xs
xsm
sm
md
lg

"พี่จะไปแล้วนะ"... คำสุดท้ายของตร.นักผจญเพลิง

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


สดุดีวีรกรรมกล้าหาญของ "ผู้กองสุรเดช" สุภาพบุรุษนักผจญเพลิง หลังตัดสินใจเสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าไปช่วยลูกน้องใต้บังคับบัญชาที่ยังติดอยู่ในอาคาร แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถจะกลับออกมาได้อีกเลย จบชีวิตที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง ซากเหล็กซากปูนฝังร่างอันเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสำนึกของลูกผู้ชายนักกู้ภัยไว้ภายใต้เศษซากอันเย็นเยียบ เหลือเพียงแต่โครงอาการพังๆ ประจานความเห็นแก่ตัวและความไม่รับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้อง...

หลังจากติดตามข่าวกันชนิดข้ามวันข้ามคืน หลังเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้นของบริษัทยูไนเต็ด ยูเนียนพาร์ท จำกัด ย่านถนนพระราม 6 เขตปทุมวัน ตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (9 มกราคม) ซึ่งพระเพลิงได้โหมแรงอยู่นานหลายชั่วโมง จนประมาณ 17.00 น. อาคารดังกล่าวได้พังครืนลงมาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่ร่วมอยู่ในสถานการณ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หน่วยอาสากู้ภัย กองทัพสื่อมวลชน ตลอดจนไทยมุงที่ออดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมหาศาล

"นพ.สวนมะลิ 1 นพ.สวนมะลิ 1 ผู้กอง ผู้กองสุรเดช ได้ยินไม๊ !!! "


เสียงชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบสังกัดกองปฏิบัติการดับเพลิง 3 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหลายคน ตะโกนกรอกเข้าไปในวิทยุสื่อสารของตัวเองอย่างตื่นตระหนก เรียกขานรหัสของชายวัย 50 ที่พุ่งเข้าไปในอาคาร ก่อนจะเกิดการถล่มเพียงเศษเสี้ยวของวินาที ฝุ่งผงคลีตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนแทบมองหน้ากันไม่เห็น แต่หน่วยกู้ภัยกล้าตายก็พยายามเข้าไปรื้อซากอาคารที่พังลงมาอย่างลืมอันตราย เนื่องจากผู้ที่ติดอยู่ในนั้น นอกจากจะเป็นคนที่อยู่ในอาคารแล้ว อีกครึ่งหนึ่งคือตำรวจ คือทีมอาสา คือหน่วยกู้ภัย ที่เข้าไปช่วยเหลือระงับเหตุทั้งนั้น!!!

และหนึ่งในนั้นคือร.ต.อ.สุรเดช เชื้อทิน ตำรวจดับเพลิงผู้ซึ่งออกมาพ้นระยะการทรุดตักของตึกแล้ว แต่วิ่งกลับเข้าไปใหม่ เพื่อช่วยเหลือลูกน้องใต้บังคับบัญชา ที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ภายในอาคาร...

ความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือหนักจากกรมโยธาฯ การประสานงานตัดไฟจากการไฟฟ้านครหลวง การจัดการจราจรและปิดถนนเพื่อความสะดวกต่อผู้ปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล มูลนิธิและหน่วยอาสาต่างๆ ตลอดจนกู้ชีพและหน่วยพยาบาลจากโรงพยาบาลใกล้เคียง ผู้ใหญ่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างก็ทยอยไปดูที่เกิดเหตุเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น "ปลัดกทม". - คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน , "ผู้ว่าฯ หน้าหล่อ" - อภิรักษ์ โกษะโยธิน , "น.1" - พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต , "รมว.สธ." - สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ฯลฯ  
 
