xs
xsm
sm
md
lg

บทเรียนจากสไตล์แข็งกร้าวของผู้นำสูงสุดแห่งฮ่องกง แคร์รี่ แลม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้นำสูงสุดแห่งฮ่องกง แคร์รี่ แลม แถลงในวันที่ 18 มิ.ย. กล่าว “ขอโทษด้วยความจริงใจอย่างที่สุด” ต่อเหตุวุ่นวายอันเนื่องจากการประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน (ภาพ รอยเตอร์ส)
“อ่อนนุ่มคือชีวิต แข็งกระด้างคือตาย

เมื่อพายุพัดแรง ต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแกร่งหักโค่น ต้นหญ้าน้อยอ่อนตามลมยังชีวิตรอด”

หาก ผู้นำสูงสุดแห่งฮ่องกง แคร์รี่ แลม ได้เรียนรู้และจดจำถ้อยคำข้างต้นซึ่งเป็นหนึ่งในวรรคทองคำจากคัมภีร์คลาสสิกชื่อก้องโลก “เต๋าเต็กเก็ง” ของเหลาจื่อปราชญ์โบราณผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักเต๋าของจีน บางทีเธออาจรับมือกับวิกฤต “พายุพัดแรง”ในสัปดาห์ที่ผ่านมาและรักษาชีวิต (การเมือง) อยู่รอด มิพังพาบถึงขนาดนี้

แคร์รี่ แลม (Carrie Lam Cheng Yuet-ngor) ผู้ขึ้นชื่อในสไตล์แข็งกร้าว เผชิญพายุใหญ่ทางการเมืองเมื่อสภานิติบัญญัติหรือสภาเลคโกฮ่องกงเปิดการอภิปรายร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่จีนในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยกระแสต่อต้านกฎหมายนี้เป็นไปอย่างกว้างขวาง นอกจากกลุ่มนักศึกษาและประชาชนผู้สนับสนุนประชาธิปไตย กลุ่มธุรกิจ กลุ่มนักกฎหมาย ศาลยุติธรรม ยังแสดงความวิตกว่ากฎหมายนี้จะบั่นทอนหลักกฎหมายที่เป็นหลักประกันการปกครอง “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของฮ่องกง ที่ดำเนินมานับจากอังกฤษส่งมอบอำนาจปกครองฮ่อกงคืนแก่จีนในปี 1997 ฮ่องกงครองอำนาจปกครองตัวเองระดับสูง มีอิสระในทางการเมืองมากกว่าแผ่นดินใหญ่ และรักษาเกียรติภูมิในฐานะศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลกมากว่า 20 ปี

ก่อนหน้าที่สภาเลคโกจะเปิดการอภิปรายร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนรอบที่สองในวันพุธที่ 12 มิ.ย. กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านกฎหมายฯออกมาเดินขบวนครั้งใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. ผู้จัดการประท้วงระบุจำนวนผู้เข้าร่วมเดินขบวนมากว่า 1 ล้านคน ขณะที่ฝ่ายตำรวจระบุตัวเลขผู้ประท้วงกว่าสองแสนคน

ในวันพุธรัฐบาลฮ่องกงประกาศเลื่อนการพิจารณากฎหมายออกไป แต่กลุ่มผู้ประท้วงยังปักหลักชุมนุมกระทั่งตอนบ่ายเกิดการปะทะระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจปราบจลาจล ฝ่ายตำรวจระดมยิงแก็สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนถุง สลายกลุ่มประท้วง จนมีผู้บาดเจ็บระนาวกว่า 80 คน

หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะรุนแรงดังกล่าว แลมดูจะเพิ่งคิดได้ว่า “ไม่คุ้มค่าเลยที่จะมาห้ำหั่นกับเด็กๆ” และพยายามคลี่คลายปัญหา ขณะที่ด้านผู้นำในปักกิ่งนั่งไม่ติดกันแล้ว สื่อฮ่องกง เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ อ้างอิงแหล่งข่าวสองรายเผยว่า ก่อนหน้าที่แลมออกมาแถลงในวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย. ประกาศ “พัก” การพิจาณากฎหมายฯนั้น รองนายกรัฐมนตรี หาน เจิ้งผู้รับผิดชอบกิจการฮ่องกงได้เดินทางมาพูดคุยกับแลมที่นครเซินเจิ้นซึ่งเขตแดนติดกับฮ่องกง และยังมีเจ้าหน้าที่จากปักกิ่งกลุ่มหนึ่งมาที่เซินเจิ้น เพื่อเกาะติดสถานการณ์ในฮ่องกง หากจำเป็นต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน

ในการแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย. ผู้นำสูงสุดฮ่องกงประกาศ “พัก” (โดยไม่ถอน) การพิจารณากฎหมายฯ และสัญญาว่า “จะแก้ไขปัญหาอย่าง “อ่อนน้อม” แต่ไม่สนใจว่าผู้ประท้วงจะพอใจหรือไม่” แลมยืนยันไม่ลาออกและปฏิเสธขอโทษประชาชน โดยเธอเพียงกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น การส่งสารแสดงความอ่อนน้อมปนเปไปกับท่าทีที่แข็งกร้าวเช่นนี้เหมือนดั่งราดน้ำมันบนเชื้อไฟที่ยังครุกรุ่นอยู่ ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงรู้สึกได้ถึงความไม่จริงใจของผู้นำสูงสุดฮ่องกง
คลื่นผู้ประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเดินขบวนท่วมทะลักถนนหนทางในฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. (ภาพ รอยเตอร์ส)
วันรุ่งขึ้น(16 มิ.ย.) ชาวฮ่องกงราวสองล้านคนออกมาเดินขบวนล้นทะลักถนนหนทางอย่างเกินความคาดหมายของทุกฝ่าย ต่างชูป้ายประท้วงเรียกร้องให้ถอนกฎหมายฯไปอย่างสิ้นเชิง และขับไล่แคร์รี่ แลมลงจากตำแหน่ง
กองทัพผู้ประท้วงในชุดดำร้องตระโกน “ลาออกๆๆ!” ในทุกๆย่างก้าวที่ก้าวออกไป เสียงร้องขับผู้นำสูงสุดดังกึกก้องถนนหนทาง

วุฒิสมาชิกผู้หนึ่งในค่าย pro-establishment ของฮ่องกง กล่าวโดยไม่เผยนามว่า การเดินขบวนประท้วงของกลุ่มต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. กลายเป็นคืนประท้วงขับไล่ผู้นำสูงสุดฮ่องกง
สว.ผู้ไม่เผยนามยังบอกอีกว่าจำนวนผู้ประท้วงอาจมีน้อยกว่านี้หากแลมใช้ท่าที่อ่อนกว่านี้ในการแถลงพักการพิจารณากฎหมายเมื่อวันเสาร์

แลมเพิ่งจะออกมาขอโทษต่อสาธารณะ (public apology) โดยการแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากที่คลื่นผู้ประท้วงนับล้านไหลบ่าท่วมท้องถนนนาน 6 ชั่วโมง

การเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. กลุ่มประท้วงยังได้ประท้วงกรณีที่แลมขานรับเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง สตีเฟน หลัว (Stephen Lo) ที่ออกมาระบุว่าการประท้วงจนเกิดเหตุปะทะกับตำรวจในวันพุธ(12 มิ.ย.) เป็น “จลาจล” โดยแลมกล่าวว่าการประท้วงจนเกิดเหตุปะทะรุนแรงนั้นเป็น “ความกำเริบเสิบสาน เป็นการจลาจลที่มีการจัดตั้ง” แทนที่จะใช้วิธีลดอุณหภูมิตึงเครียดอย่างเช่นการแถลงกล่าวแสดงความเข้าใจกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งชุมนุมประท้วงอย่างสงบมาโดยตลอด

นอกจากนี้ วุฒิสมาชิกจากพรรค New People’s Party นาง เรติน่า อิป หนึ่งในผู้สนับสนุนกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่เหนียวแน่น ชี้ว่าการเดินขบวนประท้วงในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. กลายเป็นเวทีให้ชาวฮ่องกงออกมาแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาสังคมประดามีในฮ่องกง ทั้งปัญหาที่ดิน-บ้านที่อยู่อาศัย ฯลฯ

