xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights: อุตสาหกรรมอาหารในประเทศจีนเป็นอย่างไร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

การใช้จ่ายในเรื่องของการกิน ผู้หญิงจีนใช้จ่ายเก่งที่สุด ผู้หญิงเกือบ 70% ชอบซื้อของกินทั้งมื้อใหญ่และมื้อเล็กๆน้อยๆ เทรนด์การกินของคนรุ่นใหม่จีนจะตามลักษณะรูปแบบจัดอาหาร (แฟ้มภาพ รอยเตอร์ส)
โดย ดร. ร่มฉัตร จันทรานุกุล

วันนี้ผู้เขียนจะมาเล่าสู่กันฟังเรื่องอุตสาหกรรมอาหารในประเทศจีน อาจจะมีผู้อ่านอยากทราบว่าในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีมีปริมาณบริโภคมากขนาดไหน จริงๆแล้วก็เป็นปกติที่ประเทศพัฒนาขึ้นมาประชาชนเริ่มมีเงินใช้จ่าย โดยเฉพาะการใช้จ่ายในเรื่องอาหารการกินจะมากเป็นพิเศษ ดั่งคำกล่าวที่ว่า มีเงินก็กินดีอยู่ดี ปริมาณการบริโภคอาหารของคนจีนมากจนน่าตกใจจริงๆ

ทุกวันนี้จีนเป็นประเทศที่นำเข้าอาหารมากเป็นอันดับต้นๆของโลก อุตสาหกรรมอาหารจีนเติบโตเป็นลำดับตามความพัฒนาและเงินในกระเป๋าของประชาชน ทั้งนี้ไม่ใช่อุตสาหกรรมอาหารจีนในประเทศเท่านั้นที่พัฒนา ยังเป็นโอกาสของอาหารต่างชาติ อย่างเช่น อาหารไทยของเรามาเจริญเติบโตและมีช่องทางการเติบโตที่นี่ได้มากมาย เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ มีหลายพื้นที่ และจำนวนประชากรมากเป็นพื้นฐาน

จากข้อมูลสถิติสมาคมการครัวแห่งจีน (China Cuisine Association) ระบุอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 10 เปอร์เซ็น ในปี 1978 ที่จีนอยู่ในช่วงเริ่มเปิดประเทศ ขนาดอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศมีมูลค่าประมาณ 5,400 ล้านหยวน จนถึงปี 2017 มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจีน เท่ากับ 3,964,400 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วน 10.8 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศทั้งหมด อุตสาหกรรมอาหารในจีน 80 เปอร์เซ็นเป็นอาหารจีนหลักประเภทต่างๆ และในปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหาร + อินเทอร์เน็ต กำลังเป็นเทรนด์การเติบโตใหม่ที่รวดเร็วมาก

ในปี 2018 ในงานรายงานผลงานของรัฐบาลและการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้เห็นว่ารัฐบาลจีนเริ่มเห็นความสำคัญของการเดินออกไปต่างประเทศของอุตสาหกรรมอาหารจีน เพราะถือว่าเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันร้านอาหารจีนทั่วโลกมีอยู่ใน 188 ประเทศ 2 แสนกว่าร้านค้า มีร้านอาหารในประเทศจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จและเดินออกไปลงทุนในต่างประเทศ อย่างเช่น HaiDiLao Hotpot

อุตสาหกรรมอาหารในจีนในปี 2006 มูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านหยวนจนในปัจจุบันแตะระดับ 4 ล้านล้านหยวน ในช่วงเริ่มต้นเปิดประเทศจีนมีร้านอาหารทั่วประเทศอยู่เพียง 1.2 แสนราย จนถึงปี 2017 มีร้านอาหารที่ลงทะเบียนธุรกิจอยู่กว่า 4.6 ล้านราย และในปัจจุบันอุตสาหกรรมร้านอาหารจีน 95% ดำเนินงานโดยเอกชน อีกทั้งอุตสาหกรรมอาหารต้องการแรงงานคนเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยกระตุ้นตลาดแรงงานอย่างสำคัญ ในยุค 80 แรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมอาหารประมาณ 1 ล้านคน ในปัจจุบันมีประมาณ 30 กว่าล้านคน

