xs
xsm
sm
md
lg

เสียงตอบรับ “เลื่อนการเลือกตั้ง” กับไพ่ใบหนักของเพื่อไทย

เผยแพร่:   โดย: พระบาท นามเมือง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย
เมื่อข่าวอันเป็นมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทยได้รับการประกาศออกมาเป็นทางการว่า พระราชพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณีกำลังจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม ศกนี้แล้ว คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์เท่านั้น

ครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 70 ปีก่อนในพ.ศ. 2493 ที่เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาลที่ ๙

เพื่อรอและเตรียมการในการจัดพระราชพิธีอันสูงส่งเป็นมงคลยิ่งนี้ ปวงชนชาวไทยทั้งหลายควรรักษาประเทศชาติบ้านเมืองให้สงบร่มเย็นมีความรักสามัคคีกัน เพื่อถวายพระเกียรติยศให้พระราชพิธีดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

การ “เลื่อนการเลือกตั้ง” จึงเป็นเรื่องที่มีเหตุผลที่จำเป็นต้องรับฟัง

หากปัญหาอยู่ที่ว่า ในขณะที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังอยู่ในภาวะที่ถูก “เหม็นเบื่อ” ทางการเมือง กับการเตรียมตัวเข้าสู่ “การเมืองในระบบเลือกตั้ง” เต็มรูปแบบ ผ่านทางพรรคที่ใครๆ ก็รู้ว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร เว้นแต่เจ้าตัวจะทำไขสือ

แถมเท่านั้นไม่พอ การดำเนินการทาง “การเมือง” ของรัฐบาล ก็ทำให้บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบ

แถมคนที่เคยชี้หน้าเขาว่าประชานิยม หรือหว่านโปรยเงินซื้อเสียงทางอ้อม ที่เป็นการทำให้เสียวินัยทางการคลัง ก็เหมือนย้อนกลับเข้าตัวหมด

การเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้เปรียบทางการเมืองของรัฐบาลในขณะนี้จะได้ผลในแง่ซื้อใจประชาชนจริงหรือไม่นั้นไม่อาจตอบได้ เพราะวาทกรรมประเภท “รับเงินหมา กาเพื่อไทย” นั้นยังคงหลอกหลอนอยู่

แต่ที่แน่ๆ คือการเอาเปรียบทางการเมืองนี้ ส่งผลให้พรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฝ่ายพันธมิตรเหนียวแน่นซึ่งก็มีไม่กี่พรรคนั้น แปรไปเป็นศัตรูเสียหมด

เรียกได้ว่า อย่าให้พลาด พลาดขึ้นมารับรองโดนเหยียบซ้ำแน่นอน

เช่นนี้การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป แม้ว่าจะมีเหตุผลที่ฟังขึ้นเข้าใจได้ แต่เมื่อความยอมรับของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลเริ่มลดลงเสียแล้ว ก็ไม่แปลกที่ประเด็นของฝ่ายต่อต้านจะถูก “จุดติด” ขึ้นมาได้

เช่นที่กระแสการติดแฮชแท็ก #เลื่อนแม่มึงสิ ที่ได้รับการตอบรับจากชาวโซเชียลจนติดอันดับหนึ่งของเทรนทวิตเตอร์ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แสดงให้เห็นความรู้สึกอึดอัดของ “พลังเงียบ” ทางการเมืองได้เป็นอย่างดี

หรือกรณีที่กลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” ไปแสดงตัวเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้งสองครั้ง ที่สกายวอล์คอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และราชประสงค์ ก็มีคนเข้าร่วมในจำนวนที่มากอย่างเป็นนัยสำคัญ

แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากการเปิดล็อกให้มีการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองได้แล้ว ทำให้ผู้คนที่สนใจการเมืองและเป็นฝั่งฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนั้นไม่กลัว สามารถออกมาชุมนุมได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นครั้งแรกที่กระแสการต่อต้านของนักเคลื่อนไหวทางการการเมืองกลุ่มนี้เหมือนจะจุดติดขึ้นมา

แม้ว่าจะมีเสียงจากคนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาท้วงติงว่า การเคลื่อนไหวในเรื่องของการ “อยากเลือกตั้ง” ในระหว่างที่กำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญของแผ่นดินนั้น ดูออกจะเป็นเรื่องไม่บังควร แต่การตอบรับกระแสเสียงนั้นก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างน้อย

การเมืองเชิงคณิตศาสตร์ที่ว่าท่านผู้นำคนเก่าน่าจะ “นอนมา” นี่ก็เริ่มกลายเป็นว่า ต่อให้ลุกยืนลุกเดินก็อาจจะตามเขาไม่ทัน

