xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights: มารู้จักหัวเว่ย บริษัทที่คนจีนทั้งประเทศภาคภูมิใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ชายคนหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือเดินผ่านหน้าร้านหัวเว่ยในปักกิ่ง ภาพวันที่ 12 ธ.ค. 2018--แฟ้มภาพรอยเตอร์ส
โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล

เป็นข่าวดังฮือฮาไปทั่วโลกส่งท้ายปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับการถูกจับกุมตัวของลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย นาง เมิ่ง หวั่นโจว(孟晚舟) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ ซาบีน่า เมิ่ง และแคธี เมิ่ง นางเมิ่ง ผู้ดำรงตำแหน่ง CFO ด้านการบัญชีของบริษัทหัวเว่ย ถูกควบคุมตัวระหว่างเปลี่ยนเครื่องที่แคนาดา โดยเป็นไปตามคำร้องขอจากสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการตัวเธอมารับโทษในข้อกล่าวหาว่า บริษัทหัวเว่ยแอบทำธุรกิจการค้ากับประเทศอิหร่านซึ่งถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ

กรณีนี้หากเป็นจริงตามกฎหมายของสหรัฐฯ ก็ถือว่าหัวเว่ยมีความผิด แต่จากกระแสข่าวภายในประเทศจีนมีการคาดคะเนว่าที่นางเมิ่ง ถูกจับกุมมีเหตุผลเบื้องลึกกว่านั้น เพราะอเมริกาต้องการกีดกันบริษัทและธุรกิจจีนออกจากประเทศ อีกทั้งธุรกิจหลักของหัวเว่ยคือการพัฒนาและให้บริการระบบโทรคมนาคมทั่วโลก ที่นับวันจะแผ่ขยายออกไปหลายประเทศ ทำให้อเมริกากลัวว่าหัวเว่ยอาจจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีนเข้ามาล้วงความลับ ทำให้เกิดความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G ที่หัวเว่ยพัฒนาและประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้อเมริกาและประเทศพันธมิตรยิ่งทวีความกังวลหนักขึ้น

กลับมาที่การจับกุมตัวนาง เมิ่ง แคนาดาถูกกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลจีนและประชาชนจีนให้รีบปล่อยตัวเมิ่งโดยเร็วเพราะยังไม่มีความผิดใดๆ สำหรับชาวจีนถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามอย่างมาก ในที่สุดนางเมิ่งถูกปล่อยตัวออกมาและกลับไปอยู่บ้านในแคนาดาโดยเจ้าหน้าที่ได้ติดสัญญาณเรด้าติดตามไว้ที่ตัวเมิ่ง ไม่สามารถทำกิจกรรมออกนอกบริเวณที่ถูกกำหนดไว้ได้

กลับมาเรื่องที่ผู้เขียนอยากจะเล่าในวันนี้เกี่ยวกับหัวเว่ยยิ่งใหญ่อย่างไร หลายท่านอาจจะอยากทราบเหมือนกันว่าแค่บริษัทเอกชนจีนรายหนึ่งทำไมถึงยิ่งใหญ่ขนาดว่าอเมริกามองเป็นอันตรายต่อความมั่นคงในประเทศได้? ผู้เขียนได้อ่านโปรไฟล์ของบริษัทหัวเว่ยเห็นว่าเป็นบริษัทที่ทำตัว Low profile จริงๆ คนจีนก็มองแบบนั้นเพราะผู้ก่อตั้งบริษัทคือ นายเหริน เจิ้งเฟย (任正非) ไม่ค่อยจะออกมาเป็นข่าวเท่าไหร่นักและก็ไม่ได้นำบริษัทไปเข้าตลาดหุ้นเพื่อระดมทุน ทั้งๆที่เป็นบริษัทติดทำเนียบอันดับบริษัทชั้นนำโลก “ฟอร์บ 500”

