xs
xsm
sm
md
lg

อนาคตใหม่ เฌอปราง และลูกระเบิดจากกองหนุนฝ่ายประชาธิปไตย

เผยแพร่:   โดย: พระบาท นามเมือง


อยู่ดีๆ พรรคการเมืองซึ่งกำลังมาแรงมาก ในหมู่คนรุ่นใหม่ฝ่ายก้าวหน้า ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการปกครองในระบอบรัฐประหาร และการตั้งท่าจะสืบทอดอำนาจของ คสช.ที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ นับแต่ครั้งเปิดตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ เหมือนจะมาหัวคว่ำหกคะเมนเอากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

เรื่องไม่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะ “แนวร่วม” คนรักคนเชียร์พรรคอีกต่างหาก

ดราม่าเรื่องนี้อาจจะต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ วง BNK48 ได้รับเชิญไปร่วมงานกับรัฐบาล โดยตัว “กัปตัน” เฌอปราง ก็ไปออกรายการเดินหน้าประเทศไทยด้วย

ตั้งแต่นั้นมา เฌอปรางและ BNK48 ก็ตกเป็น “เป้านิ่ง” ในการโจมตีจาก “ฝ่ายประชาธิปไตย” มาตลอด

เรื่องก็เริ่มต้นเมื่อ เฌอปรางไปให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์เจ้าหนึ่ง โดยมีคีย์เวิร์ดคำโปรยว่า “เป็นเฌอปรางมันเหนื่อย”

เพียงเท่านี้ นักวิชาการ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ชื่อดัง อย่าง ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ลี้ภัยจาก คสช.อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็สวนหมับเข้าให้ทันทีว่า “ถ้าไม่อยากเหนื่อยก็นั่งตะไบเล็บอยู่บ้าน ดัดจริต”

จากนั้นก็เขียนโจมตีเธออีกยาวเหยียดใน Facebook ส่วนตัวของเขา ซึ่งสร้างความเดือดดาลอย่างยิ่งให้บรรดา “โอตะ” หรือแฟนๆ ผู้ติดตาม BNK48 หรือผู้ที่ “โอชิ” หรือนิยมชื่นชมส่วนตัวต่อกัปตันเฌอปราง ออกมาโต้ตอบอย่างรุนแรง

และก็มีการเชื่อมโยงว่า ปวินเป็น “ผู้สนับสนุน” คนสำคัญ หรือมีความเกี่ยวข้องกับ “พรรคอนาคตใหม่” เรื่องเลยบานปลายไปว่า ชาวโอตะทั้งหลายจงพร้อมใจกันบอยคอตพรรคอนาคตใหม่กันเถิด

ดร.ปวินก็สาดน้ำมันเข้าให้ สรุปว่า เชิญพวกโอตะบอยคอตกันไป เพราะคุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่คงไม่สนใจ “ฐานเสียงไร้คุณภาพ”

ร้อนถึงทางสมาชิกพรรคระดับแกนนำก่อตั้ง คือ คุณคริส โปตระนันทน์ ก็รีบมาออกตัวว่า ดร.ปวินไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ไม่มีตำแหน่งในพรรค เป็นแค่แฟนคลับของพรรคเฉยๆ ขอให้ชาวโอตะแยกแยะ อย่าเพิ่งบอยคอตพรรคอนาคตใหม่เลย

แต่ปรากฏว่าคุณคริสก็ดัน “หยอด” ไปด้วยว่า ความเห็นของอาจารย์ปวินนั้น “ไม่มีวุฒิภาวะ”

เมื่อถูกพรรคที่ชื่นชมและเชียร์ออกมา “ถีบหัวส่ง” เสียอย่างนั้น ก็ทำให้อาจารย์
ปวินกริ้วขึ้นสิครับ ออกมาให้ความเห็นว่า ถ้าทางพรรคอนาคตใหม่จะผลักไสตัวเอง เพราะแคร์ฐานเสียงชาว “โอตะ” โดยไม่สนใจว่าเฌอปรางสนับสนุนเผด็จการก็ตามใจ ต่อไปตัวเองก็จะทิ้งพรรคอนาคตใหม่บ้าง และจะเริ่มวิจารณ์พรรคนี้แบบไม่ไว้หน้าบ้างแล้ว

จากนั้นก็กลายเป็นความเดือดดาลโต้กันไปโต้กันมา แฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า “อนาคตใหม่ FC” ก็ออกมาสวนอาจารย์ปวินเสียเละเทะ

ทำไปทำมา เลยกลายเป็นว่า ภาพลักษณ์ที่ดีของพรรค “อนาคตใหม่” เละเทะพังพินาศไปด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยประการฉะนี้

