xs
xsm
sm
md
lg

ลุ้น!ม.44สกัดซื้อเก้าอี้สีกากี กระจายอำนาจเลิกรวมศูนย์

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online – ระทึก ลุ้นคำสั่งมาตรา44หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะ”ปฏิรูปตำรวจ” เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เพื่อกำหนดวิธีการป้องกันแก้ไขการทุจริตวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งตำรวจ ที่ “คสช.” ขึงขังกันมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ผ่านมาจะครึ่งเดือน รูปแบบ วิธีการ รายละเอียดในการป้องกันการซื้อขายเก้าอี้”สีกากี”ก็ยังไม่คลอดออกมาเสียที

ล่าสุด”วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจาก คสช.ให้ดำเนินการร่างรายละเอียดเกี่ยวกับคำสั่ง ม.44 ดังกล่าว บอกถึงความคืบหน้าตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับแก้ถ้อยคำรายละเอียด เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงแค่ให้กฤษฎีการ่างเสร็จแล้วประกาศออกมาได้ทันทีเหล่า”สีกากี”ก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไป

เมื่อคำสั่ง ม.44 ยังไม่ออกมา คำสั่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะสะบัดปากกาไปถึง ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบ เรื่องการแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพัน” ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ(รองผบก.)-สารวัตร(สว.) วาระประจำปี 2559ก็ต้องร้องเพลงรอไปก่อนเช่นเดียวกัน

เพราะคำสั่งให้เริ่มต้นกระบวนการจัดทำบัญชีแต่งตั้ง ทาง”ผบ.ตร.”ก็ต้องยึดตามคำสั่งหลักของ”หัวหน้า คสช.” โดยเฉพาะการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ยิ่ง คสช. ออกมาประกาศชัดเจนถึงการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการวิ่งเต้น การซื้อขายตำแหน่ง ระบบอุปถัมป์ต่าง ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บอกได้รับการร้องเรียนมาจำนวนมาก ต้องมีการป้องกันเพื่อให้สามารถตอบคำถามสังคมได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องชะลอการเดินหน้าแต่งตั้ง “นายพัน” เพื่อแนวทางความชัดเจนก่อนดำเนินการตามนโยบายผู้บังคับบัญชา

อย่างไรก็ตาม เดิมนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยึดแนวทางการแต่งตั้งตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2559 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 15 ก.ค.2559 บทที่ 3วิธีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งของผู้มีอำนาจ ข้อ 28การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้พิจารณา ดังนี้

(1) ข้าราชการตำรวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับจเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมาถึงระดับผู้บังคับการ ให้พิจารณาเรียกตามลำดับอาวุโสจำนวนร้อยละสามสิบสามของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่งในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(2) ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมาถึงระดับสารวัตรให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสจำนวนร้อยละสามสิบสามของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่งของหน่วยนั้น ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดังกล่าว ให้ใช้บังคับกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งทั่วไป ที่มิใช่ตำแหน่งเฉพาะการ เว้นแต่ผู้นั้นได้ดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดของตำแหน่งเฉพาะทางในหน่วยนั้นแล้ว

(3) ตำแหน่งว่างที่เหลือจากการพิจารณาตาม(1)และ(2)ให้ถือว่าผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย เป็นผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาโดยเท่าเทียมกัน การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตาม (1) (2) และ(3) ให้พิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้งได้เฉพาะผู้ที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเท่านั้น ยกเว้นการคัดเลือกหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป นายเวร ผู้ช่วยนายเวรหรือนายตำรวจราชสำนักประจำ หรือเป็นการคัดเลือกหรือแต่งตั้งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร หรือนายตำรวจราชสำนักประจำเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

การคำนวณจำนวนตำแหน่งตาม (1) และ(2) ให้ถือจำนวนเต็มที่คำนวณได้เป็นสัดส่วนจำนวนตำแหน่งการพิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสของผู้เหมาะสม ทั้งนี้ มิให้ปัดเศษทศนิยมเป็นจำนวนเต็ม ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นระดับรองผู้บังคับการลงมาข้ามหน่วย ให้พิจารณาแต่งตั้งได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของจำนวนตำแหน่งว่าง ในแต่ละระดับของหน่วยผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง

