xs
xsm
sm
md
lg

จี20 สหรัฐฯ - จีน จะก้าวข้ามส่วนตัว เพื่อโลกส่วนรวมได้หรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้นำของประเทศกลุ่ม จี20 ร่วมถ่ายภาพ ในวันแรกของการประชุมสุดยอด G20 ในโอซาก้าประเทศญี่ปุ่น วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 (ภาพซินหัว)
MGR online/เอเจนซี - บทความสัปดาห์นี้เรียบเรียงก่อนการประชุมสุดยอด G20 วันที่ 28-29 มิถุนายน ที่ทุกฝ่ายเฝ้ารอการพบกันระหว่างผู้นำจีน - สหรัฐ ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่เฝ้ารอชัดๆ ก็คือรอว่าความตึงเครียดอย่างรุนแรงระหว่างสองประเทศใหญ่ที่สุดในโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกจะลดลงได้หรือไม่

ในสัปดาห์นี้ผู้นำระดับโลกจากประเทศเศรษฐกิจที่มีมูลค่าจีดีพีรวมกัน มากกว่า 80% ของจีดีพีของโลก จะมาร่วมประชุมที่โอซาก้า เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ เช่นเศรษฐกิจโลกการค้าและการลงทุนนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมพลังงานและการจ้างงาน

ในส่วนของจีนนั้น การเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอด G20 ประเทศญี่ปุ่นของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แน่นอนว่าจะเป็นการเสริมแรงฉันทามติระหว่างประเทศเกี่ยวกับการสนับสนุนพหุภาคีและเศรษฐกิจแบบเปิด ท่ามกลางการปกป้องการค้าฯ ที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก

โจว ฟางหยิน นักวิจัยอาวุโสของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ Guangdong Institute for International Strategies คาดว่า จีนจะใช้การประชุมพหุภาคีเพื่อย้ำความมุ่งมั่นในความร่วมมือระหว่างประเทศ คัดค้านการปกป้องและรักษาเสถียรภาพของระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีอยู่

ซึ่งความคาดหวังนี้ก็ตรงกับวัตถุประสงค์แรกเริ่มของการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการเงินโลกปี 2551 ครั้งนั้น ซึ่งจำเป็นต้องส่งข้อความที่ชัดเจนในการต่อต้านการปกป้องและสนับสนุนเศรษฐกิจแบบเปิด เพื่อลดความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก

กิลเลอร์โม ซานตา ครูส ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบการลงทุนของจีนประจำหอการค้าอาร์เจนตินา - จีน ได้เขียนในบทความที่ตีพิมพ์ในรายงานนโยบายตัวอย่างสำหรับการประชุมสุดยอดโอซาก้า G20 ว่า "เราอยู่ในจุดที่จำเป็นต้องเสริมสร้างการเปิดกว้าง การบูรณาการและการแข่งขันที่เป็นธรรม ที่จะนำเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน "

การสร้างเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้างกับสถาบันพหุภาคีที่แข็งแกร่งนั้น เป็นผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าและกำลังพัฒนา

กระทรวงต่างประเทศจีน ได้แถลงก่อนการประชุมว่า ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง และ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตกลงนัดหารือกัน ในการพบกันที่ญี่ปุ่น ข่าวดังกล่าวทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าความพยายามที่เป็นรูปธรรมยังคงมีความจำเป็นในการบรรลุข้อตกลงฯ เพราะผู้เชี่ยวชาญหลายคน คิดว่าสองผู้นำโลกในเวลานี้ คงไม่คุยอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราวที่พอจะบอกได้ว่ามีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ

นายเฉิน หงปิน นักวิจัยจากสถาบันการศึกษานานาชาติแห่งเซี่ยงไฮ้ ยังฟันธงว่า การประชุม สี-ทรัมป์ นั้นจะไม่เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอด G20

เฉินกล่าวว่า แรงเสียดทานทางการค้าที่ยาวนาน ได้นำไปสู่ความเสี่ยงขาลงสำหรับเศรษฐกิจจีน และผลกระทบทางลบก็มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจสหรัฐเช่นกัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศเตือนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า อัตราภาษีศุลกากรสหรัฐ - จีนที่ดำเนินการหรือนำเสนอ จะส่งผลกระทบด้านลดผลผลิตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลง 0.5% หรือ 4.55 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2563

สตีเฟน โรช สมาชิกมหาวิทยาลัยเยล และอดีตประธาน มอร์แกน สแตนลีย์ เอเชีย กล่าวในรายงานนโยบายตัวอย่างสำหรับการประชุมสุดยอดโอซาก้า G20 ว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ก็ไม่ง่ายในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน

“การสนับสนุนในการทุบตีจีนทางการเมืองของพรรครัฐบาลของอเมริกาเป็นปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขู่ที่จะเปลี่ยนสงครามการค้าให้กลายเป็นสงครามเย็นทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อและทำลายล้าง” โรชกล่าวและเสริมท้ายว่า "ตอนนี้โลกที่เปราะบางกำลังต้องการสติปัญญา ความมุ่งมั่นทางการเมือง" ข้อตกลงที่การประชุม G20 ระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิงนั้นไม่น่าเป็นไปได้ ความแตกต่างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั้นเป็นเรื่องระบบและโครงสร้าง แต่ด้วยความยืดหยุ่นและการประนีประนอมเท่านั้น มหาอำนาจทั้งสองของโลกจึงสามารถทำงานร่วมกันเพื่อปรับเปลี่ยนระเบียบระหว่างประเทศเสรี

พอล เชรด นักวิชาการอาวุโส ที่ Harvard Kennedy School อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่สถาบันการเงินชั้นนำในโตเกียวและนิวยอร์ก ให้ความเห็นในการประชุมครั้งนี้ว่า มีความคาดหวังสูงขนาดให้สหรัฐฯ กับจีน วางรากฐานสำหรับข้อตกลงการค้า และยุติการใช้มาตรการภาษีศุลกากรแลกใส่กัน

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาททางการค้าไม่สามารถคลี่คลาย หรือมีวิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายหรือรวดเร็ว

ประการแรกคือ ขณะนี้จีนมีขนาดเศรษฐกิจที่เรียกว่าเป็นคู่แข่งกับมหาอำนาจนำเดี่ยวอย่างสหรัฐโดยตรง ส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศระดับโลกอยู่ที่ 16% เทียบกับ 24% ในปีที่แล้ว แต่หากปรับตามกำลังซื้อของสกุลเงิน จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสัดส่วนฯ ที่ 19% ขณะที่สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 15%

ประการที่สอง ระบบการเมืองพรรคเดียวและทุนนิยมแบบจีน ทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบอย่างเป็นระบบ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของจีน หลังจากได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เป็นผลให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันได้รับประโยชน์จากสินค้าราคาถูก ขณะที่แผน Made in China 2025 ยังได้ยกระดับจีนบรรลุความเป็นผู้นำในภาคไฮเทค อันเป็นตลาดผูกขาดที่สหรัฐฯ กินรวบเบ็ดเสร็จมาตลอด

นี่กลายเป็นความกังวลของสหรัฐฯ ซึ่งต้องต่อกรกับจีน ที่มีความแตกต่างพื้นฐานในโครงสร้างทางการเมืองเศรษฐกิจและกฎหมาย อาทิ การปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญาของจีน กับบทบาทของรัฐวิสาหกิจในระบบเศรษฐกิจและอำนาจสูงสุดตามรัฐธรรมนูญของฝ่ายเดียวของจีน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญฯ มองว่า ในการประชุมจี 20 นี้ สหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง กุมอำนาจต่อรองได้มากกว่า ด้วยเหตุผล 3 ประการ ประการแรก เศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในช่วงการจ้างงานเต็มที่และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่การสะสมของหนี้สินในระบบเศรษฐกิจของจีน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกกระตุ้นจากนโยบายฯ

ประการที่สอง สหรัฐฯ เป็นประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่จีนยังคงพัฒนาอยู่ ประเทศจีนจะต้องระแวดระวัง เสียเวลาในการจัดการกับปัญหารอบด้านมากกว่า

ประการที่สาม จีนมียอดเกินดุลการค้าอย่างมากกับสหรัฐอเมริกา ทำให้คาดว่าจะได้รับผลเสียหายหากสูญเสียการส่งออกมากกว่าสหรัฐฯ เพราะการส่งออกของจีนที่ตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและคนงานชาวจีน แต่ในสหรัฐฯ ส่งผลเพียงกับผู้บริโภค

แต่ในด้านหนึ่ง ผลสะท้อนของกลไกเศรษฐกิจ-ตลาด-การเมืองในสหรัฐฯ นั้น มีความชัดเจนและตรงไปตรงมา มากกว่าในประเทศจีน หากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างมาก นำไปสู่แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ทีมบริหารของทรัมป์ ก็คงไปไม่ตลอดรอดฝั่ง หรือรักษาคะแนนนิยมได้จนครบวาระประธานาธิบดีในปี 2563

ดังนั้น การประชุมจี20 ครั้งนี้ หากสองฝ่ายได้พบปะหารือกันจริง และหากมองกันยาวๆ ในฐานะที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ของโลกทั้งคู่ จีนและสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องก้าวข้ามบ้างบางเรื่องนอกเหนือไปจากข้อตกลงทางการค้า และมุ่งเน้นที่การประนีประนอม กับความแตกต่างในระบบเศรษฐกิจและการเมืองของทุกฝ่ายมากกว่า
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...