xs
xsm
sm
md
lg

ทนาย นปช.ขู่ฟ้องอัยการ ให้เร่งดำเนินคดีผู้ต้องหากบฏ กปปส.ที่เหลือภายใน 30 วัน ขู่ฟ้องศาลอาญาทุจริตฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ทนาย นปช.จี้ อธ.อัยการสำนักงานคดีพิเศษ เร่งนำตัวผู้ต้องหากลุ่ม กปปส.ที่เหลืออีก 18 คน ฟ้องศาลอาญาในคดีร่วมกันเป็นกบฏ ภายใน 30 วัน หากเพิกเฉยขอใช้สิทธิดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ต่อไป



วันนี้ (15 พ.ค.) ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ พร้อมคณะทำงาน ได้ยื่นหนังสือต่อนายวงศ์สกุล กิตติพรหม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ให้เร่งนำตัวผู้ต้องหากลุ่ม กปปส.ที่เหลืออีก 18 คน ฟ้องศาลอาญาในคดีร่วมกันเป็นกบฏ หนึ่งในนั้นมี น.ส.จิตรภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น รวมอยู่ด้วย โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวเเทน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษเป็นผู้รับมอบหนังสือ
โดยนายประยุทธ กล่าวว่าหลังจากได้รับหนังสือแล้วจะรีบดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของสำนักงานอัยการสูงสุดโดยเร็ว เกี่ยวกับเรื่องนี้เคยได้รับหนังสือจากนายวิญญัติ หลายครั้งแล้ว คดีมีความคืบหน้าไปมาก อย่างน้อยที่สุดถ้าสื่อติดตามก็จะเห็นว่ามีการดำเนินการไปแล้วพอสมควร

นายวิญญัติกล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า เนื่องจากตนได้กระแสข่าวออกมาว่ามีบุคคลมีอำนาจระดับสูงในรัฐบาลกำชับให้ดูแลเป็นพิเศษ จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีการนำตัวมาฟ้อง ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นชุดเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งมีคำสั่งฟ้องจากอธิบดีอัยการไปแล้วเมื่อปี 2558 ต่อมาคณะทำงานคดีก็ยืนยันมติเดิมจนนำมาสู้การฟ้องแกนนำหลักๆไปแล้วนั้น เรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุดต้องทำหน้าที่ของตนอย่างมีเกียรติให้เป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้รับคำสั่งใครเรื่องนี้จะจริงเท็จอย่างไรหรือไม่ ตนยังไม่ยืนยันจึงมายื่นหนังสือเร่งรัดในวันนี้ ดังนั้น ในการมายื่นหนังสือครั้งนี้ มีเจตนาชัดแจ้งว่า เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะและทางราชการ จึงต้องมาบอกกล่าวความเสียหายว่า หากไม่จัดให้มีการนำตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาฟ้องต่อศาลโดยเร็วภายใน 30 วันนี้ ตนจำเป็นที่จะต้องกล่าวโทษและใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป สำหรับผู้ต้องหาคดีกบฏที่ยังมิได้นำตัวมาฟ้องต่อศาลอาญาอีกหลายคน ได้แก่ นายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ต้องหาที่ 11 นายอุทัย ยอดมณี ผู้ต้องหาที่ 12 นายสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 17 น.ส.จิตรภัสร์ กฤดากร ผู้ต้องหาที่ 19 นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ต้องหาที่ 25 นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ผู้ต้องหาที่ 27 พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ผู้ต้องหาที่ 31 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ต้องหาที่ 32 นายพิภพ ธงไชย ผู้ต้องหาที่ 33 นายอมร อมรรัตนานนท์ (รัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี) ผู้ต้องหาที่ 37 นายกิตติชัย ใสสะอาด ผู้ต้องหาที่ 43 นายคมสัน ทองศิริ ผู้ต้องหาที่ 44 นายพิเชฐ พัฒนโชติ ผู้ต้องหาที่ 46 นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ผู้ต้องหาที่ 48 นายนัสเซอร์ ยีหมะ (ตัวในเรือนจำ) ผู้ต้องหาที่ 49 นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 50 นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ต้องหาที่ 51 และ นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 55

เมื่อถามว่าภายใน 30 วัน หากยังไม่มีการส่งฟ้อง ดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร นายวิญญัติกล่าวว่า คดีนี้กินเวลามากว่า 4 ปีเเล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรดาผู้ต้องหาที่เหลือนั้นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษคนก่อนหน้านี้ได้มีความเห็นสั่งฟ้องไว้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะชะลอหรือประวิงคดี อาจจะมีบางคนที่ตนได้ยินข่าวมาว่ามีการยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต้องขอตั้งขอสังเกตว่าการที่จะให้ความเป็นธรรมหรือมีคำสั่งที่จะสามารถกลับความเห็นเดิมถอนฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องของอดีต อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะทำไม่ได้ คนที่มีอำนาจคนเดียวที่จะกลับคำสั่งได้คืออัยการสูงสุดเท่านั้น ถ้าอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษคนปัจจุบันมีคำสั่งกลับคำสั่งเดิมจะเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อให้เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องหาบางราย ซึ่งตรงกับที่ตนได้ข่าวมาว่ามีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลฝากความเป็นห่วงหรือกำชับมาให้ดูเเลผู้ต้องหาบางคน หากเป็นเรื่องจริงจะทำให้หลักนิติธรรมล้มเหลว ซึ่งคำสั่ง คสช.ที่ 63/2558 ก็ได้บอกไว้ชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมต้องยึดหลักไม่ให้เกิดความขัดเเย้งในประเทศ ฉนั้นเมื่อครบกำหนด 30 วัน หากยังไม่มีการดำเนินการฟ้องผู้ต้องหาในคดีกบฏ ตนจะเดินทางไปฟ้องอธิบดีอัยการและคณะทำงานที่พิจารณาคดีนี้ ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...