xs
xsm
sm
md
lg

เตือนภัย “แอปฯ กู้เงิน” อันตราย!

เผยแพร่:   โดย: กิตตินันท์ นาคทอง



กิตตินันท์ นาคทอง Facebook.com/kittinanlive

เศรษฐกิจไทยซบเซา ค้าขายฝืดเคือง หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น หลายคนมีชีวิตแบบเดือนชนเดือน จะใช้เงินด่วนเพื่อหมุนเวียนฉุกเฉิน ก็เจอสถาบันการเงินเข้มงวดอนุมัติสินเชื่อ หลายคนต้องแสวงหาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงง่าย

ปัจจุบันมี “แอปพลิเคชันกู้เงิน” หรือ “สินเชื่อเงินสดออนไลน์” ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายปะปนกันไป บางแอปฯ มาในรูปแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรอง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

แอปฯ กู้เงิน เสี่ยงอย่างหนึ่ง คือ “การให้อนุญาตสิทธิ์เข้าใช้ข้อมูลมือถือ” อาทิ ปฏิทิน, รายชื่อ, บันทึกตำแหน่ง, เครือข่ายโทรศัพท์, บันทึกการใช้โทรศัพท์, ข้อความ SMS, พื้นที่เก็บข้อมูล ขณะเดียวกันก็มีการอนุญาตเข้าถึงการใช้งานมือถือ

นอกจากนี้ ยังมีการกรอกข้อมูลหรืออัปโหลดข้อมูลส่วนตัว เช่น หน้าบัตรประชาชน ข้อมูลทั้งเลขที่บัตรประชาชน, รหัส LASER ID ด้านหลังบัตรประชาชน รวมทั้ง E-Statement จากธนาคารพาณิชย์ ที่มักจะใช้วัน เดือน ปีเกิดเป็นรหัสผ่าน

ปัจจุบันมีสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อผ่านแอปฯ ได้แก่ “ป๋า” ของบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ในกลุ่มเจมาร์ท มีสินเชื่อบุคคลที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ “สินเชื่อ J Loan Lite” สำหรับคนที่ต้องการเงินด่วนไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ต่อปี

หรือจะเป็น “เงินทันเด้อ” ของบริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด ในกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจุบันมี “สินเชื่อตั้งหลัก” ที่ให้กู้ได้เพียงใช้หลักฐาน E-Statement ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้ วงเงินตั้งแต่ 1,000-50,000 บาท ดอกเบี้ย 35% ต่อปี

แต่พบว่ามีบางแอปฯ หลอกลวงผู้บริโภค ทำกันเป็นขบวนการ มี “ชาวต่างชาติ” เป็นนายทุน อาศัยความเดือดร้อนเรื่องเงิน ให้เงินกู้ด่วนอนุมัติเร็ว แต่หักค่าบริการ “นับพันบาท” ตั้งแต่วันแรก แล้วต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยเต็มจำนวน

นอกจากคิด “ดอกเบี้ยโหด” เกินกว่ากฎหมายกำหนดแล้ว หนำซ้ำยังถูก “ทวงหนี้โหด” ไม่ต่างจากแก๊งเงินกู้นอกระบบ คิดค่าติดตามทวงถามนับร้อยบาท แถมพยายามทวงหนี้ทุกวิถีทาง ใช้ข้อความรุนแรง ส่ง SMS ประจานให้ผู้กู้อับอาย

หนักที่สุดถึงขั้นส่งข้อความ SMS ไปที่หัวหน้างานของผู้กู้ แล้วถูกไล่ออกจากงานก็มี!