เรื่องนี้ ถ้าจะให้ออกความเห็น ก็คงจะว่า เรื่องนี้การเดินหมากผิดของทางพรรคอนาคตใหม่ คือการออกมา “ลอยแพ” อาจารย์ปวิน อย่างรวดเร็วไม่ไว้หน้า

อันนี้ไม่ต้องพูดว่า อ.ปวิน เป็นผู้สนับสนุน หรือมีนัยสำคัญอะไรกับพรรค หรือว่าควรจะเกรงกลัวฝีปากของ อ.ปวิน หรืออะไรหรอก

แต่มันคือว่า เรื่องทะเลาะกันขี้หมูราขี้หมาแห้งแบบนี้ ทางพรรคไม่สมควรที่จะออกแสดงอาการรับรู้

แม้จะไม่ใช่ในนามของพรรคเป็นทางการ แต่ในการที่สมาชิกพรรคระดับก่อตั้งออกมาแสดงบทบาท นั่นก็ไม่ต่างจากการที่พรรคยอม “รับรู้” ในเรื่องพิพาทนี้

เรื่องพิพาทที่ถ้าปล่อยลืมๆ เดี๋ยวก็ซา พอไปรับไว้ ก็เหมือนยอมบรรจุเรื่องเข้าไว้ในวาระของพรรค ทีนี้ก็เละเทะ ต่อสู้ ทุ่มเถียงกันไป

ท่าทีของคุณคริสที่ออกมา “ลอยแพ” ผู้สนับสนุนของทางพรรคแบบไม่ไยดี (แถมด่าซ้ำ) เป็นการเคลื่อนไหวตัดสินใจที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย เพราะมันเป็นการเสียการเมืองของตัวเอง

เพราะเหมือนแสดงท่าทีว่า หากสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน แนวร่วมของพรรคคนไหนไปสร้าง “ชื่อเสีย” หรืออาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่เป็นคุณต่อพรรคแล้ว ก็อาจจะถูกเฉดหัวส่งได้ง่ายๆ

สิ่งที่เป็นเหมือนจุดแข็งของพรรคอนาคตใหม่ คือการที่มี “แนวร่วม” เป็นปัญญาชน คนมีความรู้ นักวิชาการ ผู้มีบทบาทในสังคมระดับบิ๊กเนมเป็นจำนวนมาก

นี่เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของพรรคในคราวเดียวกัน

เพราะในวงการคงรู้กันว่า “ปัญญาชน” นักวิชาการ นักคิด นักเขียน “ฝ่ายซ้าย” หรือ “ฝ่ายก้าวหน้า” หรือบางทีก็เรียกว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย” ของไทยนั้น ชอบคิดเล็กคิดน้อยหยุมหยิม และชอบทะเลาะกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง แค่ไหนอย่างไร

และคนกลุ่มนี้ก็มักจะเป็นคนที่ “คิดสวนทาง” กับสังคม หรือคนส่วนมากด้วย ไม่ว่าจะทัศนะในเรื่องเชิงศาสนาความเชื่อ (หลายคนที่เป็นปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้านั้นไม่นับถือศาสนา หรือมีความคิดไม่ลงรอยกับขนบธรรมเนียมวิถีประชากระแสหลัก”

การมีคนกลุ่มนี้เป็นกองหนุน บางทีก็เหมือนระเบิดเวลา ว่าคนเหล่านี้จะไปแสดงความเห็นขัดแย้งคัดง้างกับกระแสสังคมขึ้นมาเมื่อไร หรือในเรื่องไหน

ก็จะถูกโยงขึ้นมาแน่นอนว่า นี่แหละคือความคิดของคนแบบ “พรรคอนาคตใหม่”

สรุปก็คือ งานนี้ ฝ่ายที่เหม็นหน้าหมั่นไส้พรรคอนาคตใหม่ ก็ได้ทีเหยียบซ้ำกันสนุกไป เพราะความเพลี่ยงพล้ำผิดพลาดในการเอาตัวลงไปในความขัดแย้ง

ก็เป็นบทเรียนของทางพรรค ที่จะต้องวางแผนเรื่องนี้ร่วมกัน รวมถึงพูดคุยกันให้ชัดว่า การออกสื่อใดๆ เป็นการส่วนตัว จะต้องใช้ความระมัดระวังแค่ไหนอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบชิ่งกลับมาถึงพรรค

ไม่งั้นอาจจะไม่ต้องรอให้ใครทำอะไร แค่แต่งตัวเตรียมลงสนามก็สะดุดเชือกรองเท้าตัวเองหกล้มแล้ว.
กำลังโหลดความคิดเห็น...