำรองรับได้เพียง 122,047 คน สูงกว่าขีดความสามารถในการรองรับทำให้เกิดปัญหาความแออัด เป็นสาเหตุที่ทำให้การควบคุมดูแลด้านสุขภาพและโรคติดต่อภายในเรือนจำเป็นไปได้ยากลำบาก รวมถึงการดูแลผู้ต้องขังป่วยจิตเวช โดยเรือนจำกลางนครปฐมมีผู้ต้องขังประมาณ 6,500 คน เจ้าหน้าที่ 151 คน ถือเป็นเรือนจำหนึ่งที่ให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาพยาบาลผู้ต้องขังให้ได้มาตรฐาน พร้อมได้นำเสนอผลการดำเนินงานการดูแลสุขภาวะ การตรวจสุขภาพคัดกรองป้องกันโรค ระบบการให้บริการสุขภาพ การดูแลสุขภาพอนามัย เช่น การดูแลผู้ป่วยวัณโรคและโรคเอดส์ การกำจัดหิด การล้างไตทางช่องท้อง การเยี่ยมญาติทางไกลของผู้ป่วยทั่วไป

“อีกทั้งยังได้เริ่มนำแพทย์ทางไกลมาใช้ในการรักษาผู้ต้องขังป่วยจิตเวชภายในเรือนจำ ตลอดจนมีการตรวจสอบในทุกขั้นตอนอย่างละเอียดและครบถ้วน ตั้งแต่การรับตัวเข้าใหม่จนถึงวันพ้นโทษ ทั้งนี้ ในการตรวจเยี่ยมยังได้ร่วมกันหาแนวทาง แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ และกำกับติดตามงาน ตลอดจนรับฟังอุปสรรคปัญหาในการดำเนินงานต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพในการดูแลสุขลักษณะภายในเรือนจำและสุขภาพของผู้ต้องขังให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

พ.ต.อ.ณรัชต์เผยต่อว่า สำหรับอาหารและความเป็นอยู่ภายในเรือนจำก็ได้ให้ความสำคัญ โดยปัจจุบันมีการตรวจสอบคุณภาพและการปรุงอาหารตามมาตรฐานเพื่อป้องกันการเกิดโรคติดต่อ นอกจากนี้ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขจะมีผลบังคับใช้ประมาณต้นปี 2562 เรื่องการยกเลิกสูบบุหรี่ในพื้นที่เขตราชการ รวมทั้งภายในเรือนจำ ถือว่าเป็นเรื่องดีทำให้สามารถป้องกันโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ และได้รับการสนับสนุนจากญาติของผู้ต้องขังเป็นอย่างดีอีกด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...