xs
xsm
sm
md
lg

จำคุกหมื่นปี “ภูดิศ เดอะซิสเต็ม” จัดคอร์สสัมมนาแชร์ลูกโซ่ ตุ๋นเงินสมาชิกร่วม 40,000 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ศาลสั่งจำคุก “ภูดิศ เดอะซิสเต็ม” จัดคอร์สสัมมนาแชร์ลูกโซ่ 13,265 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชนต่างกรรมต่างวาระและร่วมกันฟอกเงินตุ๋นเงินสมาชิกร่วม 40,000 ราย สั่งชดใช้เงินคืนกว่า 574 ล้านบาท แต่ กม.สามารถลงโทษจริงตามกฎหมายได้ไม่เกิน 20 ปี



วันนี้ (29 ธ.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3402/2560 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บจก.เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์, บจก.อินโนวิชั่นโฮลดิ้ง และ นายภูดิศ กิตติธราดิลก อายุ 34 ปี กรรมการผู้มีอำนาจในบริษัท เป็นจำเลย 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่าเมื่อระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2558 - 1 ก.ย. 2559 จำเลยทั้งสามกับพวกอีกหลายคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ชักชวนให้ประชาชนนำเงินมาร่วมลงทุนเพื่อดำเนินธุรกิจจัดหลักสูตรสัมมนาต่างๆ เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับการเงินการลงทุนประกอบธุรกิจเสริมความงาม ธุรกิจเต็นท์รถ ธุรกิจส่งออกไปแอฟริกา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันฟอกเงินโดยการรับโอนเงินมาครอบครองจำนวน 3,565,299.02 บาท จากการกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย

เหตุเกิดที่แขวงห้วยขวาง กทม. และ ต่างจังหวัด โดยขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343, พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 3, 4, 5, 9 ,11, 12 และ 15
ต่อมาเมื่อศาลนัดสอบคำให้การ ปรากฏว่า จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาได้ทันที โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัว จำเลยมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่มีผู้เสียหายจำนวนมากเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, มาตรา 12, 15 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1) (2), มาตรา 60, 61 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงความผิดไป แต่ความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ปรับจำเลยที่ 1-2 กระทงละ 5 แสนบาท รวม 2,653 กระทง เป็นเงินบริษัทละ 1,326,500,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ 5 ปี รวม 2,653 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 13,265 ปี สำหรับความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ให้ปรับเงินจำเลยที่ 1-2 บริษัทละ 1 ล้านบาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 ปี รวมปรับเงินจำเลย 1-2 ทั้งหมดบริษัทละ 1,327,500,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 13,275 ปี

อย่างไรก็ตาม จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1-2 บริษัทละ 663,750,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6,637 ปี 6 เดือน แต่เนื่องจากความผิดในส่วนของจำเลยที่ 3 นั้น ตามกฎหมายให้กำหนดลงโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี จึงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 20 ปี และให้ทั้งหมดร่วมกันคืนเงินจำนวน 574,188,781.22 บาท แก่ผู้เสียหายจำนวน 2,653 ราย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

ด้าน นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังคำพิพากษา ว่า คดีนี้ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนได้แจ้งความร้องทุกข์ไปที่ดีเอสไอ ซึ่งปรากฏว่าจำเลยรับสารภาพจึงไม่มีการนัดสืบพยานและศาลก็นัดฟังคำพิพากษาเลย ซึ่งวันนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย 13,375 ปี ให้การรับสารภาพลดโทษ 6,637 ปี 6 เดือน แต่สามารถลงโทษจริงตามกฎหมายได้ไม่เกิน 20 ปี และโทษปรับ 663,750,000 และคืนเงินผู้เสียหาย 2,000 กว่าราย ร่วม 574 กว่าล้าน พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ซึ่งแชร์ลูกโซ่ดังกล่าวมีการทำธุรกรรมมีมูลค่า 5,300 ล้าน ซึ่งมีสมาชิกร่วม 40,000 ราย แต่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพียง 2,000 กว่าราย ซึ่งคาดว่าหลังจากมีคำพิพากษาผู้เสียหายอาจจะเข้ามาร้องทุกข์เพิ่มเติม อยากฝากว่าคดีแชร์ลูกโซ่หรือแชร์คอร์สสัมมนา ศาลมีคำพิพากษาเป็นหมื่นปีแต่ลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปี ตรงนี้เองผุ้เสียหายจึงยังมีรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมเพราะเมื่อออกจากคุกก็อาจจะออกมากระทำผิดซ้ำอีก ตนคิดว่าควรจะต้องแก้ข้อกฎหมายให้คดีแชร์ลูกโซ่ แก้จาก 3 - 5 ปี ต่อกระทง ต้องแก้เป็น 7 - 10 ปี ต่อกระทง เพื่อให้ผู้ต้องหาได้รับโทษอย่างน้อย 50 ปี ส่วนในการติดตามทรัพย์ผู้เสียหายจะต้องไปร้องทุกข์ต่อ ปปง. ส่วนปัญหาแชร์ลูกโซ่ระบาดยังไม่มีหน่วยงานไหนลงมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับการป้องปรามการกระทำความผิดซึ่งกระทรวงยุติธรรมควรจะลงมาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแชร์ลูกโซ่เพราะการจับกุมของตำรวจหรือดีเอสไอเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ควบคุมตัว นายภูดิศ กิตติธราดิลก อายุ 34 ปี ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี ซึ่งเป็น กก.บริษัท อินโนวิชั่นโฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1151/2560 ลงวันที่ 13 พ.ค. 2560 ได้ช่วงกลางเดือน พ.ค. 2560 ซึ่งเป็นคดีแชร์ลูกโซ่จัดคอร์สสัมมนา ความเสียหายหลายพันล้านบาท

กำลังโหลดความคิดเห็น...