xs
xsm
sm
md
lg

คนชั่วมีแต่ 'เสื่อม'

เผยแพร่:   โดย: วริษฐ์ ลิ้มทองกุล

得道者多助,失道者寡助。寡助之至,亲戚畔之;多助之至,天下顺之。以天下之所顺,攻亲戚之所畔;故君子有不战,战必胜矣。 (จาก 孟子:公孙丑(下))
"ผู้ที่ตั้งตนอยู่ในธรรมย่อมจะมีแต่ผู้ให้การช่วยเหลือ ผู้ที่ขาดธรรมย่อมจะมีแต่คนตีจาก ผู้ที่ขาดธรรมเมื่อขาดธรรมถึงจุดหนึ่ง แม้แต่ญาติพี่น้องก็จะต่อต้านเขา ขณะที่ผู้ซึ่งตั้งตนอยู่ในธรรมเมื่อบำเพ็ญเพียรจนถึงจุดหนึ่ง แม้แต่ดินฟ้าก็โอนอ่อนผ่อนตามให้แก่เขา ผู้ที่อยู่ในธรรมมักจะเลือกที่จะไม่สู้รบปรบมือกับใคร แต่เมื่อจำต้องสู้ และต้องสู้กับผู้ที่ขาดธรรมจนถึงขั้นแม้แต่ญาติพี่น้องก็ยังต่อต้าน ผู้ที่อยู่ในธรรมรบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง"

หลายวันมานี้ ผมรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินข่าวการลาออกตามๆ กันของ คุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และคุณวิษณุ เครืองาม สองนักกฎหมายมือฉมังของประเทศผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเนติบริกร หมายเลข 2 และหมายเลข 1 ของคุณทักษิณ ชินวัตร ด้านหนึ่งรู้สึกโล่งใจแทนอาจารย์ทั้งสองท่านที่ในที่สุดก็ดวงตาเห็นธรรม สามารถหลุดพ้นออกมาจากวังวนแห่งความอัปรีย์ได้เสียที ส่วนอีกด้านหนึ่งซึ่งสำคัญกว่าก็คือ รู้สึกโล่งใจแทนตัวเองและประเทศชาติ

ภายใต้ระบอบการปกครองที่ประเทศปกครองโดยกฎหมาย (นิติรัฐ) ดังเช่นประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมาด้วยการบริการระดับเฟิร์สคลาสแบบทุกระดับประทับใจ ของนักกฎหมายชั้นแนวหน้าทั้งสองท่านนี้ ส่งให้รัฐบาลทักษิณ 1 และ ทักษิณ 2 กลายเป็นเสือติดปีก ทักษิณคิดพิเรนทร์อะไร หรือฝันกลางวันอยากจะทำอะไรก็สามารถทำได้ตามอำเภอใจโดยไม่ติดขัดในเรื่องข้อกฎหมาย ดังนั้นเมื่อคุณบวรศักดิ์ และคุณวิษณุตัดสินใจถอยออกห่างจากจากคุณทักษิณย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง

หลายวันก่อน ผมนั่งสนทนาผ่านสายโทรศัพท์กับเพื่อนฝูงท่านหนึ่งอยู่นานสองนาน โดยเนื้อหาของการสนทนามีดังนี้ ......

ด้วยความที่เพื่อนของผมท่านนี้นั้นเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ผู้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และชอบคาดการณ์ไปถึงเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เขาได้ให้ทัศนะส่วนตัวถึงอนาคตของประเทศในช่วงหนึ่งปีข้างหน้าว่า ภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้น (อันหมายความรวมไปถึงครึ่งปีหลังของ พ.ศ.2549 นี้และ พ.ศ.2550 ทั้งปี) เศรษฐกิจไทยคงจะตกอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่จนถึงย่ำแย่ที่สุด โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้น่าอยู่เพียงแค่ร้อยละ 4-4.5 หรือน้อยกว่านั้น ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันมีสาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ความตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 คงจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้หากรัฐบาลรักษาการของทักษิณ มีอันต้องเป็นไปในเร็วๆ นี้ และช่วงเวลาดังกล่าวก็ประจวบเหมาะกับการที่ภาวะเศรษฐกิจไทยตกต่ำถึงขีดสุด ผู้ใดจะเข้ามากุมบังเหียนเศรษฐกิจประเทศไทยและพารัฐนาวาลำนี้ฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจ?

เพื่อนของผมท่านนี้ฟันธงออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่า "เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ ชนชั้นกลางจำนวนไม่น้อยจะถวิลหาทักษิณ และกลับมาเลือกทักษิณอีก!!!"

ทำไม?
"ก็เพราะว่า ในสมัยแรกที่ทักษิณเข้ามา ตลาดหุ้นโตและเศรษฐกิจไทยเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 เป็นต้นมา ดังนั้นเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คนที่ไม่รู้ เข้าไม่ถึงข้อมูล และยังงมงายกับการเล่นกลเศรษฐกิจของทักษิณในสมัยแรกก็จะเรียกร้องให้ทักษิณกลับมาบริหารประเทศอีก"

แล้วช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การที่ชนชั้นกลางออกมาไล่ทักษิณกันปาวปาว หมายความว่าอย่างไร? ผมถามต่อ
"อย่าลืมว่าชนชั้นกลางไทยเป็นคนลืมง่าย แล้วก็เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เห็นแก่ตัวที่สุดด้วย" เขาตอบ

ผมนิ่งอึ้งไปสักพัก เพื่อพิจารณาถึงสิ่งที่เขาพูดก่อนจะตอบไปว่า ลึกๆ แล้วผมไม่เชื่อว่า เหล่าชนชั้นกลางของประเทศไทยจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง และคิดสั้นเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวในระยะสั้น มากกว่าอนาคตของลูกหลานและประเทศชาติในระยะยาวมากถึงขนาดที่จะกลับลำ 180 องศา หันมาให้โอกาสทักษิณในการบริหารประเทศอีกครั้ง เพราะผมเชื่อว่า ศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ชนชั้นกลางเคยมีต่อทักษิณและพรรคพวกนั้น ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนไปเป็น 'ความเกลียด' และ 'ความกลัว' เสียแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อผมยินคุณวิษณุ กล่าวให้สัมภาษณ์ยืนยันกับสื่อมวลชนถึงการลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ตามคุณบวรศักดิ์ที่ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปอีกคน พร้อมกับระบุว่าเมื่อลาออกแล้วตนก็จะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองใดอีก แต่จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่นักวิชาการดังเช่นที่เคย ผมจึงนึกถึงคำสอนท่อนหนึ่งของ 'เมิ่งจื่อ' ปราชญ์โบราณชาวจีนขึ้นมาทันที

"ผู้ที่ขาดธรรมย่อมจะมีแต่คนตีจาก ผู้ที่ขาดธรรมเมื่อขาดธรรมถึงขั้นหนึ่ง แม้แต่ญาติพี่น้องก็จะต่อต้านเขา ......"

'เหตุ' จากการกระทำที่ผ่านมาของทักษิณชี้ให้เห็นถึง 'ผล' ที่เกิดขึ้นกับเขาในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
กำลังโหลดความคิดเห็น...