xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอ-ทรู มันนี่ แจ้งเตือนภัยไซเบอร์ กลุ่มอาชญากรจ้องล้วงความลับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ดีเอสไอผนึกกำลังทรู มันนี่ แจ้งเตือนภัยระวังสื่อออนไลน์ ช่องว่างให้อาชญากรล้วงความลับ ระบุที่ผ่านมามีการแจ้งเบาะแสเรื่องถูกหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊กแล้ว 207 เรื่อง

วันนี้ (10 ก.ย.) เวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ นายรังสิมา สุนทรพะลิน ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบทุจริต ทรู มันนี่ (True Money) และนายอธิปัตย์ พลอยพรายแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความเสี่ยงและตรวจสอบทุจริต ทรู มันนี่ ร่วมแถลงแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นภัยใกลัตัว

พ.ต.ท.ประวุธกล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการติดต่อสื่อสาร รวมถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ข้อมูลต่างๆ สามารถเผยแพร่ไปยังทั่วทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนดาบสองคมทำให้ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์หาได้ยากยิ่ง แม้กระทั่งเจ้าของข้อมูลก็แทบไม่รู้ตัวว่าข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ของตนเองได้ถูกส่งต่อและถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง ประกอบกับผู้คนในสังคมมีแนวโน้มที่จะผูกตัวเองเข้ากับโลกไซเบอร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชอปปิ้ง การพูดคุย หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจ ส่งผลให้หลายคนละเลยและมองข้ามอันตรายของโลกไซเบอร์

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นช่องว่างให้อาชญากรสามารถเข้ามาค้นข้อมูลหาผลประโยชน์ เช่น การปลอมเป็นบุคคลอื่นไปแอบอ้างเพื่อยืมเงิน การสร้างธุรกิจลวงขึ้นมาเพื่อหาเหยื่อเข้ามาติดกับดัก การสร้างอีเมลปลอมเพื่อล้วงความลับทางการค้า หรือการจุดประกายความโลภของผู้คนด้วยผลประโยชน์มหาศาลที่ไม่สามารถหาได้จากการดำเนินธุรกิจปกติ อาทิ การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เป็นต้น รูปแบบอาชญากรรมจึงเปลี่ยนแปลงไป มีความยุ่งยากและสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงและลุกลามในวงกว้างอย่างรวดเร็ว รวมทั้งส่งผลให้การติดตามตัวผู้กระทำความผิดและการติดตามเงินคืนก็ทำได้อย่างยากลำบาก” พ.ต.ท.ประวุธกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.วิชัยเผยว่า ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร้องเรียนดีเอสไอในเรื่องที่เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ โดยที่ผ่านมามีการแจ้งเบาะแสว่า มีการหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊ก 207 เรื่อง หลอกลวงผ่านคอลเซ็นเตอร์ไม่น้อยกว่า 8 เรื่อง รวมทั้งมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนให้ข้อมูลการกระทำความผิดโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชนเพื่อให้หลงเชื่อโอนเงินให้ โดยมีวิธีการหลอกลวง คือ 1. การเข้าไปเจาะระบบเฟซบุ๊กหรือไลน์ของบุคคลอื่น เพื่อที่จะหลอกขอยืมเงินจากเพื่อนในเฟซบุ๊กหรือไลน์นั้น ๆ และ 2. การจัดทำเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างว่าเป็นบริษัทชื่อดัง หลอกเหยื่อว่าได้รับรางวัลใหญ่ แต่ต้องโอนเงินมาก่อนเพื่อยืนยันสิทธิ์, ปลอมเป็นร้านค้าขายของออนไลน์ หลอกให้ซื้อของราคาถูก, หลอกขอรับเงินบริจาค หรือประกาศหาคนทำงานออนไลน์ โดยหลอกให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคาร เพื่อคนร้ายจะนำเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการรับเงินที่ได้จากการกระทำความผิดอื่นๆ

พ.ต.ท.วิชัยเผยอีกว่า ในการนี้ดีเอสไอได้ร่วมกับทรู มันนี่ (True Money) บริษัทที่ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ จึงขอแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัว โดยมีข้อพึงระวังดังนี้ 1. ระมัดระวังการลงข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะคนร้ายอาจนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการกระทำความผิดได้ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รูปถ่ายบัตรประชาชน รวมถึงรูปถ่ายส่วนตัวของตนและบุคคลในครอบครัว 2. การตั้งรหัสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ควรใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย เช่น หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด หรือรหัสประจำตัว 3. เมื่อมีเพื่อนหรือคนรู้จักขอยืมเงินผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรมีการติดต่อไปยังบุคคลดังกล่าวทางช่องทางอื่นอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ไม่ควรรีบโอนเงินให้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโอนเงินเข้าชื่อบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ชื่อของเพื่อนที่มายืมเงิน”

4. เมื่อพบเห็นเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์รับสมัครงาน ให้ตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวมีตัวตนจริงหรือไม่ มีที่ตั้งอยู่ที่ใด ลักษณะของงานที่ทำเป็นอย่างไร ช่องทางการติดต่อกับบริษัทมีช่องทางที่สามารถยืนยันตัวตนได้นอกจากทางเฟซบุ๊กหรือทางไลน์หรือไม่ หากไม่แน่ใจไม่ควรส่งสำเนาบัตรประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคารให้โดยเด็ดขาด และ 5. การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่น หากบัญชีนั้นถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด เจ้าของบัญชีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ให้ความร่วมมือกับมิจฉาชีพ จึงขอให้ประชาชนที่หลงผิด รีบปิดบัญชีที่รับจ้างเปิดไว้โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยหรือมีเบาะแสการกระทำความผิด สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนดีเอสไอ โทร.1202 โทร.ฟรีทั่วประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...