มีคนจีนให้ความเห็นว่าหากจีนไม่มีกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ที่มีฉายา “แบท” (BAT) หมายถึง บริษัทไป๋ตู้ (Baidu), บริษัทอาลีบาบา (Alibaba), บริษัทเทนเซนท์(Tencent) ก็อาจจะมีบริษัทอื่นเข้ามาแทนได้ แต่หากจีนไม่มีหัวเว่ยแล้วจะมีบริษัทไหนที่จะเข้ามาแทนได้? เนื่องจากว่าบริษัทหัวเว่ยไม่ได้เข้าตลาดหุ้นดังนั้นมีการคาดคะเนทรัพย์สินรวมของนายเหริน เจิ้งเฟยต่างๆนานา ทุกวันนี้ธุรกิจให้บริการด้านโทรคมนาคมของหัวเว่ยขยายวงไปทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป แอฟริกา เป็นต้น ในแต่ละวันมีคนใช้ระบบโทรคมนาคมสื่อสารของหัวเว่ยประมาณ 2,000 ล้านคนในประเทศต่างๆทั่วโลก สำหรับในตลาดยุโรปที่มีเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัย มีคนใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ย ประมาณ 5 ล้านกว่าคน
นายเหริน เจิ้งเฟย กำลังเข้าแถวเพื่อเรียกแท็กซี่ที่สนามบินแห่งหนึ่งในจีน เช่นเดียวกับคนอื่นๆ
นายเหริน เจิ้งเฟยเริ่มสตาร์ทอัพธุรกิจตอนอายุ 43 ปี! และนำพาบริษัทไปไกลระดับโลก รายได้หลักของหัวเว่ยมาจากต่างประเทศ คิดเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมด มาดูความเจ๋งของบริษัทหัวเว่ยใน 4 ด้าน ดังนี้

1. ด้านขนาด
รายได้รวมแต่ละปีของหัวเว่ยเท่ากับรายได้ของกลุ่มบริษัท BAT รวมเข้าด้วยกัน อาลีบาบามีพนักงาน 30,000 กว่าคน เทนเซนท์มีพนักงาน 30,000 กว่าคน และไป๋ตู้มีพนักงาน 50,000 คน ในขณะที่หัวเว่ยมีพนักงานทั้งหมด 170,000 กว่าคน กลุ่ม BAT จ่ายภาษีรายได้ให้แก่รัฐบาลแต่ละปี 20,000 ล้านหยวน ในขณะที่หัวเว่ยจ่ายภาษีรายได้ให้แก่รัฐบาลจีนปีละประมาณ 33,700 ล้านหยวน บริษัทอาลีบาบา ไป๋ตู้ เทนเซนท์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ล้วนเป็นต่างชาติกันหมด

ดังนั้น กำไรจากรายได้ส่วนมากจะถูกแบ่งไปต่างประเทศ ส่วนหัวเว่ยเป็นบริษัทจีนล้วนและรายได้ก็มาอยู่ที่ประเทศจีนเต็มๆ ผลกำไรของ BAT รวมกันในแต่ละปีประมาณ 58,000 ล้านหยวน หัวเว่ยบริษัทเดียวกำไรต่อปีประมาณ 27,900 ล้านหยวน

2. ด้านโครงสร้าง
หัวเว่ยยืนหยัดที่จะไม่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมเงินทุน ยังสามารถทำกำไรในแต่ละปีได้มากขนาดนี้ เพราะว่าผู้ก่อตั้งบริษัทนายเหริน เจิ้งเฟย ให้ความสำคัญกับพนักงานในบริษัทมาก บริษัทหัวเว่ยเป็นบริษัทจีนที่ขึ้นชื่อว่าให้สวัสดิการแก่พนักงานดี นายเหรินเห็นว่าบริษัทต้องเติบโตจากกิจการงานที่แท้จริงไม่ใช่จากการระดมทุนในตลาดหุ้น ดังนั้นคนของหัวเว่ยทำงานกันอย่างหนักในขณะเดียวกันรายได้และสวัสดิการอื่นๆที่ได้รับก็สมน้ำสมเนื้อ