การประสานงานเป็นไปอย่างค่อนข้างเชื่องช้า เนื่องจากอาคารที่ถล่มลงมายังมีบางส่วนที่ยังไม่พัง และถูกเศษเหล็กเศษแผ่นซีเมนต์ทับเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ ประกอบกับควันไฟที่พวยพุ่งออกมาเหนือซากอาคารอยู่ตลอดเวลา และหนาแน่นจนทำให้เชื่อได้ว่าภายในตัวอาคารยังคงมีกองไฟขนาดใหญ่ ปะทุและลุกไหม้อยู่อย่างแน่นอน แต่ละวินาทีที่ค่อยๆ คืบคลานผ่านไปเรื่อยๆ หน่วยกู้ภัยทุกนายรู้ดีอยู่เต็มอกว่า นั่นหมายถึงโซ่ชีวิตของผู้ที่ติดอยู่ภายในจะหดสั้นตามไปทุกๆ ครั้งที่เข็มวินาทีกระดิก ต่างคนต่างเร่งมือ ไม่มีหน่วยกู้ภัยคนใดไม่ใบหน้าไม่มอมแมม เม็ดเหงื่อไม่พราวเกาะเต็มใบหน้า ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคนใดไม่เหน็ดเหนื่อย
 
ทีมข่าวพิเศษอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ระทึกนี้แทบตลอดเวลา เห็นสาวน้อยในชุดขาวคนหนึ่ง คาดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยพยาบาล ที่เข้าไปในซากตึกเป็นชุดแรก หลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยแจ้งว่าพบร่างผู้บาดเจ็บอยู่ภายในอาคาร พร้อมทั้งทยอยขนน้ำเกลือ ผ้า พัดลม น้ำดื่ม และบอร์ดอุ้มร่างคนป่วยเข้าไป หลังจากนั้นชั่วครู่ใหญ่ ทีมงานเห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยหิ้วร่างระโหยโรยแรงของเจ้าหน้าที่พยาบาลสาวคนดังกล่าวออกมา ในสภาพหน้าแดง น้ำตาไหล และสำลักกระอักกระไอควันที่เผาไหม้อยู่ตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่พยาบาลรายอื่นก็ผลัดเปลี่ยนเข้าไปเสริม

ท่ามกลางคำพลิกลิ้นปฏิเสธว่าไม่ได้ต่อเติมอาคารของคำนายแสงอรุณ ธนาดำรงศักดิ์ เจ้าของอาคาร ในใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนภาวนาให้ผู้ที่ติดอยู่ในเศษซากอาคารทั้งหลายรอดชีวิต ไม่ต่างจากนางอัชนา นาคเกิด อายุ 43 ปี น้องสาว ร.ต.อ.สุรเดช เชื้อทิน เจ้าหน้าที่ตำรวจดับเพลิง สังกัดกองปฏิบัติการดับเพลิง 3 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็เช่นกัน นางอัชนาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หวังอยู่ตลอดเวลาให้พี่ชายของเธอยังมีชีวิตอยู่ ภาวนาให้กระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าร.ต.อ.สุรเดช โทรศัพท์ออกมาบอกติดอยู่ในซากตึก แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เป็นความจริง เพราะว่าพี่ชายของเธอเคยมีประสบการณ์การทำงานกู้ภัยแบบนี้ แล้วเข้าไปติดในตัวตึกหลายครั้งแล้ว และก็สามารถรอดมาได้ทุกครั้ง ขอให้ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่พี่ชายของเธอกลับออกมาได้