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา จากการวิเคราะห์ของสมาคมการครัวจีนระบุว่ารายจ่ายของประชาชนในด้านอาหารช่วงทศวรรษ 70-80 (ยุคที่จีนมีประชากร 962 ล้านคน) เฉลี่ยต่อคนต่อปีเพียง 6 หยวน(ในตอนนั้นยังใช้บัตรอาหารที่แจกโดยรัฐบาลเป็นหลัก) จนถึงปี 2017 (จีนมีมีประชากร 1,390 ล้านคน) เพิ่มขึ้นเป็น 2,852 หยวนต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 500 เท่า

การบริโภคของคนจีนเริ่มจากกินเพื่ออิ่ม เปลี่ยนเป็นกินอย่างมีเอกลักษณ์ เปลี่ยนไปเป็นกินอย่างมีวัฒนธรรม กินอย่างมีประโยชน์ ไปจนถึงกินเพื่อรักษาสุขภาพ การใช้จ่ายในการรับประทานอาหารของคนจีนเปลี่ยนไป จากระดับครอบครัวไปจนถึงสังคม คนจีนอยากที่จะไปทานอาหารนอกบ้านมากยิ่งขึ้น ทำให้วัฒนธรรมการทานอาหารนอกบ้านของคนจีนกลายเป็นที่นิยมและเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอย่างหนึ่ง

ร้านแม็คโดนัลแห่งแรกในจีน สาขาเซินเจิ้น ปี 1990 (ภาพ สื่อจีน)
หลังจากการประชุมสมัชชาพรรคเมื่อปี 2018 อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจีนมีแนวทางการเติบโตดังนี้คือ “นวัตกรรม กลมกลืน ปลอดภัย เปิดกว้าง และแลกเปลี่ยน” อาหารต่างชาติที่เข้ามาบุกเบิกสองยี่ห้อแรกคือ เคเอฟซี เข้ามาที่จีนเมื่อปี 1987 เปิดสาขาแรกในปักกิ่ง เนื่องจากความแปลกใหม่ในสมัยนั้นคนจึงต่อแถวซื้อเป็นหางว่าว อีกแบรนด์หนึ่งคือแม็คโดนัล เข้ามาในจีนเมื่อปี 1990 เปิดสาขาแรกที่เซินเจิ้น ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเช่นกัน

หลังจากนั้นต่อมาก็มีแฟรนไชแบรนด์ต่างๆระดับโลกทยอยเข้ามาเปิดในจีน การเข้ามาของแบรนด์ต่างประเทศเหล่านี้ ทำให้จีนเรียนรู้ระบบการจัดการของร้านอาหารและเรียนรู้มาตรฐาน ทำให้ช่วงหลังแบรนด์ร้านอาหารจีนดั้งเดิม เริ่มที่จะปรับปรุงแนวทางบริหารจัดการใหม่ เปลี่ยนภาพลักษณ์และนำแนวคิดที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ

ผู้เขียนเห็นว่ามีหลายแบรนด์ร้านอาหารจีนที่ทำได้ดี อย่างเช่น ร้านเป็ดย่าง Da Dong Roast Duck ที่ยกระดับแบรนด์และมาตรฐานสินค้า จับลูกค้าระดับบน มีเอกลักษณ์ ทำให้ต่อมามีไปเปิดสาขาที่ต่างประเทศ อย่าง Xiapu Xiapu Hot pot ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนทุกชนชั้น ราคาไม่แพง รสชาติน้ำจิ้มและน้ำซุปอร่อย บริการรวดเร็ว มีสาขาที่ไหนคนเยอะทุกที่ ตอนหลังแบรนด์จีนพวกนี้พัฒนาและเติบโตจนขึ้นตลาดหลักทรัพย์ที่มีทั้งในและต่างประเทศ