ปัจจุบันนายเหรินถือหุ้นในบริษัท 1.4% เท่านั้น ที่เหลืออีก 98.6% แจกจ่ายให้แก่คนที่ร่วมกิจการของหัวเว่ยจำนวน 82,000 กว่าคน ถึงแม้นายเหรินปัจจุบันจะมีหุ้นอยู่น้อยนิดในบริษัท แต่ว่ายังสามารถคุมบังเหียนใหญ่ได้ไม่เปลี่ยนแปลง หลายบริษัทจีนอยากที่จะเรียนรู้วิธีการบริหารของหัวเว่ย แต่ในเรื่องของการแบ่งจำนวนหุ้นออกไปเยอะขนาดนี้ยังไม่มีใครสามารถเรียนรู้จากหัวเว่ยได้

3. ด้านสินค้า
หากกล่าวถึงสินค้าอย่างมือถือของหัวเว่ย ในประเทศจีนถือว่านำคู่แข่งไปหลายขุม ในไตรมาสสองของปี 2018 หัวเว่ยประกาศยอดขายมือถือของบริษัทนำหน้าบริษัทแอปเปิลไปแล้ว นายเหรินเคยกล่าวว่า “เรามองข้ามผู้บริโภคจีนไม่ได้แล้ว เรื่องของถูกคุณภาพดี เสนอสินค้าราคาถูกให้แก่ลูกค้านั้นหมดยุคแล้ว ต้องพัฒนาคุณภาพเป็นหัวใจและต้องมุ่งมั่นในงานพัฒนาคุณภาพสินค้า สั่งสมประสบการณ์” แบรนด์สินค้าที่ขายราคาถูก ก็อปปี้ ใช้เครื่องมือการประชาสัมพันธ์เป็นหลักจะหมดไป สินค้าที่มีคุณภาพจริงๆ จะเข้ามาแทนที่ เพราะความต้องการบริโภคของคนเปลี่ยนไป หัวเว่ยออกผลิตภัณฑ์มือถืออย่างรุ่น P20, P20 Pro ก็ได้รับการต้อนรับจากตลาดเป็นอย่างดีเยี่ยม

4. ด้านการวิจัยและพัฒนา
ถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาเทคโนโลยีของหัวเว่ยเลยทีเดียว จนสิ้นปี 2017 หัวเว่ยมีนักวิจัยในบริษัท 80,000 กว่าคน คิดเป็นประมาณ 45% ของพนักงานทั้งหมด และในปี 2017 หัวเว่ยลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา 90,000 ล้านหยวน คิดเป็น 15% ของรายได้ ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมาหัวเว่ยลงเงินในด้านการวิจัยและพัฒนาไปมากกว่า 934,000 ล้านหยวน ได้รับสิทธิบัตรทั้งหมด 75,000 ใบ ในจำนวนนี้ 90% เป็นสิทธิบัตรในด้านนวัตกรรม ในปี 2017 เงินลงทุนวิจัยของหัวเว่ย นำหน้าแอปเปิล ถูกจัดอันดับที่ 6 ในโลก และบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม 50 อันดับแรก หัวเว่ยเป็นบริษัทจีนรายเดียวเท่านั้น
การจัดอันดับปริมาณการขอสิทธิบัตรของกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับโลกปี 2017  หัวเว่ยถูก จัดในอันดับที่ 1
ทุกวันนี้ในการจัดอันดับ “ฟอร์บ 500” หัวเว่ยอยู่ในอันดับที่ 83 นายเหริน เจิ้งเฟยเริ่มทำธุรกิจหัวเว่ยในวัย 43 ปี และใช้เวลา 20 กว่าปีนำพาบริษัทผงาดระดับโลก นายเหรินติดดิน low profile มาตลอดและไม่เห็นแก่ตัว ยอมที่จะแบ่งปันหุ้นส่วนใหญ่ของหัวเว่ยให้แก่คนในบริษัท เพราะเห็นว่าทรัพยากรบุคคลสำคัญกว่าการะดมทุนเม็ดเงินจากภายนอก นายเหริน เจิ้งเฟยเป็นนักธุรกิจที่ได้รับการยกย่องจากคนจีนที่แท้จริง และเป็นความภาคภูมิใจของคนจีนและประเทศจีนเพราะบริษัทหัวเว่ยยังคงเป็นบริษัทจีนแท้อยู่จริงๆ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...