xs
xsm
sm
md
lg

ติดคุกยาว! อัยการยื่นฟ้อง 10 อดีตพระผู้ใหญ่คดีเงินทอนวัด ศาลไม่อนุญาตประกันตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - อัยการยื่นฟ้องแล้ว 10 อดีตพระเถระผู้ใหญ่วัดสามพระยา-สระเกศ ร่วมฆราวาสทุจริตเงินทอนวัด อดีตพระเถระทั้ง 8 รายถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่าการกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนาและมีลักษณะเป็นขบวนการ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันนี้ (15 ส.ค.) พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 ได้นำสำนวนเอกสารยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี “อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)” อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ “อดีตพระอรรถกิจโสภณ” อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม

ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำหมายเลขที่ อท.196/2561 ซึ่งการยื่นฟ้องวันนี้อัยการไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัวแต่ให้เป็นดุลพินิจของศาล ขณะที่อดีตพระเถระทั้งสอง ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระหว่างการฝากขังและวันนี้ครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายก็ไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฟ้องคดีนี้แต่อย่างใด ตัวจำเลยจึงยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำต่อไป

ขณะที่เช้าวันเดียวกัน พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 ก็ได้ยื่นฟ้อง นายธงชัย สุขโข “อดีตพระพรหมสิทธิ หรือธงชัย สุขญาโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, นายบุญทวี คำมา “อดีตพระศรีคุณาภรณ์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, นายสมจิตร จันทร์ศรี “อดีตพระครูสิริวิหารการ” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, นายเทอด วงศ์ชอุ่ม “อดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์หรือเจ้าคุณเทอด” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, นายสังคม สังฆะพัฒน์ “อดีตพระเมธีสุทธิกรและอดีตพระราชอุปเสณาภรณ์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านร่วมรับโอนเงิน 25 ล้านบาท, นายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ, “น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา”(มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์) เป็นจำเลยที่ 1-8 เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), มาตรา 5 (1) (2) (3) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, มาตรา 91 กรณีร่วมกันฟอกเงิน การทุจริตเงินทอนวัดในส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา

โดยปัจจุบันอดีตพระเถระทั้ง 8 รายถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระหว่างการฝากขัง
และไม่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน ศาลได้รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.197/2561

ขณะที่วันนี้จำเลยทั้ง 8 รายได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฟ้องคดีนี้ ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยทั้ง 8 ราย โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์กระทำความผิดของจำเลยกับพวกมีลักษณะร่วมกันกระทำความผิดเป็นขบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ความเสียหายก็เป็นเงินจำนวนสูง อีกทั้งยังเป็นการกระทบกระเทือนต่อพระพุทธศาสนา พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง และความผิดตามฟ้อง มีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวก็มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยกับพวกจะหลบหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศและคณะอดีตพระเถระฯกับฆราวาสแล้วทั้งหมดจึงยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินการทุจริตนั้น ที่ผ่านมามีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเพียง 1 สำนวน คือ “พระครูกิตติ พัชรคุณ” หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค ที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 61 ที่ผ่านมาเป็นคดีดำหมายเลข อท.38/2561 กรณีที่ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. อายุ 59 ปี (ยังหลบหนีคดี) สมคบฟอกเงินทอนวัด ต่างๆในเขต จ.เพรชบูรณ์, นครสวรรค์, ตาก และชุมพร ราว 28 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยชั้นฝากขัง “พระครูกิตติ พัชรคุณ” ไม่ได้รับการประกันตัว แต่ก็เพิ่งจะได้ประกันตัวชั้นพิจารณาคดีด้วยหลักทรัพย์ที่ศาลตีราคาประกัน 1.5 ล้านบาท โดยมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้เก็บรักษาหนังสือเดินทางของจำเลยไว้ด้วย คดีอยู่ระหว่างการรอไต่สวนพยานในชั้นศาล


กำลังโหลดความคิดเห็น...