"พี่เป็นคนมุ่งมั่น รักลูกน้อง รับผิดชอบสูง ตั้งใจจริงในการทำงาน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้าติดอยู่ในตึกขณะออกทำงานดับเพลิงและเข้าช่วยผู้ประสบภัย เค้าติดอยู่ในตึกบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็ออกมาได้ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งครั้งที่เค้าสามารถรอดออกมาได้ เค้าทำงานแบบจริงจัง ที่บ้านก็เตือนเค้าว่าให้ระวังตัว ทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนา จริงๆ พี่เค้าจะไม่ต้องติดอยู่ข้างใน เพราะเค้าออกมาพ้นรัศมีการทรุดตัวของตึกแล้ว แต่ว่าพี่เค้ากลับเข้าไปช่วยลูกน้องที่อยู่ข้างใน และกลับออกมาไม่ได้" นางอัชนากล่าว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายคนพูดคล้ายๆ กันคือ วินาทีที่ร.ต.อ.สุรเดชตัดสินใจวิ่งเข้าไปในตัวอาคารอีกครั้ง เกือบจะเป็นวินาทีเดียวกับที่อาคารนรกล้มครืนลงมา พ.ต.ท.เมธี ทานาค ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิง 3 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เล่าให้ฟังถึงหัวจิตหัวใจของลูกน้องผู้กล้าหาญที่ชื่อร.ต.อ.สุรเดช เชื้อทิน คนนี้ว่า เป็นคนเอาการเอางาน มุ่งมั่น และมีจิตวิญญาณในการดับเพลิงและเข้าช่วยผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง เป็นสำนึกของผู้ที่ทำงานรับใช้ประชาชน

จันทนา ศรีเพชร วัย40 ปี พนักงานบริษัทตรีเพชรอีซูซุ เพื่อนสาวคนสนิท มิตรทางใจของ "ผู้กองสุรเดช" เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงกันครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วานนี้ โดย ร.ต.อ.สุรเดชโทร.มาคุยด้วยน้ำเสียงเพลียๆ เหนื่อยอ่อน ไม่สดใสร่าเริง หรือเข้มแข็งอย่างที่เคย โดยกล่าวว่า

"พี่จะไปแล้วนะ"

เป็นไปไม่ได้ที่หัวใจคนที่คอยอยู่เบื้องหลังจะไม่เป็นห่วง เธอถามกลับไปว่า "พี่จะไปไหน"

"จะไปทำงาน ดูแลตัวเองดีๆ นะ พี่คิดถึง อีกเดี๋ยวก็เจอกัน พี่เหนื่อยมากเลย ล้าๆ อยากจะพักเสียที จะไปแล้วนะ ..." แล้วร.ต.อ.สุรเดชก็ได้วางสายไป ...

คำสุดท้ายจริงๆ "พี่จะไปแล้วนะ..." จันทนามายังที่เกิดเหตุทั้งน้ำตา สุดโศกเศร้า ... วันนี้ของปีที่แล้ว เธอและคนรัก พร้อมครอบครัว ยังฉลองวันเกิดปีที่ 50 ให้แก่เขาอย่างชื่นมื่น วันนี้เธอพร้อมครอบครัว หวังให้เขากลับมาเป่าเทียนวันเกิดได้ดังเช่นทุกปี ... ภาวนา ... เฝ้ารอปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น แต่สุดท้าย สิ่งที่เธอหวังก็ไม่เป็นจริง และจนขณะนี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถกู้ร่างของนักดับเพลิงคนกล้าคนนี้ ... ออกมาได้
 
.... แด่คนดีที่จากไป ....ร.ต.อ.สุรเดช เชื้อทิน
 




ร.ต.อ.สุรเดช เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2497 เป็นบุตรคนโตของครอบครัว "เชื้อทิน" ในจำนวนพี่น้อง 5 คน มีบุตรสาว 1 คน อายุ 23 ปี และบุตรชาย 1 คน อายุ 21 ปี บุตรทั้งสองได้เรียนจบแล้ว ส่วนภรรยาคนแรกของ ร.ต.อ.สุรเดชได้เสียชีวิตลงเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะนี้คบหาดูใจอยู่กับนางจันทนา เพื่อนสาวคนสนิท โดย ร.ต.อ.สุรเดชและครอบครัว พักอาศัยอยู่ที่แฟลตดับเพลิงปทุมวัน




 
กำลังโหลดความคิดเห็น...