xs
sm
md
lg

ตร.หิ้ว"ถวิล พึ่งมา"ฝากขังผลัดแรก คดีลักทรัพย์-ปลอมแปลงเอกสาร ศาลให้ประกันวงเงิน 8 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

นายถวิล พึ่งมา อายุ 63 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
MGR Online –ตร.คุม “ถวิล พึ่งมา” อดีต อธก.สจล.-อดีต ผจก.ไทยพาณิชย์สุวรรณภูมิ ฝากขังครั้งแรกศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง 6 ข้อหาปลอมเอกสารลักเงินสจล. 700 ล้านปี 52-57 ขณะที่ศาลให้ประกันถวิล 8 ล้าน-อดีต ผจก.ธนาคาร 8 แสน พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศ

วันนี้ (14 พ.ย) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี พนักงานสอบสวน กองบังคับการกองปราบปราม ควบคุมตัวนายคงฤทธิ์ สิงห์นุโคตร อายุ 51 ปีอดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3M และนายถวิล พึ่งมา อายุ 63 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ยื่นคำร้องขอฝากขังเป็นเวลา12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 -25 พฤศจิกายน เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีกอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา ในชั้นนี้พนักงานสอบสวนไม่ค้านการประกันตัวหากยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2552 – 8 เม.ย. 2557 ต่อเนื่องกัน ขณะนั้น นายคงฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ ฯ และนายทรงกลด ศรีประสงค์ เป็น ผช.ผจก.สาขา , น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ เป็นผอ.ส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีหน้าที่เบิกจ่ายเงินของสถาบัน , นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดี สจล. ดูแลบริหารงานคลัง สจล. , นายถวิล พึ่งมา อธก.สจล. , นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด , นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ , นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ เป็นบุคคลภายนอกและไม่ได้มีหน้าที่ใน สจล. ได้ร่วมกันลักเงิน สจล.ที่อยู่ในบัญชีเงินฝาก กับ ธ.ไทยพาณิชย์ สจล. , สาขาสุวรรณภูมิ 3M และ ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขา สจล. รวมทั้งหมด 7 บัญชีไป

โดย น.ส.อำพร ผอ.ส่วนการคลัง ใช้อุบายให้ สจล. อนุมัติการจ่ายเงินด้วยการทำบันทึกเสนอขอเบิกเงินจากสถานบันฯ อ้างว่าจะฝากประจำเผื่อให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น เมื่อ สจล.อนุมัติในการเบิกถอนเงินจากบัญชีแล้ว น.ส.อัมพรและนายสรรพสิทธิ์จึงร่วมกันลงนามเบิกเงินจากบัญชาหลายครั้ง โดยทั้งสองยังร่วมกับเบิกเงินจากบัญชีโดยไม่ได้รับอนุมัติจาก สจล. หลังจากนั้นให้นายทรงกลด ผช.ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ฯ และนายคงฤทธิ์ ผจก.สาขาสุวรรณภูมิฯ เบิกถอนเงินจากบัญชี แล้วไปซื้อแคชเชียร์เช็คเพื่อนำเข้าบัญชีของนายกิตติศักดิ์ , นายพูนศักดิ์ และนายจริวัตรที่เป็นบุคลภายนอก และบัญชีของนายทรงกลด ผช.ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ฯโดยที่กลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีนิติธรรมสัมพันธ์ หรืเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินจาก สจล.แต่อย่างใด แล้วผู้ต้องหาได้รับปนระโยชน์ดังกล่าวจากการร่วมกันปลอมใบนำฝากเงิน และสมุดคู่ฝากเงินของ สจล. เพื่อหลอกลวง สจล.ว่ามีการนำเงินในบัญชีแล้วเพื่อปกปิดการกระทำผิด แต่ สจล.ตรวจสอบพบว่าบัญชีเงินฝากหายไปอีก 7 บัญชี คือ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา สจล. 5 บัญชี , สาขาสุวรรณภูมิ 3M และธ.กรุงศรีอยุธยาฯ สาขา สจล.รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 708,578,411.44 บาท และต่อมาตรวจสอบพบว่านายทรงกลด ผช.ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาฯได้อนุมัติถอนเงินอำนวยความสะดวกให้การถอนเงินโดยมีบุคคลนำเอกสารอนุมัติถอนเงินไปมอบให้นายคงฤทธิ์ ผจก.สาขาฯ ดำเนินการถอนเงินจากบัญชีซึ่งเป็นการถอนเงินต่างสาขาแล้วแบ่งโอนเข้าบัญชีต่างๆ ส่วนเงินที่เหลือนำไปซื้อแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายให้นายพูนศักดิ์ บุคคลภายนอกซึ่ง สจล.ไม่มีนิติสัมพันธ์หน้าที่ตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขอออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว จนมีการนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยผู้แทน สจล.ได้เข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามเมื่อวันที่ 23 เม.ย.58 ซึ่งนายคงฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ถูก เจ้าหน้าที่ ตร.กก.1 บก.ป.จับกุมวันที่ 13 พ.ย.60 เวลา 00.25 น. ตามหมายจับศาล จ.2465/2560 ลงวันที่ 6 พ.ย.60 โดยกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง , ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม , สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย , ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้นและสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (11), 147, 151, 157, 265, 268 ประกอบมาตรา 83, 86 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4, 8, 11

