xs
xsm
sm
md
lg

พบสัมพันธ์ลึก “เซลส์แมน-สาวไฟแนนซ์” บุกลูบคมถึงรังรัก “พันเอก” ก่อนหายสาบสูญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

นายรัติภูมิ หรือ เบิร์ด พิมใจใส(ภาพจากเฟซบุ๊ก Gift Primravee)
MGR Online - ยิ่งสาวยิ่งวุ่น คดี “เซลส์แมนรูปหล่อ” ทำท่าจะ “อวสานเซลส์แมน” ซะแล้ว!!?? พบสัมพันธ์ลึกสาวไฟแนนซ์หวานใจ “พันเอก” ย่ามใจซ่อนอยู่ในบ้าน จนลุกลามกลายเป็นเรื่อง คาดหลังก่อเรื่อง “ตีท้ายครัว” เจอลวงไปเจรจาก่อนอุ้มหาย ตำรวจสืบ 7 ได้กลิ่นฆาตกรรม ล็อกสาว “เฌอมาลย์” สอบเครียด

คดี นายรัติภูมิ หรือ เบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มหน้าตาดี ประจำโชว์รูมโตโยต้ากรุงไทย ย่านเกษตร-นวมินทร์ หายตัวไปอย่างลึกลับ ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา กระทั่ง น.ส.นันทิยา สุวรรณวาลี อายุ 35 ปี ภรรยา เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ชวภณ คล่องยุทธ ร้อยเวร สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2560 เพื่อให้ช่วยติดตาม และทีมข่าวอาชญากรรม MGR ออนไลน์ ได้นำเสนอรายละเอียดในเบื้องต้นไปแล้วนั้น มีรายงานล่าสุด ว่า ขณะนี้ ฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา ได้ออกแกะรอยมาแต่ต้น โดยรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด กับการตรวจสอบบัญชีเงินสดในธนาคารของนายรัติภูมิ ด้วย และเช้าวันนี้ (31 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ล็อกตัว น.ส.เฌอมาลย์ ทไนสวรรค์ หรือ “มิ้ว” อายุ 34 ปี พนักงานฝ่ายสินเชื่อธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ไปสอบสวนซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวของนายรัตภูมิ

แหล่งข่าวระบุว่า สาเหตุการ “อุ้ม” หายตัวไปอย่างลึกลับนั้น ยังไม่แน่ว่ามาจากเรื่องชู้สาว หรืออื่นๆ เช่น การทะเลาะวิวาท เพราะความเข้าใจผิด เป็นต้น โดยญาติ นายรัติภูมิ คนหนึ่ง เปิดเผยว่า เคยได้รับการบอกเล่าของนายรัติภูมิ เกี่ยวกับการคบหา น.ส.เฌอมาลย์ มาก่อนประมาณ 1 ปีเศษมาแล้ว ซึ่งบิดายังได้เตือนไปว่า หญิงสาวคู่กิ๊กมีเจ้าของหรือไม่ ซึ่ง นายรัติภูมิ บอกว่า เป็นภรรยาน้อยนายทหาร แต่อยากจะลองคบหาดู เพราะฝ่ายหญิงยืนยันว่า กำลังจะเลิกกัน และเมื่อลำดับเหตุการณ์กับพยานสำคัญอีกปากหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวหน้าของ นายรัติภูมิ ให้การว่า วันเกิดเหตุ คือ วันที่ 20 ธ.ค. 2559 ตอนเย็น นายรัติภูมิ ได้โทรศัพท์มาหา แต่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง จับใจความว่ากำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่าง แล้วตะโกนให้ช่วย ขณะที่พยานอีกปากหนึ่ง ชื่อ นายโอ๊ด เป็นพนักงานรุ่นน้อง มีความสนิทสนมเที่ยวเตร่กันประจำ บอกกับตำรวจว่า วันเกิดเรื่องนายรัติภูมิ โทรศัพท์มาหาเช่นกัน บอกด้วยน้ำเสียงระล่ำระลัก ว่า....“อีนี่มันเป็นนกต่อ...มันเล่นกูแล้ว....”