เทรนด์ใหม่ที่สำคัญของการเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารของจีนคือ การนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาประยุกต์ใช้ การเติบโตของการส่งอาหารในจีนกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ สร้างงาน และเกื้อหนุนอุตสาหกรรมอาหารให้ขยายออกไปอีก เพราะการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไปและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ จากตัวเลขของอาลีบาบาในปี 2017 ผู้คนใช้การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือมากถึง 60% และแน่นอนว่าในจำนวนนี้รวมถึงการสั่งอาหารด้วย อีกอย่างคือกระแสเงินที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารมีมากขึ้น ทั้งที่ก่อนปี 2007 ไม่ค่อยมีนายทุนสนใจที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากเท่าไหร่ ตามมาด้วยความต้องการผู้ชำนาญการ พ่อครัว แม่ครัว

ในจีนเริ่มมีการทำการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นทั้งที่สมัยก่อนจะเป็นลักษณะที่ไหว้ครูรับเป็นลูกศิษย์มากกว่า ในปี 2013 มีโรงเรียนและสถาบันที่มีคอร์สหลักสูตรทำอาหารเพียง 85 แห่ง จนถึงปี 2018 เพิ่มเป็น 176 แห่ง เพิ่มกว่า 100%

ทั้งนี้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังขาดแคลนบุคคลากรและพ่อครัว ผู้เขียนเคยไปนั่งคุยกับเจ้าของร้านอาหารที่มีสาขาหลายแห่งในประเทศจีน เขากล่าวว่าทุกวันนี้จ้างพ่อครัวที่มีฝีมือต้องแย่งกัน รายได้ของพ่อครัวระดับปานกลางถึงบนโดยเฉลี่ยประมาณเดือนละ 5 หมื่นบาทขึ้นไป หากมีชื่อเสียง มีฝีมือจริงรายได้อาจจะขึ้นไปแสนกว่าถึงหลายแสนเลยก็มี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาหารที่พ่อครัวถนัดด้วย เท่าที่แอบถามมาคือพ่อครัวที่ทำอาหารกวางตุ้งจะมีรายได้เฉลี่ยสูงที่สุด อีกประเด็นคือการหาคนเข้ามาทำงานในร้านอาหารค่อนข้างยากและต้นทุนของลูกน้องเด็กเสริฟมีต้นทุนที่สูงขึ้นมาก

จีนมีคำกล่าวที่ฮิตว่า “吃货” อ่านว่า ชือฮั่ว หมายความถึงคนที่ชอบหาของอร่อยๆกินเป็นชีวิตจิตใจ อาหารที่ได้รับความนิยมในจีนมากที่สุดคือ อาหารเสฉวน รองมาคืออาหารเซียงคืออาหารของแถบหูหนาน สุดท้ายคืออาหารกวางตุ้ง ทำให้เราเห็นว่าจริงๆแล้วอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีนจะเป็นอาหารรสเผ็ดนั่นเอง

ในแง่ของการใช้จ่ายในเรื่องของการกิน ผู้หญิงจีนใช้จ่ายเก่งที่สุด ผู้หญิงเกือบ 70% ชอบซื้อของกินทั้งมื้อใหญ่และมื้อเล็กๆน้อยๆ ขณะที่ผู้ชายมีเพียง 30% ที่จะสนใจในเรื่องการกินของอร่อยๆ เทรนด์การกินของคนรุ่นใหม่จีนก็จะตามลักษณะรูปแบบจัดอาหาร ปริมาณราคาไม่แพง รสชาติดี เป็นต้น

จากที่ผู้เขียนแนะนำไปคร่าวๆ ผู้เขียนเห็นว่าอาหารไทยมีโอกาสเติบโตอย่างมากในประเทศจีน อีกทั้งคนจีนไปเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น รู้จักกับอาหารไทยมากขึ้น ทำให้อาหารหลายๆอย่างของไทยเป็นที่คุ้นเคยของคนที่นี่ มีการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบมากขึ้น ทั้งนี้การจะเข้ามาเปิดร้านอาหารไทยในจีนหรือร่วมทุนกับคนจีนก็ต้องมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ตลาดจีนคือตลาดปราบเซียน ต้องทำการบ้านมาอย่างดีและต้องทำการวิจัยการตลาดมาล่วงหน้าค่ะ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...