อิป ยังชี้อีกว่าสังคมฮ่องกงหลังการประท้วง “อ็อกคิวพาย” นั้นเป็นเรื่องง่ายที่ผู้จัดการประท้วงจะระดมการประท้วงขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความวิตกกังวลฝังรากลึกและคับแค้นต่อปัญหาสังคม อาทิ ปัญหาที่ดิน-บ้านที่อยู่อาศัย
การประท้วงอ็อกคิวพาย เซ็นทรัล (Occupy Central) หรือ “ปฏิวัติร่ม” เมื่อปี 2014 กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยที่ออกมาเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน ได้ชุมนุมปิดย่านใจกลางเมืองกว่าสองเดือน

ในวันจันทร์(17 มิ.ย.) ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงสลายตัวแยกย้ายกันไปพักผ่อน แหล่งข่าวรัฐบาลเผยว่า แลมประชุมคุยกับกลุ่มผู้นำระดับบิ๊ก คณะบริหารฮ่องกงยังยึดถือจุดยืน “พักการพิจารณากฎหมายแต่ไม่ถอน” และแลมจะต้องแถลงขอโทษอีกครั้งอย่างเลี่ยงมิได้แล้ว

ในบ่ายวันอังคาร (18 มิ.ย.) แลมจึงออกมาแถลงขอโทษเป็นการส่วนตัว โดยย้ำว่าเป็นการ “ขอโทษด้วยความจริงใจอย่างที่สุด” เธอได้ยินเสียงประชาชน “กึกก้องและชัดเจน” พร้อมกับย้ำว่ารัฐบาลไม่มีแผนกำหนดเวลาในการพิจารณากฎหมายฯ จนกว่าจะคลี่คลายความแตกร้าวในสังคม

กลุ่มพันธมิตรที่ใกล้ชิดของแลมเผยว่าการแถลงขอโทษครั้งหลังสุดของแลมนั้นแทบไม่ได้ช่วยกอบกู้ความรู้สึกของชาวฮ่องกงที่สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวผู้นำเลย

แคร์รี่ แลม ขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้นำสูงสุดของเขตบริหารพิเศษแห่งฮ่องกงเมื่อเดือนก.พ.ปี 2017 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนแบบลอยลำ และให้คำมั่นสัญญาจะเยียวยาความแตกแยกในสังคม ทว่าในสัปดาห์นี้คะแนนนิยมของนางตกต่ำลงสู่เหวลึก
ผู้ประท้วงมาช่วยเก็บกวาดถนนในเช้าวันจันทร์(17 มิ.ย.) กลุ่มประท้วงส่วนใหญ่ได้สลายตัวแยกย้ายกันไปพักผ่อนหลังจากที่ผู้นำสูงสุด แคร์รี่ แลม ออกมาแถลงขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างที่ชาวฮ่องกงร่วมสองล้านคนหลั่งไหลเข้าร่วมขบวนประท้วงในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. (ภาพ เอพี)
ด้านผู้นำในปักกิ่งแถลงยืนยันมาตลอดสัปดาห์แห่งการประท้วงใหญ่ในฮ่องกงว่าจีนใหญ่สนับสนุนแคร์รี่ แลม ทว่าเวลานี้พญามังกรไม่มีหน้าตักที่จะมาหวดเฆี่ยนตีหรือฆ่าแกงเด็กๆให้กลายเป็นวิกฤตการเมืองหลังบ้าน อีกทั้งจะต้องผจญเสียงประณามจากนานาชาติแน่นอน

สือ อิ่นหง ศาสตราจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาประชาชนจีนแห่งปักกิ่ง กล่าวว่ารัฐบาลฮ่องกงล้มเหลวในการประเมินสถานการณ์ต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน อีกทั้งยังสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลกลาง ที่กำลังเผชิญวิกฤตใหญ่ในหลายด้านทั้งด้านการทูต โดยเฉพาะสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา

ขณะนี้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต้อง “เดินทัพทางไกล” ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่กำลังเผชิญวิกฤตความไม่แน่นอนจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ประมุขสีกำลังเดินสายรวบรวมเสียงสนับสนุนจากนานาชาติให้ได้มากที่สุด และทุ่มเทพลังทั้งหมดในการทำการบ้านอย่างหนักก่อนที่จะพบปะกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในปลายเดือนนี้ในซัมมิต G20 ในประเทศญี่ปุ่น

นักสังเกตการณ์บางกลุ่มชี้ว่าแลมอาจไม่ได้ลาออกในทันทีแต่ความฝันบนเวทีการเมืองในระยะยาวของเธอนั้นได้จบเห่ลงแล้ว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...