xs
xsm
sm
md
lg

“ทำไมต้องฆ่าผม”ชาญชัย ลิขิตจิตถะ วลีอมตะ“ตุลาการภิวัฒน์”วันถูกลอบสังหาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


เปิดเส้นทางชีวิต “ตุลาการภิวัฒน์” ชาญชัย ลิขิตจิตถะ นักสู้ผู้เดินหน้าชนระบอบทักษิณ หลายผลงานล้วนเสี่ยงตายจนกลายเป็นเป้าเข้าโหมลอบสังหาร หลังปฏิบัติการบุกล็อกทั้งขบวนการฆ่าพอรู้ข่าวถึงกับงง กลายเป็นประโยคเด็ดเข้าแฟ้มอาชญากรรม “ทำไมเขาต้องฆ่าผม”

เส้นทางชีวิตช่วงที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ถือว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงเปลี่ยนผ่านการเมืองไทยครั้งสำคัญโดยหลังจากมีการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น รมว.ยุติธรรม ผลงานส่วนใหญ่จึงเป็นการใช้กฎหมายอย่างจริงจัง-เข้มข้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ตุลาการภิวัฒน์”จัดการกับกลุ่มอำนาจเดิม หรือที่รู้จักกันในระบบทักษิณ เริ่มจากลงนามย้ายพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองฯ ฐานบกพร่องต่อกรณีอุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตรวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2550 สั่งลุยการทุจริตคอรัปชั่น 15 กระทรวงเพื่อแก้ปัญหาโกงกินที่หมักหมมอยู่ และยังสั่งรื้อคดีฆ่าตัดตอนตามนโยบายปราบปราบปรามยาเสพติดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นจนทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย หรือหายตัวไปอย่าลึกลับเกือบ 3 พันราย

ในระหว่างการไล่จัดการกับระบอบทักษิณ อยู่นั้นวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2552 สังคมไทยต้องตื่นตะลึงอีกครั้งเมื่อฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 บุกจับนายภานุพงศ์ รัตนาไพบูลย์ หรือกอล์ฟ อายุ 32 ปี นายศักดิ์ชาย แซ่ลิ้ม หรือแบงก์อายุ 27 ปี และนายมิก สุขกาญจนกาศ หรือจ่าเหน่ง อายุ 32 ปี ข้อหาร่วมกันวางแผนฆ่าโดยกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวทำหน้าที่ชี้เป้าและติดต่อมือปืน ผู้ต้องหาสารภาพได้ค่าจ้าง 1.5 ล้านบาท และซัดทอด พ.ต.เทียนชัย เมืองจันทึก หรือผู้พันอ๊อด อายุ 45 ปี นายทหารบรรณรักษ์ประจำศูนย์ปฏิบัติการส่วนรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กองบัญชาการทหารสูงสุด และ พ.อ.สกล พันธ์หงส์ อายุ 61 ปี อดีตนายทหารปราบปรามก่อการร้าย ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ซึ่ง พ.อ.สกล หลบหนีไปได้ สำหรับสาเหตุนั้นคาดว่ามาจากบทบาทอันเข้มข้นของนายชาญชัย นั่นเองรวมทั้งมีการดำเนินคดีกับ 11 เสื้อแดงเชียงใหม่ที่สื่อตั้งฉายาเป็นนักฆ่าจึงมีการวางงานหวังสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง

คดีดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ส่วนตำรวจที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มีตำแหน่ง ผบ.ตร.ในขณะนั้น พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เป็นหัวหน้าทีมทำงานและพล.ต.ท.ฉลอง สมใจ ผบช.ภ.1 เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามหลังตำรวจสามารถพิชิตคดีได้แล้วมีบางกระแสเกิดความข้องใจในแผนประทุษกรรมซึ่งไม่ค่อยสมเหตุสมผลนักเนื่องจากเส้นทางสืบสวนของเจ้าหน้าที่มาจากมือปืนคนหนึ่งได้รับการติดต่อจ้างวานให้ไปสังหารนายชาญชัย มีการพาไปดูลาดเลาที่บ้านพักย่านซอยสุขสวัสดิ์ 66 ถนนสุขสวัสดิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และดูรถยนต์ประจำตำแหน่งที่นายชาญชัย ใช้อยู่แต่ต่อมาเมื่อทราบว่าเหยื่อเป็นบุคคลสำคัญจึงเปลี่ยนใจ และนำข้อมูลทั้งหมดไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่กระทั่งมีการจับกุมดังกล่าวซึ่งแม้แต่นายชาญชัย เองยังอยู่ในอาการงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก ทันทีที่ทราบเรื่องได้ถาม พล.ต.อ.จงรัก อย่างประหลาดใจว่า “ทำไมเขาต้องฆ่าผม”

นอกจากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นยังมีอีกปัจจัยสำคัญทำให้ตกเป็นเป้าสังหารก็คือกลุ่มอำนาจเก่าโดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร มีความฝังใจว่านายชาญชัย คือตัวแปรสำคัญ เป็นคนวางแผนยึดอำนาจ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ทั้งนั้นมีการระบุผ่านการปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดงหลายครั้งระบุว่ามีการประชุมวางแผนกันที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาโดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมจำนวนหนึ่งพร้อมกับนายชาญชัย ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีมีการวางแผนเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ เป็นตัวเร่งเปิดและปิดฉาก กอปรกับการทำหน้าที่อย่างเข้มข้นในฐานะ รมว.ยุติธรรม นายชาญชัย จึงตกเป็นเป้าสังหารดังกล่าว

กำลังโหลดความคิดเห็น...