เมื่อวันก่อน ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) บุกทลายแก๊งเงินกู้ผ่านแอป “บาทโลน” (BAHTLOAN) ซึ่งมี นายหยู ตันฮวน วัย 27 ปี สัญชาติจีนเป็นนายทุน

แอปฯ นี้ ถูกผู้เสียหายจำนวนมากร้องเรียนว่า ไปกู้เงินมาแล้วได้เงินไม่ครบ กู้ 3,000 บาท ได้เงินแค่ 1,600 บาทเศษ อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย แต่ต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยเต็มจำนวนภายใน 7 วัน

หากไม่ได้จะคิดค่าติดตามทวงถามวันละ 300 บาท เมื่อไม่ชำระหนี้ จะมี “พนักงานติดตามทวงหนี้” คอยทวงเงินเช้าเย็น ใช้วาจารุนแรง ข่มขู่คุกคามทำนองว่า “ถ้าไม่จ่ายถือว่าตั้งใจโกง” และส่งข้อความประจานไปยังเพื่อนๆ ให้ผู้กู้อับอาย

สอบสวนพบว่า นายทุนชาวจีนคนนี้ จ้าง น.ส.จามจุรี ตั๋นปั๋น สาวไทยวัย 24 ปี เป็นนอมินีในฐานะ “กรรมการบริษัท” และจ้างคนไทยเป็นพนักงานติดตามทวงหนี้เกือบ 50 คน เช่าออฟฟิศในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาภิเษก 7

แต่ละคนจะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศ คอยโทรศัพท์ทวงหนี้ รับผิดชอบลูกหนี้ประมาณ 40-60 รายต่อวัน นอกจากจะให้เงินเดือนสูงถึง 20,000 บาท มากกว่าเงินเดือนสตาร์ทปริญญาตรีจบใหม่แล้ว ยังมี “เงินอัดฉีดพิเศษ” ให้อีก

ใครเร่งรัดทวงหนี้อันดับหนึ่ง ได้รางวัล 20,000 บาท อันดับสองได้ 10,000 บาท อันดับสาม 5,000 บาท ยิ่งจูงใจให้แข่งขันทวงหนี้ทุกวิถีทาง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่สนใจว่าจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้กู้หรือไม่

ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีนายหยู นายทุนชาวจีนโอนเงินระหว่างลูกค้า มากกว่า 30 ล้านบาท และพบว่ามีผู้กู้ตกเป็นเหยื่อขบวนการนี้มากกว่า 1 หมื่นราย!


อันที่จริงเรื่องของแอปฯ กู้เงินโหดนี้ เคยมีเพจชื่อดังแห่งหนึ่ง มีลูกเพจร้องเรียนมาว่า ตนเผลอไปกู้เงินจากแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ที่เพื่อนแนะนำมา วงเงินกู้ 3,000 บาท ต้องจ่ายคืนใน 7 วัน จ่ายช้า เสียค่าปรับวันละ 300 บาท

พอได้รับอนุมัติจริง พบว่ามีเงินเข้าบัญชีแค่ 1,635 บาท ที่เหลืออ้างว่าเป็นค่าบริการ พอชำระไปเท่ายอดที่ได้รับ ปรากฎว่ามีการแยกบัญชี โดยบัญชีที่โอนเงินเข้ามา กับบัญชีที่คืนเงินเป็นคนละบัญชีกัน ทำให้โดนค่าปรับวันละ 300 บาท

จากวงเงินกู้ 3,000 บาท ได้เงินแค่ 1,635 บาท แต่ยอดที่ต้องชำระกลายเป็น 4,216 บาท!

พอผู้กู้จะติดต่อแอปฯ นี้เพื่อสอบถามก็ติดต่อไม่ได้ หนำซ้ำมีการคุกคามทางข้อความ และโทรศัพท์หาทุกคนที่มีรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ (Phonebook) บนเครื่องอีกด้วย

แอปฯ นี้ ไม่ได้อยู่ใน Google Play Store แต่เป็น “แอปฯ นอก” ดาวน์โหลดผ่านคิวอาร์โคด แล้วติดตั้งไฟล์ APK ลงในเครื่อง จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว สแกนบัตรประชาชน อนุญาตสิทธิ์เข้าใช้ข้อมูลมือถือ และเข้าถึงการใช้งานมือถือ

