xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองเปลี่ยนหลังฟ้าสะเทือน

เผยแพร่:   โดย: พระบาท นามเมือง


14 กุมภา วันวาเลนไทน์ แต่สมาชิกพลพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กลายเป็นวันที่ต้องลุ้นกันอย่างกระสับกระส่าย เนื่องจากในตอนบ่าย ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ชะตาว่าจะรับคำร้องที่ทาง กกต.ส่งมาขอให้ยุบพรรคหรือไม่

เราคงไม่ต้องกล่าวย้อนถึงมูลเหตุของการยุบพรรค เพราะเชื่อว่าไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้เรื่องเด่นประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นตลอดวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 เริ่มตั้งแต่เช้าจนถึง 5 ทุ่ม

เป็นช่วงเวลาที่คนไทยไม่ว่าจะฝั่งไหนฝ่ายใดหัวใจจะวาย ด้วยสถานการณ์ที่พลิกไปพลิกมา

นับว่าไทยรักษาชาติ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นพรรคเครือข่ายของทักษิณที่แตกลูกออกมาจากพรรคเพื่อไทยตามกลยุทธ์ “แตกแบงก์พัน” นั้น เล่นเกมการเมืองที่เสี่ยงที่สุดในประวัติศาสตร์

และตอนนี้พวกเขากำลังต้องใช้ราคาความเสี่ยงนั้น
ดูจากรายชื่อกรรมการบริหารพรรคที่อาจจะถูกตัดสิทธิเล่นการเมืองตลอดชีวิตในกรณีที่ถูกยุบพรรคแล้ว ก็ได้เห็น “ร่องรอย” ของการวางแผนมาจากนายใหญ่
โดยการเอาเด็กๆ หรือคนรุ่นหนุ่มสาว มานั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคเป็นหนังหน้าไฟ ส่วนใหญ่ไม่เคยมีชื่อเสียงทางการเมือง

ในขณะที่พวกตัวเต็งอย่างกลุ่ม นปช.เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ธิดา ถาวรเศรษฐ หรืออดีตขุนพลอย่างจาตุรนต์ ฉายแสง นั้นไม่ได้มีตำแหน่งเป็นกรรมการพรรค ซึ่งถ้าวิเคราะห์ตำแหน่งแห่งที่ และบทบาทของไทยรักษาชาติแล้ว เราจะเห็นว่าเป็นพรรคที่เป็นพรรคลูกจริงๆ และมีการทำงานร่วมกับเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคแม่อย่างใกล้ชิด

เรียกว่า รูปแบบของสีและโลโก้พรรคนี่เป็นลักษณะเดียวกัน ยิ่งถ้าดูป้ายหาเสียงนี่ เปิดตราสัญลักษณ์ไว้ รับรองดูไม่ออกว่านี่คือป้ายของพรรคอะไร เพราะเหมือนกันจริงๆ ทั้งสีและรูปแบบ

ยิ่งกว่านั้น กลยุทธ์ในการส่งผู้สมัครของทั้งสองพรรคก็มีลักษณะเป็นการเปิดทางกันเองส่งรับกัน เช่นเพื่อไทยจะส่งแต่เฉพาะเขตที่ได้แน่ๆ ส่วนเขตไหนไม่ชัวร์ก็ให้ไทยรักษาชาติลงไปเก็บสแปร์

เพื่อหวังว่าเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา พรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวเก็บ ส.ส.แบบเขต และไทยรักษาชาติจะได้ปาร์ตี้ลิสต์ และค่อยมารวมกันภายหลังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านตามแต่ทางลม

ดังนั้น หากทางพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคตามคำร้องของ กกต.จริงแล้ว ก็เท่ากับว่า พรรคฝ่ายทักษิณจะทำคะแนนหล่นน้ำไปหมด เพราะเขตที่ไม่ชนะ เพื่อไทยก็ดันไม่ส่งใครลงพื้นที่ไปเก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์

ทำให้พรรคปีกเพื่อไทยจะอ่อนแอลงไม่น้อยเลยทีเดียว
ซึ่งเรื่องนี้ “กรอบเวลา” นั้นก็มีนัยสำคัญเช่นกัน

เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติจริงๆ แต่คำสั่งยุบพรรคนั้นตามมาหลังจากที่เลือกตั้งกันไปแล้ว (คือหลังวันที่ 24 มีนาคม) ก็เท่ากับว่า ส.ส.ของพรรคที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ และได้รับเลือกเข้าไปนั้นจะต้องไปหาพรรคใหม่สังกัดตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ

