xs
xsm
sm
md
lg

“ทิ้งทวน” ก่อน “เปิดกรุ”

เผยแพร่:   โดย: พระบาท นามเมือง


หลังจากที่โอนเงิน 500 บาทเข้า “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ให้ฮือฮาโกลาหล

ก่อนที่ฝ่ายการเมืองจะทันได้โวยวายเรื่องของการซื้อเสียงล่วงหน้า ผ่านนโยบายของรัฐ ซึ่งชัดเจนไม่เหนียมว่า จะเข้ามาเป็นผู้เล่นทางการเมืองในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้แน่นอน

หัวหน้า คสช.ก็ได้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 “ปลดล็อก” ทางการเมือง หลังจากที่ผนึกแน่นมากกว่า 4 ปี

นักการเมืองทั้งหมดเป็นอิสระ การแสดงออกทางการเมืองของทุกฝ่ายสามารถกระทำได้เต็มที่ ไม่ต้องเหนียม หรืออย่างน้อย ก็ไม่มีข้อหาตามกฎหมายจากฝ่ายทหาร

เชื่อกันว่า ฝ่ายผู้ถืออำนาจ มั่นใจแล้วว่า “เอาอยู่” จึงกล้า “เปิดกรุ” ปลดล็อกทางการเมือง

โดยก่อนนั้นขอ “แจกใหญ่” “โอนไว” สักทีก็แล้วกัน

ว่ากันตามกฎหมาย งานนี้ไม่ถือเป็นการซื้อเสียง หรือไม่ถือเป็นดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพราะถือว่าเป็นการกระทำของรัฐบาล ซึ่งกระทำตามนโยบาย และตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองใด หรือจะสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคไหน

แต่ในทางปฏิบัติ ก็เป็นเรื่องที่ผู้คนเขายิ้มหัวรู้กันทั้งประเทศ

การแจกเงินเข้าสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามนโยบายประชารัฐ (ที่ชื่อบังเอิญไปคล้ายพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง) ก็น่าจะทำให้ประชาชนจำชื่อ หรือรู้สึกดีๆ คำว่า “ประชารัฐ” ไปได้ แล้วถ้ามี “พลัง” เติมเข้าไปล่ะ จะดีแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายดังกล่าว ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนทุกฝั่งฝ่าย เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องน่าเกลียดที่ถูกกฎหมายแล้ว การแจกเงินให้ดื้อๆ 500 บาท นั้นไม่ได้ช่วยให้ชีวิตใครดีขึ้น

แถมเงินนี้เอาไปใช้อย่างไรก็ได้ กดออกมาสดๆ จากบัตรประชารัฐ ภาพที่ได้เห็น คือ มีคนกดเงินออกมาแล้วก็ซื้อลอตเตอรี่ที่ตั้งแผงขายกันข้างตู้ ATM นั่นเลย เป็นเรื่องตลกไม่ออกกันไป

กระบวนการตรวจสอบคัดสรร “คนจน” ผู้ควรได้รับความช่วยเหลือจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เคยมีปัญหาหละหลวม ว่ามีคนถือบัตรคนจนแต่ขับรถเก๋งราคาแพงใช้โทรศัพท์ไอโฟน ที่เป็นดราม่ากันเมื่อคราวก่อน ในตอนนี้ก็มีการแชร์ภาพคนใส่ทองเส้นเท่าโซ่ลิง โชว์แบงก์ 500 พร้อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นี่แค่กรณีที่โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำเท่านั้น กรณีที่ไม่ปรากฏอีกเท่าไร พวกที่ฉลาดได้เงินมาก็เงียบๆ ไม่โพสต์ลงโซเชียลให้เป็นเป้า เป็นคนมีเงินแอบแฝงแต่ได้สถานะคนจนและเงินเพิ่มฟรีๆ

เรียกว่าโครงการนี้ นอกจากช่วยคนจนไม่ได้จริงสักเท่าไรแล้ว ยังมีส่วนที่กระเส็นกระสายไปให้ “คนอยากจน” ด้วย

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวินัยของชาติ หรือที่มีคนทำ Infographic ที่คนไทยดูแล้วจุกไปตามๆ กัน ว่า “พี่ตูน” บอดี้สแลม วิ่งจากเบตงจรดแม่สายได้เงิน 1,300 ล้าน นำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลทั่วประเทศ

เจอ “ลุงตู่” ฉีดเงิน 2,300 ล้านเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แวบเดียวหาย คนได้เงินเอาไปซื้อเหล้าบุหรี่ เพื่อจะเจ็บป่วยมาใช้บริการในโรงพยาบาลที่คุณตูนบริจาคเงินไว้