ซ้ำด้วยการวาง “ไพ่ตาย” สำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่มีการออกมา “แง้ม” ว่า ทางพรรคนั้นจะใส่ชื่อของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่เคยได้รับฉายาว่า “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ในยุครัฐบาลก่อน

ชัชชาตินั้นเหมือนจะเป็นคนเดียวที่สวมเสื้อ “เพื่อไทย” แล้วผู้คนในสังคมจะไม่ร้องยี้ ด้วยท่าทีในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่มีภาพลักษณ์ติดดิน ทันสมัย มีอารมณ์ขัน รวมถึงมีผลงานการทำงานที่ถึงลูกถึงคน แก้ปัญหารถเมล์ รถไฟอย่างจริงจังได้ใจคน

กับวิสัยทัศน์เรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงและเครือข่ายคมนาคมขนส่ง ที่ภายหลังถูก “ศาลรัฐธรรมนูญ” เตะตัดขาไปด้วยวาทะว่า “จะสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ก็รอให้ทางลูกรังหมดจากประเทศเสียก่อน” ก็เป็นที่จดจำได้ของประชาชน

ชัชชาติจึงเหมือนตัวเลือกคู่แข่งนายกฯ ที่น่ากลัวและสูสียิ่งกว่าใคร ซึ่งการมีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อว่าที่นายกฯ ของพรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นลำดับ 3 นั้น แต่ก็มีโอกาสว่ารัฐสภาอาจจะออกเสียงให้ความเห็นชอบเขาเป็นนายกฯ ก็ได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

นี่คือ “คู่แข่ง” ที่น่าครั่นคร้ามที่สุดแล้วสำหรับ “ลุงตู่ดิจิตอล” ที่เหมือนจะยังเรียกคะแนนนิยมจากประชาชนไม่ได้มากอย่างที่คิด

เพราะตัวเลือกอื่นนั้น ถ้าเป็น “หน้าเก่า” อย่าง “มาร์ค” อภิสิทธิ์ หรือ “เจ๊หน่อย” สุดารัตน์นั้น ก็เรียกว่าหน้าช้ำแล้ว แถมมีแผลเหวอะหวะกันคนละแผลสองแผลจากริ้วรอยประสบการณ์ทางการเมือง

ส่วน “คนหน้าใหม่” รุ่นใหม่อย่าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งพรรคอนาคตใหม่ที่เหมือนจะมาแรงอยู่บ้าง แต่ก็มีข้อเสียในแง่ของประสบการณ์ทางการเมือง และฐานเสียงฐานอำนาจในระบบเลือกตั้งซึ่งไม่แน่ว่าเขาจะมีในมือบ้างหรือไม่ หรือมีมากเท่าไร
ไม่เหมือนชัชชาติ ที่ถ้าฝ่ายเพื่อไทยหรือ “นายใหญ่” ตัดสินใจเล่นไพ่ใบนี้เต็มมือ แล้วทุ่มหน้าตักทั้งหมดสนับสนุน ประกอบกับความเชื่อถือยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่แล้ว

ก็เรียกว่าน่ากลัวทีเดียวว่าหนทางกลับไปนั่งเก้าอี้ภายใต้การเมืองระบบเลือกตั้งของ “ลุงตู่” นั้นก็คงต้องหนักเหนื่อยแน่นอน

และทันควันที่เมื่อมีการ “แย้ม” ไพ่ชัชชาติขึ้นมาบนโต๊ะเดิมพันการเมือง ก็เริ่มมีการเตะตัดขากันแล้ว ด้วยการที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.จะไปขุดคดีอะไรก็ไม่ทราบขึ้นมาเล่นงานเพื่อให้เขาขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งนายก ฯ

ซึ่งหากเรื่องนี้เป็น “เกมตอบโต้” จากอีกฝ่ายแล้ว ก็คงต้องบอกว่า นี่เป็นการเคลื่อนหรือวางหมากที่ไม่ฉลาดนัก

เพราะผู้เล่นคือ ป.ป.ช.นั้น กำลังอยู่ในช่วง “ชื่อเหม็น” จากการพิจารณาคดีนาฬิกายืมเพื่อนที่ยังคงเป็นที่กังขาของประชาชน

การใช้เครดิต (ที่เหลืออยู่แสนน้อย) ของ ป.ป.ช.มาเล่นในเกมยากและ “ไพ่แข็ง” ขนาดนี้ ก็น่ากลัวว่า คนที่จะหมดตัวนั้นจะไม่ใช่แค่ตัวผู้เล่นเองเท่านั้น แต่คนที่อยู่ด้านหลังก็คงสะเทือนไปด้วย.


กำลังโหลดความคิดเห็น...