ทีมข่าวอาชญากรรม MGR ออนไลน์ มีโอกาสสอบถามข้อเท็จจริงกับ น.ส.นันทิยา สุวรรณวาลี ภรรยา ได้ลำดับเหตุการณ์ให้ฟัง ว่า ก่อนนายรัติภูมิจะหายตัวไปนั้นประมาณวันที่ 16 ธ.ค. 2559 ได้มาขนข้าวของที่บ้าน โดยที่ตนไม่ทราบ แต่มารู้อีกทีตอนที่หัวหน้านายรัติภูมิ ส่งไลน์มาแจ้งให้ทราบว่า นายรัติภูมิ จะไปพักกับเพื่อนแถวๆถนนบรมราชชนนี จนถึงวันที่ 23 ธ.ค. จึงทราบว่า สามีไปพักอยู่บ้านเลขที่ 1/7 ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. และไม่สามารถติดต่อกันได้อีก จึงเริ่มสอบถามไปยังญาติของ นายรัติภูมิ ซึ่งอยู่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ตนเห็นว่า ผิดสังเกต เพราะนายรัติภูมิไม่เคยหายจากบ้านไปนานขนาดนี้ ญาติๆ จึงหารือกันและทราบรายละเอียดจากหัวหน้า รวมทั้งเพื่อนชื่อโอ๊ด เกี่ยวกับการติดต่อทางโทรศัพท์ในเย็นวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนทราบว่า นายรัติภูมิ ได้คบหากับ น.ส.เฌอมาลย์ มาได้ระยะหนึ่ง แต่ยังไม่แน่ชัดถึงความสัมพันธ์

น.ส.นันทิยา เปิดเผยอีกว่า เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถาม น.ส.เฌอมาลย์ ไม่ยอมรับในเรื่องชู้สาว แต่ยอมรับว่า มีความสนิทสนมกันแบบเพื่อน โดยก่อนนายรัติภูมิจะหายตัวไปนั้นตนกับนายโอ๊ด และ นายรัติภูมิ ได้นัดไปเดินเที่ยวกันที่ตลาดหัวมุม ย่านเลียบทางด่วน จากนั้นได้ไปเปิดห้องพักใกล้กับร้านเพ้อ เพื่อปาร์ตีกัน ซึ่งหลังจากนั้น ได้เดินทางกลับมาก่อน ส่วนนายรัติภูมิ ตามมายังบ้านพักในวันรุ่งขึ้น “เขาบอกว่า เขามีสามีอยู่แล้วเป็นนายทหารยศพันเอก วันเกิดเหตุ นายรัติภูมิ มีอาการเมาเกินขนาด จนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ กระทั่งบ่ายได้เวลาสามีเขาจะแวะมาหา พอบอกให้ นายรัติภูมิ ออกไป ก็ไม่ยอมออก จึงใช้วิธีซ่อนตัวอยู่ในห้อง หลังจากนั้น พอตอนเย็นนายทหารเดินทางออกไป นายรัติภูมิ จึงออกมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะกลับบ้าน แต่มาเกิดเรื่องทะเลาะกันเสียก่อน”