แต่ถ้าคำสั่งยุบพรรคนั้นมาก่อน เรื่องจะเปลี่ยนไปเลย เป็นว่าจะไม่มีผู้สมัครของไทยรักษาชาติลงสมัครรับเลือกตั้งเลย หรือเท่ากับตราโลโก้ของ ทษช.ถูกลบออกจากบัตรเลือกตั้ง

ซึ่งถ้าเป็นทางหลังนี้จะสะเทือนทางเพื่อไทยและพรรคแนวร่วมมากที่สุด

นี่คือราคาของการเล่นเกมเสี่ยง

เหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 8 นั้น เป็นตัวเร่งความชัดเจนทางการเมืองขึ้นปรากฏขึ้นจากผิวน้ำ

ทั้งๆ ที่ดูว่าในตอนแรก “กองหนุน” ของฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐนั้นออกจะแผ่วลงจนน่าเป็นห่วง

เหตุการณ์วันที่ 8 ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งซึ่งยังลังเลๆ อยู่ ได้ตัดสินใจกันชัดว่าจะเลือกพลังประชารัฐแน่นอน
หรือกล่าวได้ว่า ฝ่ายที่ “ไม่เอาทักษิณ” จะต้องสนับสนุนให้พลังประชารัฐชนะการเลือกตั้งเพื่อให้ “ลุงตู่” กลับมาเป็นนายกฯ อีก เพราะดูแล้วเขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ชัดเจนและมีโอกาสที่สุด

คนที่เสียอย่างหนัก คือพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกลืม เรื่องนี้ก็เป็นราคาของพรรคนี้เช่นกัน ที่เล่นการเมืองแบบกั๊กๆ ยักๆ ไม่กล้าแทง ว่างก็จวกประยุทธ์ที อีกวันก็หันมาเล่นทักษิณและเพื่อไทย

ก็ประเมินว่าพวกเขาน่าจะเล่นเกม “ชนะไหนเล่นด้วย” นั่นแหละ

ความไม่ชัดเจนนี้ ทำให้คนที่ไม่ถึงกับเป็นแฟนของพรรคสีฟ้า แต่ไม่เอาระบอบทักษิณหันไปกาให้พลังประชารัฐที่แน่นอนกว่า

หนำซ้ำ กระแส #ฟ้ารักพ่อ ที่ทำให้ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ของพรรคอนาคตใหม่ กลับเข้ามาอยู่ในกระแสวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวชนชั้นกลางในเมืองใหญ่ ก็มาดึงคะแนนจากคนกลุ่มที่ไม่ชอบทหารและ คสช.ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ แต่ก็ทำใจกาให้เพื่อไทยไม่ได้กลับมา
ทับไลน์ลูกค้าของประชาธิปัตย์แบบจังเบอร์

ธนาธรและอนาคตใหม่มาแรงขนาดไหน ก็เรียกว่าเล่นเอาฝ่ายกองกำลังปฏิบัติการจิตวิทยา (IO) ไม่ทราบฝ่าย หันมาเล่นงานทั้งตัวธนาธรและพรรค รวมถึงสมาชิกพรรคแบบหนักหน่วง ราวกับเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า บางเรื่องที่ถูกโจมตีนั้น ก็เป็นแผลของธนาธรจริงๆ ที่จะต้องชี้แจงแก้ไข ได้แก่ การเป็นนายทุนให้ “ฟ้าเดียวกัน” ซึ่งเป็นวารสารทางวิชาการที่ค่อนข้างหมิ่นเหม่ล่อแหลม และเล่นประเด็นเกี่ยวกับสถาบันเป็นจุดขาย

รวมถึงการไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ในช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2553 จนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางของฝ่ายทหารด้วย

แต่ก็ยังน่าสงสัยว่า ประเด็นทั้งสองเรื่องนี้ มีน้ำหนักพอให้ฐานเสียงของอนาคตใหม่ที่เป็น New Voter หรือคนรุ่นหนุ่มสาวนั้นเกิดความสั่นคลอนลงไปบ้างหรือไม่

ทั้งหมดนี้คือความเปลี่ยนแปลงหน้าโต๊ะเกมเลือกตั้ง หลังวันศุกร์ที่ 8 กุมภาที่ผ่านมา.


กำลังโหลดความคิดเห็น...