ส่วนนายถวิล อดีต อธ.สจล. สอบสวนพบว่า ขณะทำความผิดได้ลงลายมือชื่อในตัวอย่างลายมือชื่อและมีชื่อในการเปิดบัญชีที่ทุจริตทั้งที่ตนเองยังไม่มีอำนาจเป็นผู้บริหาร สจล. และมีการทำหนังสือถึง ธ.ไทยพาณิชย์ไม่ให้ตรวจสอบบัญชีของ สจล. ซึ่งนายถวิลในฐานะอธิการบดีมีหน้าที่ต้องรักษาผลประโยชน์ แต่กลับยับยั้งไม่ให้ดำเนินการตรวจสอบ และเมื่อพ้นหน้าที่แล้วยังได้ลงลายมือชื่อในฐานะอธิการบดี มอบอำนาจให้แจ้งความว่าสมุดบัญชีที่ทุจริตสูญหาย เพื่อดำเนินการปิดบัญชี โดยมีเจตนาทุจริตปิดบังการกระทำของตนเองและพวก โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ย.60 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ ตร.กก.1 บก.ป.จับกุมนายถวิล ได้ตามหมายจับ จ.2468/2560 ลงวันที่ 9 พ.ย.60 พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ , ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม , เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 (7) (11), 147, 151, 157, 265, 268 ประกอบมาตรา 83 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานองค์กรมาตรา 4, 8, 11 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ เหตุเกิดที่แขวง-เขตลาดกระบัง กทม. , ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ภายหลังนายคงฤทธิ์ อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ และนายถวิล อดีตอธ.สจล. ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง

ต่อมาศาลอาญาทุจริตฯ พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว นายคงฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 โดยตีราคาประกัน 800,000 บาท ส่วนนายถวิล ผู้ต้องหาที่ 2 ตีราคาประกัน 8 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาตจากศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีลักเงิน สจล.นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2558 พนักงานอัยการคดีอาญา 11 (มีนบุรี) ก็ได้ยื่นฟ้อง นายถวิล อดีต อธก.สจล. ร่วมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ฯ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ , น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล. , นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ , น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์, นางสมบัติ โสประดิษฐ์ ,นางระดม มัทธุจัด, นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ , นายภาดา บัวขาว ,นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีต ผช.อธก.สจล. และนายศรุต ราชบุรี เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือผู้อื่นโดยทุจริต, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฟอกเงิน,สนับสนุนพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต, สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด กรณีวันที่ 25 มิ.ย.-12 พ.ย.55 พวกจำเลยร่วมกันถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง รวม 4 บัญชี เป็นเงินจำนวน 510,000,000 บาท ของ สจล. ผู้เสียหายที่ 1 ไปโดยมิชอบ และจำเลยที่ 1, จำเลยที่ 3-8 กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ยังร่วมกันฟอกเงินด้วยการนำเงิน 303,860,643.96 บาท ของสจล. ผู้เสียหายที่ 1 โอนกลับเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.ไทยพาณิชย์ฯ สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน เพื่อไม่ต้องให้รับโทษหรือรับโทษน้อยลงด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...