ส่วนเว็บไซต์ มีลักษณะการใช้ภาษาเหมือนนำข้อความภาษาอื่นนำมาแปลเป็นภาษาไทย ผ่าน Google Translate ระบุว่า ให้กู้เงินขั้นต่ำ 3,000 บาท สูงสุด 50,000 บาทต่อครั้ง โดยอ้างว่าคิดดอกเบี้ย 21.9% ต่อปี สูงสุด 90-180 วัน


ที่ผ่านมา หลายคนหลงเชื่อรีวิวแอปฯ แห่ดาวน์โหลดและสมัครเพราะเดือดร้อนเรื่องเงินจำนวนมาก จุดเด่นก็คือ อนุมัติเพียง 1 วัน ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้ รายการเดินบัญชี (Statement) และไม่เช็กเครดิตบูโร

แต่ก็ต้องแลกกับการตกเป็นเหยื่อ ทั้งถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวในมือถือ ถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยการหักเงินที่อ้างว่าเป็น “ค่าบริการ” นับพันบาท หนำซ้ำยังถูกทวงหนี้โหด ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และถูกประจานให้อับอาย

เมื่อเป็นแอปฯ นอก จึงไม่สามารถแจ้งปิดแอปฯ ผ่าน Google Play Store ได้ หนำซ้ำในขั้นตอนการติดตั้ง จะมีการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในเครื่องทั้งหมด โดยเฉพาะ “รายชื่อผู้ติดต่อ” และ “ประวัติการโทร” ภายในเครื่อง

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เมื่อผู้กู้ “ผิดนัดชำระ” จะโทรศัพท์หรือส่งข้อความไปตามรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์มือถือของผู้กู้ทั้งหมด เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น และผู้กู้เกิดความอับอาย เหมือนการทวงหนี้โหดของแก๊งเงินกู้นอกระบบ

แม้จะยกเลิกการติดตั้ง ก็ลบข้อมูลไม่ได้ เพราะแอปฯ ได้ดึงข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อในเครื่องไปหมดแล้ว!

ไม่นับรวมแอปฯ นอกดังกล่าว อาจมี “ไวรัส” หรือ “โทรจัน” แฝงอยู่ สร้างความเสียหายแก่เจ้าของมือถือ หากถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวและรหัสลับส่วนตัวเพื่อลักลอบทำธุรกรรมทางการเงิน ถูกขโมยเงินในบัญชีอีกต่างหาก

แม้แอปฯ BAHTLOAN จะถูกตำรวจทลายขบวนการไปแล้ว แต่ก็ยังมีแอปฯ กู้เงิน หรือสินเชื่อเงินสดออนไลน์ที่ทำในลักษณะเดียวกันอีกอย่างน้อย 1-2 แอปฯ แถมมีการตั้งชื่อคล้ายกับธนาคารแห่งหนึ่ง ทำให้ธนาคารได้รับความเสียหายมาแล้ว


การตัดสินใจกู้เงินผ่านแอปฯ ควรพิจารณาถึงผู้ให้บริการว่า มาจากสถาบันการเงินใด มีตัวตนจริงหรือไม่ ประเภทสินเชื่อรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือไม่?

รวมทั้งต้องศึกษาถึงผลิตภัณฑ์ว่าเป็นประเภทใด ส่วนมากถ้าเป็น “สินเชื่อบุคคล” อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 28% ต่อปี ส่วน “นาโนไฟแนนซ์” หรือสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี

และเวลาที่ได้เงินกู้ไม่ครบ ส่วนมากหักแค่ “อากรแสตมป์” ไม่กี่บาทเท่านั้น ไม่ได้หักแบบโหดหลักพันบาทขนาดนั้น

ไม่ควรหลงเชื่อเพียงแค่คำโฆษณาสวยหรูว่ากู้ง่าย อนุมัติไว หรือหลงเชื่อรีวิวจากคนที่เราไม่รู้จัก เพราะสุดท้ายอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการ “แก๊งเงินกู้โหด” นอกจากจะทวงหนี้แบบไม่ปราณีปราศรัยแล้ว ยังขโมยข้อมูลมือถือเราไปหมดสิ้น

จากที่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว เจอแบบนี้เหมือนตกนรกทั้งเป็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...