xs
xsm
sm
md
lg

ที่ปรึกษาจีนเผยมาตรการรับมือสงครามการค้ากับสหรัฐฯ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คนงานกำลังทำงานบนสายการผลิตยางรถยนต์ในหนันทง มณฑลเจียงซู ภาพเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2019 (แฟ้มภาพรอยเตอร์ส)
เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์-- จีนจะไม่กลับไปใช้ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมโหฬาร”ดังที่เคยนำมาใช้รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 เพื่อรับมือกับสงครามการค้ากับสหรัฐฯและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวครั้งประวัติการณ์ของประเทศ จากการเปิดเผยของกลุ่มนักวิจัยในหน่วยงานวิจัยชั้นนำของรัฐบาลจีน

หลิว ซั่งซี ผู้อำนวยการสถาบันว่าด้วยการคลัง Chinese Academy of Fiscal Sciencesซึ่งเป็นสำนักคลังสมองสังกัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าจีนจะหันไปพึ่งพาการปฏิรูปการจัดการงบประมาณและลดภาษี เนื่องจากแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้ในปี 2008 นั้น ทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ ความไร้ประสิทธิภาพและการผลิตล้นเกินในภาคการผลิต

“เราจะไม่กลับไปใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมโหฬารอีกแล้ว ขณะนี้ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างสุขภาพ คุณภาพที่ดีกว่าซึ่งพวกเขาไม่อาจหาได้ในตลาด สถานการณ์ความต้องการในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อปี 2008”

“แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีความจำเป็นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อสิบปีที่แล้ว แต่เรายอมรับว่ามันทำให้เกิดสินค้าคุณภาพต่ำและการผลิตล้นเกิน” หลิว กล่าวในการประชุมนอกรอบของการประชุมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯในฮ่องกง โดยถือเป็นครั้งแรกที่ที่ปรึกษาในหน่วยงานชั้นนำของรัฐบาลจีน ออกมาแสดงความคิดเห็นนับจากจีนและสหรัฐฯตกลงพักรบสงครามการค้ากันในซัมมิตกลุ่มผู้นำ G20 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

จีนได้ตัดลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กลุ่มผู้ผลิตจากระดับ 16 เปอร์เซ็นต์ ลดลงมาที่ 13 เปอร์เซ็นต์ในเดือนเม.ย. และลดอัตราภาษีให้กับกลุ่มบริษัทในภาคการก่อสร้างและคมนาคมจากจากระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ ลดลงมาที่ 9 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดภาระด้านภาษีของกลุ่มธุรกิจ ยกระดับการกระจายรายได้ และส่งเสริมการจ้างงาน

มีการประมาณการว่าการตัดลดฯนี้จะมีมูลค่า 2 ล้านล้านหยวนในเศรษฐกิจจีน ก่อนหน้าคือในเดือนต.ค.ปีที่แล้วจีนได้ปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งธนาคารโนมูระแห่งญี่ปุ่นประมาณว่ามาตรการฯนี้จะช่วยเพิ่มการบริโภคภายในอีก 81,000 ล้านหยวน

ปักกิ่งยังได้ลดอัตราการจ่ายเงินสมทบให้กับระบบสวัสดิการสังคมของกลุ่มนายจ้าง

“เราจะใช้มาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียม ซึ่งคาดว่าจะมีขนาด 2 ล้านล้านหยวน เพื่อต้านความเสี่ยงทั้งภายในและระหว่างประเทศ ตลอดจนรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ” หลิว กล่าว และเผยว่าเศรษฐกิจภายในกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เลวร้ายมาก ทำให้จีนต้องหันมาปฏิรูประบบจัดการงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า

หลังเกิดวิกฤตปี 2008 ที่โลกเผชิญปัญหาการเงินครั้งใหญ่ที่สุดนับจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ในทศวรรษที่ 1930 รัฐบาลจีนได้อัดฉีดงบฯถึง 4 ล้านล้านหยวน เข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อช่วยจีนหลบพ้นจากภาวะถดถอยและฟื้นตัวได้เร็วกว่าชาติอื่นๆ ส่วนสถานการณ์ตอนนี้จีนกำลังขับเคี่ยวสงครามการค้ากับสหรัฐฯและเศรษฐกิจประเทศถูกกดดันมากขึ้นๆ

เมื่อวันพุธ(17 ก.ค.) สำนักงานสถิติแห่งรัฐเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PRODUCER PRICE INDEX) ในเดือนมิ.ย. ลดลง 0.0 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวแสดงว่าผู้ผลิตซึ่งไม่สามารถขายสินค้าในราคาที่พวกเขาต้องการ ต้องเสนอลดราคาสินค้าเพื่อที่จะเคลียร์โกดัง

หนำซ้ำ ตัวเลขการค้าที่แถลงเมื่อศุกร์(12 ก.ค.) ทั้งการส่งออกและการนำเข้าฝ่อแฟบ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงผลกระทบที่หยั่งรากลึกจากสงครามขึ้นภาษีการศุลกากร

ด้านผู้นำจีนพยายามเรียกความเชื่อมั่นตลาดโดยย้ำว่าพื้นฐานเศรษฐกิจจีนยังแข็งแรงดี และยืนยันผู้กำหนดนโยบายมีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาภายนอก


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...