xs
xsm
sm
md
lg

ศาลฎีกานักการเมืองฯ นัดชี้ชะตา “ทักษิณ” ตั้ง ก.คลังฟื้นฟู TPI ไม่ชอบ 29 ส.ค.นี้ ถือเป็นคดีแรก ตาม วิ อม.ใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิพากษา “ทักษิณ” ตั้งคณะกรรมการแทรกแซงแผนฟื้นฟู บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย สมัยนั่งนายกฯ ถือว่าไปบริหารบริษัทเอกชนโดยไม่มีอำนาจ นัด ชี้ชะตา 29 ส.ค.นี้ ถือเป็นคดีแรก ตาม วิ อม.ใหม่ และถือเป็นคดีที่ 7 ที่เข้าสู่ศาลฎีกาฯ

วันนี้ (21 ส.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.00 น. องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน คดีหมายเลขดำ อม. 40/2561 นัดไต่สวนพยานโจทก์นัดสุดท้าย ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง “นายทักษิณ ชินวัตร” อายุ 69 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีนายทักษิณ ให้ความเห็นชอบกระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน จึงเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 มาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ

โดย ป.ป.ช. โจทก์ ได้นำพยานเข้าไต่สวนจนเสร็จสิ้นแล้ว ฝ่ายนายทักษิณ จำเลย ซึ่งศาลออกหมายจับไว้แล้วเพราะมีพฤติการณ์หลบหนีคดีไม่มาศาล และไม่ได้แต่งตั้งทนายความเพื่อร่วมกระบวนพิจารณาแทนในการนำพยานเข้าไต่สวนแก้ต่างคดี

ซึ่งหลังจาก ป.ป.ช. ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 7 พ.ค.61 ที่ผ่านมา ศาลได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 27 ที่ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษา โดยให้สำเนาคำฟ้องส่งให้จำเลยและปิดหมายแจ้งจำเลยทราบตามที่อยู่ในฟ้อง (บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์) ซึ่งให้การปิดหมายมีผลทันที ตาม วิ อม.มาตรา 19 และในนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 22 มิ.ย.“นายทักษิณ” ก็ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดีองค์คณะฯ ก็พิจารณาออกหมายจับให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี ตาม วิ อม. แล้วเมื่อออกหมายจับไปแล้ว 3 เดือน ก็ยังไม่ได้ตัวจำเลย องค์คณะฯ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 28 วรรคสอง ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย (ดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลย) แต่ไม่ตัดสิทธิที่จำเลยจะแต่งตั้งทนายความดำเนินการแทน ซึ่งนายทักษิณ จำเลย ก็ไม่ได้แต่งตั้งทนายความ และตาม วิ อม. มาตรา 33 วรรคสาม เมื่อปรากฏว่าจําเลยไม่ได้มาศาลในวันพิจารณาครั้งแรกไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าจําเลยให้การปฏิเสธ ดังนั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนพยานทั้งหมดของ ป.ป.ช.โจทก์แล้ว องค์คณะฯ จึงนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 16 ก.ค.53 ชี้มูลความผิดอาญา “นายทักษิณ” และได้ยื่นฟ้องคดีเองเมื่อวันที่ 7 พ.ค.61 ที่ผ่านมา ที่ได้นำคำฟ้อง ประกอบเอกสารหลักฐาน 21 กล่อง 120 แฟ้มให้ศาลพิจารณาคดีตาม วิ อม.ใหม่ โดยไม่มีตัวจำเลยเนื่องจากหนีคดีไปพำนักอยู่ในนหลายประเทศ ขณะที่ชั้นตรวจพยานหลักฐาน ป.ป.ช. โจทก์ เสนอให้ศาลไต่สวนพยานบุคคลทั้งหมด 6 ปาก ซึ่งศาลกำหนดนัดไต่สวนพยานไว้รวม 3 นัด ในวันที่ 10, 14 และ 21 ส.ค.นี้

โดยนี้ ถือเป็นคดีที่ 7 ของนายทักษิณ ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ตัดสินแล้ว 2 คดีซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก-ยึดทรัพย์กว่า 4.6 หมื่นล้าน รอพิจารณาลับหลัง 4 คดี) หลังจากมีการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลนายทักษิณ เมื่อปี 2549 ขณะที่เมื่อมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 หรือ วิ อม.ใหม่ แทน ก.ม.เดิมปี 2542 ที่ให้ศาลสามารถใช้อำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาได้โดยไม่ต้องทำต่อหน้าจำเลยได้หลังจากออกหมายจับแล้วยังไม่ได้ตัวมานั้น คดีนี้ถือเป็นสำนวนแรกที่จะมีการอ่านคำพิพากษา หลังจากดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยแล้วตาม วิ อม.ใหม่

สำหรับองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนคดีนี้ ประกอบด้วย นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย รองประธานศาลฎีกา, นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา, นายวิชัย เอื้ออังคณากุล รองประธานศาลฎีกา, นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง รองประธานศาลฎีกา, นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว รองประธานศาลฎีกา, นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา, นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา, นายสุนทร ทรงฤกษ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา และนายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา


กำลังโหลดความคิดเห็น...