แม้คำสั่ง คสช. ใช้มาตรา 44ปฏิรูปตำรวจ ป้องกันการวิ่งเต้น การซื้อขายตำแหน่ง จะมีการไข กฎ ก.ตร.เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้อไหน รูปแบบใด และลงรายละเอียดแค่ไหน ก็คงต้องรอดูคำสั่งที่จะคลอดออกมาในเร็วๆนี้ โดยเฉพาะสิ่งที่เหล่า “สีกากี” แสดงความกังวลอยู่ตอนนี้

คือแนวทางการแก้ปัญหาซื้อขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น ที่พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสวมหมวก”หัวหน้า คสช.” แย้มเอาไว้ว่า จะต้องให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับล่างเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนผู้บังคับการจังหวัดก็ให้มีการพิจารณาลูกน้อง และให้ ผบ.ตร.เป็นผู้ตัดสินใจขั้นตอนสุดท้าย

หากเป็นแนวทางนี้ เหล่าสีกากีก็ยังไม่มั่นใจว่าจะปลอดจากการวิ่งเต้น ปลอดจากการซื้อขายตำแหน่ง เพราะถึงจะกระจายอำนาจลงระดับล่าง ระดับพื้นที่พิจารณา แต่ทุกอย่างก็ยังต้องถูกส่งรวมศูนย์ที่ ผบ.ตร. และผบ.ตร.ก็เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งเหมือนเดิม เช่นเดียวกับวาระปี 2558ที่เกิดปัญหาจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กัน

หากจะคงแนวทางดังกล่าว หลักการในการกระจายอำนาจให้ผู้บังคับบัญชาระดับล่างมีส่วนในการแต่งตั้งดีอยู่แล้ว และถ้าจะดียิ่งขึ้นคือต้องให้อำนาจอย่างชัดเจน แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผบ.ตร. มีเพียงหน้าที่ให้คำแนะนำตามข้อเสนอของระดับล่าง โดยระดับล่างการพิจารณารายชื่อแต่งตั้งในรูปแบบบอร์ด หรือคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น แบ่งหลักเกณฑ์พิจารณาเป็นสัดส่วนสอดคล้องตามกฎ ก.ตร. คือ กลุ่ม อาวุโส 33%กลุ่มผลงาน และกลุ่มความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม

จากนั้นเสนอบัญชีรายชื่อให้ ผบ.ตร. พิจารณา โดยกลุ่มความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าเหมาะสมแบบไหน อย่างไร และกลุ่มนี้ ผบ.ตร.ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นมีความจำเป็นหรือเห็นค้านก็ต้องมีเหตุผลส่งกลับไปสอบถาม บช.ให้เพียงพอ

เนื่องจากกลุ่มเหมาะสมนี้ “ผบช.” หรือ”ผบก.” จะได้เลือกใช้คนที่เหมาะสมกับงานที่ตัวเองต้องการ หาก ตร.ส่งใครลงไปก็อาจไม่ตรงตามที่พื้นที่จะใช้งาน ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วย เป็นอำนาจ ผบ.ตร. ก็ต้องมีการแต่งตั้งโดยใช้รูปแบบบอร์ด ตร.พิจารณา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

เชื่อว่าน่าจะทำให้เหล่า”สีกากี”ไร้เส้น ไร้สาย มีกำลังใจในการทำงาน และที่สำคัญประชาชนในพื้นที่น่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการได้รับบริการจากตำรวจที่เข้าใจ เข้าถึงพื้นที่ มากกว่าได้พวกที่จะลงมาแสดงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น

ทว่าในความเป็นจริงแนวทางการป้องกันการวิ่งเต้น การซื้อขายตำแหน่ง จะเป็นเช่นนี้หรือไม่ ก็คงต้องรอลุ้นคำสั่ง คสช. ใช้ ม.44ปฏิรูปการแต่งตั้งตำรวจจะออกมาแบบไหน
กำลังโหลดความคิดเห็น...