xs
xsm
sm
md
lg

“ไพสิฐ” นำทีมสถาปนาดีเอสไอ ปีที่ 16 ร่วมปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริต สอดรับไทยแลนด์ 4.0

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ดีเอสไอทำบุญวันคล้ายวันสถาปนาครบปีที่ 16 ร่วมปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริต เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ชูผลงานดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้ว 2,162 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 369 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4 แสนล้านบาท

วันนี้ (3 ต.ค.) เวลา 08.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีดีเอสไอ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมทำบุญทางศาสนาเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษ ครบปีที่ 16 พร้อมทั้งจัดพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารแด่พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เจ้าคณะภาค 2 และกรรมการมหาเถรสมาคม พระสงฆ์สมณศักดิ์ รวมจำนวน 10 รูป

จากนั้นข้าราชการจำนวนประมาณ 1,000 คน ได้ร่วมปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริตและแสดงสัญลักษณ์ เพื่อสื่อสารสาธารณะถึงการเป็นบุคลากรที่ดำรงตนมั่นในหลักสุจริตธรรม พร้อมเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็ศูนย์รวมใจและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนทั้งชาติ

พ.ต.อ.ไพสิฐเปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ดีเอสไอยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน ส่วนทิศทางการทำงานต่อจากนี้ในบางคดีที่มีความล่าช้าผู้เสียหายมีจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากหลายฝ่ายมาร่วมสอบสวนเพื่อให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมระดมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทั้งในและนอกประเทศมาร่วมบูรณาการทำงาน อีกทั้งจะมีการกำหนดทิศทางการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม มุ่งเน้นการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวนอาชญากรรมที่มีลักษณะพิเศษในหลายๆ ด้าน รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0

พ.ต.อ.ไพสิฐเผยอีกว่า ปัจจุบันมีการปรับปรุงการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรรม ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพ 2. ทำคดีพิเศษให้มีความชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนกับงานตำรวจ และ 3. อำนวยความยุติธรรมคดีอาญาอื่นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งได้นำนโยบายดังกล่าวมาเป็นกรอบในการทบทวนบทบาทหน้าที่ด้านงานคดีพิเศษ และปรับลดงานคดีพิเศษที่หมดความจำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนและสอบสวนโดยใช้วิธีการพิเศษจากเดิมที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวน 37 ฉบับ กว่า 100 ฐานความผิด เหลือเพียง 23 กฎหมาย ประมาณ 50 ฐานความผิด

พ.ต.อ.ไพสิฐเผยต่อว่า ตั้งแต่มีการจัดตั้งดีเอสไอ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2545 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 16 ปี มีการสอบสวนดำเนินคดีพิเศษไปแล้ว 2,531 คดี ดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้ว 2,162 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 369 คดี นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่รับไว้สืบสวนก่อนรับเป็นคดีพิเศษถึง 2,778 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 2,662 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 116 เรื่อง โดยดีเอสไอได้แบ่งประเภทของอาชญากรรมที่รับไว้ดำเนินการเป็น 4 กลุ่มคดี ดังนี้ 1. ด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้แก่ อาชญากรรมด้านการเงิน การธนาคาร การภาษีอากร การฟอกเงิน การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 758 คดี 2. ด้านอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ อาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา กลุ่มนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 518 คดี

“3. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กลุ่มนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 354 คดี และ 4. ด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ ได้แก่ อาชญากรรมที่เป็นความผิดข้ามชาติ องค์กรอาชญากรรม การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ การค้ามนุษย์ อาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงประเทศ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และอาชญากรรมพิเศษอื่นๆ กลุ่มนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 901 คดี”

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีพิเศษที่ดำเนินการแล้วเสร็จนั้น เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าความเสียหาย ผลประโยชน์ที่ปกป้อง รักษา เรียกคืนให้แก่รัฐ เอกชน และประชาชนแล้ว มีมูลค่าถึงกว่า 400,821 ล้านบาท ในขณะที่แต่ละปีดีเอสไอใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น




กำลังโหลดความคิดเห็น...