สำหรับรายละเอียดที่เกิดเป็นปากเสียงระหว่าง น.ส.เฌอมาลย์ กับ นายรัติภูมิ น.ส.นันทิยา กล่าวว่า เป็นแค่การยืนยันของ น.ส.เฌอมาลย์ เพียงฝ่ายเดียว โดยบอกกับตน ว่า ตอนที่นายรัติภูมิเดินลงมาจากห้องพัก เห็นว่า ได้ใส่ชุดของพันเอก แฟนของ น.ส.เฌอมาลย์ ด้วย และไม่ยอมกลับง่ายๆ พร้อมอ้อนวอนขอทำหน้าที่เป็นแฟนแทน จึงเกิดเป็นปากเสียงกัน น.ส.เฌอมาลย์ บอกว่า ถูกนายรัติภูมิใช้ไม้กวาดตีที่ศีรษะ 1 ครั้ง จึงต่อสู้กัน และสามารถผลักจนพ้นประตูและล็อกไว้ ช่วงนั้นเอง น.ส.เฌอมาลย์บอกว่า นายรัติภูมิ ตะโกนจะขอกระเป๋า และรับปากว่า ถ้าได้กระเป๋าจะยอมกลับบ้าน จึงเปิดประตูให้ จากนั้นนายรัติภูมิจึงวิ่งกระเซอะกระเซิงออกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นั้น ขณะนี้ได้ไล่ดูกล้องวงจรปิดทุกๆ จุด ในบริเวณที่เกิดเหตุ และรัศมีโดยรอบ รวมทั้งตรวจสอบพิกัดการใช้โทรศัพท์ของนายรัติภูมิอย่างละเอียด ซึ่งทราบต่อมาว่า มีการใช้เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ในช่วงเย็น 1 ครั้งเป็นเวลา 17 นาที ต่อมาสรุปได้ว่า เป็นการโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหัวหน้างานซึ่งได้ยินเพียงเสียงวิ่งกับตะโกนขอความช่วยเหลือ ต่อมาเวลาเที่ยงคืนวันเดียวกันเรื่อยมาจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันใหม่ จับพิกัดได้แถวซอยบรมราชชนนี 89 บริเวณศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่ง คาดว่า นายรัติภูมิ น่าจะยังมีชีวิตและถูกอุ้มตรงจุดนั้น โดยฝ่ายคู่กรณีหลอกให้มาเจรจา เพื่อเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีรายงานด้วยว่า หลังญาตินายรัติภูมิ แน่ใจว่า จะต้องเกิดเหตุร้ายอย่างแน่นอน น.ส.นันทิยา ภรรยาจึงเดินทางมาแจ้งความไว้ที่ สน.ศาลาธรรมสพน์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ก่อนหน้านั้น น.ส.เฌอมาลย์ ได้มาแจ้งความในวันที่ 23 ธ.ค. หลังเกิดเรื่อง โดยกล่าวหาว่า นายรัติภูมิ บุกรุกพยายามขืนใจและชิงทรัพย์

สำหรับรายละเอียดบันทึกการแจ้งความ ระบุว่า ผู้เสียหายชื่อ น.ส.เฌอมาลย์ ทไนสวรรค์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/39 ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. แจ้งว่า วันที่ 19 ธ.ค. 2559 เวลาประมาณ 23.00 น. ผู้แจ้งอาศัยในบ้านพักดังกล่าวเพียงลำพัง และมีเพื่อนชื่อเบิร์ด มาขออาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากถูกไล่ออกจากบ้าน ผู้แจ้งจึงอนุญาตให้พักได้ 1 คืนเท่านั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2559 นายเบิร์ด ไม่ยอมกลับบ้านจึงให้พักอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ชั้นล่างของบ้าน ต่อมาเวลา 11.00 น. แฟนของผู้แจ้งชื่อ พันเอก สุดเขต วิริยะสุมล ได้เข้ามาในบ้านของผู้แจ้ง ซึ่งมาเป็นประจำ หลังจากแฟนของผู้แจ้งได้กลับออกจากบ้านไป นายเบิร์ด พยายามล่วงเกินผู้แจ้งโดยลักษณะจะพุ่งเข้ามาหา พร้อมปิดไฟและประตู โดยกล่าวว่าจะขอเป็นตัวแทนแฟน หลังจากนั้น ผู้แจ้งได้ผลักนายเบิร์ด ออกแล้ววิ่งออกจากห้องไป ผู้แจ้งจึงบอกนายเบิร์ด ว่า ให้กลับบ้านไป เนื่องจากแฟนจะกลับมา

เนื่องจากผู้แจ้งหวาดกลัว จึงกล่าวขู่ไป หลังจากนั้น ผู้แจ้งจึงวิ่งเข้าห้องตัวเอง ล็อกห้องดังกล่าว นายเบิร์ด ได้ใช้หิ้งพระ ซึ่งทำมาจากไม้ทุบประตูเพื่อเข้ามาหา อ้างว่า จะเอาของคืน เมื่อเข้ามาได้ นายเบิร์ด ได้ใช้ไม้กวาดตีศีรษะผู้แจ้งแล้วผลักผู้แจ้งล้มลง นายเบิร์ด จึงรวบกระเป๋าถือ และโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งเอาไป และวิ่งออกจากประตูบ้านไป

ต่อมาผู้แจ้งจึงมาทราบว่า เงินจำนวน 7 หมื่นบาท ที่ใส่ในซองกระดาษได้หายไปจากตู้เสื้อผ้า ผู้แจ้งสันนิษฐานว่า นายเบิร์ด เป็นคนเอาเงินจำนวนดังกล่าวไป ผู้แจ้งจึงได้ติดตามนายเบิร์ด ทั้งเพื่อน และที่ทำงาน แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลยจึงมา สน.ธรรมศาลา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...