นี่เตรียมแจกอีกระลอกหนึ่ง 400 บาท ให้เป็นค่าเช่าบ้าน

คิดว่าดีก็ทำไปก็แล้วกันครับ

อาจจะเป็นบทพิสูจน์ว่า การดำเนินนโยบายแจกเงินสดๆ นี้ จะสามารถซื้อใจชาวบ้านได้แค่ไหน คนจนจะปลาบปลื้ม ถึงเวลาออกมากากบาทให้พรรคที่มีชื่อเหมือนนโยบายนี้กันล้นหลาม อุ้มท่านหัวหน้า คสช.ที่ประกาศที่บึงกาฬวันก่อนแล้วว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว เข้าไปนั่งเก้าอี้นายกฯ อย่างชอบธรรมด้วยเสียงของประชาชน

หรือจะเป็นเรื่องตลกอีกเรื่องของตำนาน “รับเงินหมา กาเพื่อไทย (และเครือข่ายทักษิณ) ภาค 2” ก็รอไว้ต้นปีหน้าล่ะครับได้รู้กัน

งานนี้จะเห็นได้ว่า ฝ่ายที่อยากไปต่อนั้น ทุ่มเทสุดหน้าตัก ทั้งในเรื่องความพยายามในการสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง ตลอดจนการออกแบบกติกาให้ได้เปรียบที่สุด เช่นข้อครหาเรื่องบัตรเลือกตั้งที่จะไม่มีโลโก้พรรคการเมือง

ซึ่งเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา ถ้าพรรคการเมืองแต่ละพรรคนั้นได้หมายเลขเดียวทั่วประเทศ เช่นในการเลือกตั้งครั้งก่อน ในตอนนั้น พรรคเพื่อไทยได้เบอร์ 1 ประชาธิปัตย์ เบอร์ 10 ผู้ใช้สิทธิก็จำเลขกันไป ไม่มีปัญหา อย่างนี้ไม่ต้องมีโลโก้พรรคก็ได้ แต่มีก็ดีกันสับสน

แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กฎหมายเลือกตั้งเขากำหนดว่า แต่ละพรรคจะได้เบอร์ที่แตกต่างกันไปแต่ละเขต เช่น สมมติเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัด ก. พรรคเพื่อไทยได้เบอร์ 1 อนาคตใหม่ได้เบอร์ 5 พลังประชารัฐได้เบอร์ 4 ประชาธิปัตย์เบอร์ 7 แต่พอข้ามมาเขตเลือกตั้งที่ 2 ในจังหวัดเดียวกัน พรรคเพื่อไทยอาจจะได้เบอร์ 8 อนาคตใหม่มาได้เบอร์ 1 แทน พลังประชารัฐได้เบอร์ 8 ประชาธิปัตย์หลุดไปเบอร์ 12

อย่างนี้ได้งงกันตายชัก

อย่างแถวชุมชนใกล้บ้านผม มีคลองผ่าน ถ้าเป็นการแบ่งเขตแบบเก่า ข้างหนึ่งของสะพานเป็นเขตหนึ่ง พอลงสะพานไปอีกเขตหนึ่ง ถ้าเป็นการเลือกตั้งแบบเดิมก็จำเลขเดียวกันไม่ยาก แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องจำว่า บ้านตัวเองอยู่หัวสะพาน ถ้าอยากกาให้ “ลุงตู่” กลับมาเป็นนายกฯ ต้องกาเบอร์ 8 แต่คนบ้านท้ายสะพาน ถ้าอยากได้เงินใช้ 500 บาทอีก ก็ต้องกาเบอร์ 13 ทั้งๆ ที่จะเลือกพรรคเดียวกันแท้ๆ

ความจำล้วนๆ โลโก้ในบัตรก็ไม่มีให้ดู

แม้จากตัวอย่างจะเห็นว่า เรื่องนี้ถ้าจะเสียเปรียบ ก็เสียเปรียบมันทุกพรรค (คนรักลุงก็อาจจะกาผิดเบอร์ได้เหมือนกัน) แต่นักวิชาการด้านการเลือกตั้งเขาวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า หากเกิดกรณีที่ทำให้การลงคะแนนมี Error คนที่จะเจ็บหนัก คือพรรคที่มีฐานเสียงมาก ได้แก่เพื่อไทยและเครือข่ายนั่นเอง

คงเป็นงานหนักที่หัวคะแนนของแต่ละพรรค จะต้องไปซักซ้อมฐานเสียงของตนให้ดี ไม่ให้ผิดพลาด

การ “ทิ้งทวน” กันแรงๆ ก่อนปี่กลองแห่งการชิงชัยในการเลือกตั้งจะดังขึ้น การชิงความได้เปรียบในฐานะกึ่งพรรคกึ่งรัฐบาล จะว่าไปก็เป็นเดิมพันที่สูงอยู่ นั่นคือว่า “ลงทุน” กันขนาดนี้ถ้ายังแพ้อยู่นี่ คงจมธรณี หรือแม้แต่ชนะปริ่มๆ ก็ยังอันตราย

เพราะการเอาเปรียบที่ทำเอาผู้เล่นรายเดิมเจ็บทั่วกันนี้ ก็ไม่แน่ว่าถ้าเกิดเขา “คุยกันได้” และจับมือกันขึ้นมาแล้วละก็

250 เสียงที่ได้มาฟรีๆ ก็อาจจะเอาไม่อยู่.


กำลังโหลดความคิดเห็น...