xs
xsm
sm
md
lg

ครบ 40 ปี หยุดยิง จีนเสนอโมเดลรวมไต้หวัน “หนึ่งประเทศสองระบบ” ไม่มีซบเซา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง (ซ้าย) กับ ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน หรือไต้หวัน (ขวา) (ภาพซินหวา)
เซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์ (2 ม.ค.) - ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิงได้แถลงในวันที่ 2 มกราคม ในโอกาสครบรอบ 40 ปี หยุดยิงเกาะไต้หวัน โดยเรียกร้องให้ปักกิ่งและไทเปเริ่มพูดคุยถึงการรวมและการยอมรับ“หนึ่งประเทศสองระบบ” ยุติการแบ่งแยกที่กินเวลายาวนานกว่า 70 ​​ปี ระหว่างทั้งสองฝ่าย
 
ผู้นำจีนกล่าวในคำปราศรัยนี้ ว่าการอยู่ร่วมกันคือการยุติการเผชิญหน้า และเป็นกุญแจสำคัญในการ “ฟื้นฟูชาติ” และ “ความขัดแย้งแบ่งข้างทางการเมือง ไม่พึงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น”

คำกล่าวของสี จิ้นผิงนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นของเขาที่จะยุติการแยกระหว่างไต้หวันเกาะที่ปกครองตนเองและจีนแผ่นดินใหญ่

“ปัญหาของไต้หวัน เกิดขึ้นในยุคจีนอ่อนแอและสับสนวุ่นวาย แต่ยุควิปโยคนั้นจะจบลงในยุคแห่งการฟื้นฟูชาติ”

สี จิ้นผิง ยังแสดงความปรารถนาเริ่มการปรึกษาหารือเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบและอนาคตการพัฒนาสันติภาพของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ” แต่ยืนยันว่าจะไม่ละทิ้งการใช้กำลังเพื่อความเป็นเอกภาพ เพียงเน้นว่าทหารจะพุ่งเป้าเฉพาะปัจจัยเงื่อนไขแทรกแซงจากภายนอก และผู้ที่ต้องการเอกราชไต้หวัน

“คนจีนจะไม่สู้กับคนจีน” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน หรือไต้หวัน ไช่ อิงเหวิน ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของสี จิ้นผิง ทันที ว่าไม่เอาโมเดลหนึ่งประเทศสองระบบ และย้ำว่าโมเดลนี้ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งข้ามช่องแคบ

“ดิฉันต้องย้ำที่นี่ ว่าไต้หวันจะไม่ยอมรับหนึ่งประเทศ สองระบบ และชาวไต้หวันส่วนใหญ่ ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน อย่างดีที่สุดจะเป็นเพียงการเจรจาที่อยู่ในสถานะในระดับรัฐบาลกับรัฐบาล” ไช่ อิงเหวิน กล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสี จิ้นผิง

"คนส่วนใหญ่ในไต้หวันคัดค้าน 'หนึ่งประเทศสองระบบ' นี่คือ 'ฉันทามติไต้หวัน'" เธอกล่าวกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป และว่า "เราขอเรียกร้องให้จีนก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญเพื่อประชาธิปไตย เพียงทำเช่นนั้นจะสามารถเข้าใจความคิดและการเรียกร้องของไต้หวันได้อย่างแท้จริง"

ไช่ ประกาศว่าจะไม่ยอมแพ้กับเสรีภาพที่มองไม่เห็นบนแผ่นดินเผด็จการ ปักกิ่ง "ต้องเคารพการเรียกร้องของประชาชน 23 ล้านคนเพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย" และ "ต้องใช้เงื่อนไขที่สงบและเท่าเทียมเพื่อจัดการกับความแตกต่างระหว่างกัน"

นี่คือปฏิกริยาตอบโต้จากผู้นำไต้หวันโดยตรง กับสีจิ้นผิง ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประกาศว่า ไม่มีใครสามารถ 'สั่ง' จีนว่าควรทำอะไร ประชาชนทุกคนในไต้หวันต้อง "ยอมรับอย่างชัดเจนว่า ความเป็นอิสระของไต้หวันจะนำหายนะมาสู่ไต้หวัน และจะไม่มีที่ว่างสำหรับกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนในรูปแบบใด ๆ"

ตลอดสองปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ความสัมพันธ์ระหว่างจีน ไต้หวันก็ตึงเครียดตลอดมา บางคนในไต้หวัน แสดงความเห็นว่า ความสัมพันธ์ที่แย่ลงกับปักกิ่ง ได้ก่อความเสียหายให้กับธุรกิจ เศรษฐกิจที่ซบเซา เงินเดือนของประชาชนคนทำงานไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามค่าครองชีพ

ปัญหาปากท้องนี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาของรัฐบาลไต้หวันโดยตรง และทำให้ไช่ อิงเหวิน พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งสนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน แพ้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในหลายเมือง ประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้เธอต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรครัฐบาล

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์คือ ไต้หวันและแผ่นดินใหญ่ถูกแบ่งออกตั้งแต่ไต้หวันหรือกองทัพก๊กมินตั๋ง พ่ายแพ้กองทัพปลดปล่อยประชาชนพรรคคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมือง และถอยหนีไปอยู่ที่เกาะไต้หวัน เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมา

กองทัพปลดปล่อย ได้ระดมยิงฐานที่มั่นของกองทัพก๊กมินตั๋งตลอดเพื่อยึดคืนเกาะ จนกระทั่งในวันที่ 1 มกราคม 1979 จึงหยุดยิง และมีแถลงการณ์สาธารณะถึงชาวไต้หวันที่รู้จักกันในชื่อ “ข้อความถึงเพื่อนร่วมชาติในไต้หวัน” เรียกร้องให้ยุติการเผชิญหน้าทางทหาร อันเป็นเวลาครบรอบ 40 ปี การหยุดยิงในปีนี้

ก่อนหน้าคำแถลงของสี จิ้นผิง นี้ ปรากฎคำกล่าวของประธานาธิบดีไต้หวัน ไช่ อิงเหวิน กล่าวมาก่อนว่า อย่างไรไทเปจะไม่ยกอำนาจอธิปไตยใด ๆ ของเกาะนี้ให้จีน และจีนก็ควรเคารพอธิปไตย “สาธารณรัฐจีน, ไต้หวัน” มีอยู่เป็นเวลานานนี้

บังเอิญเหลือเกิน ในสัปดาห์นี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็จะลงนามในกฎหมายเพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ของวอชิงตันกับไทเปเสียด้วย

ขณะที่ ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบของจีนกับไต้หวัน ยังเป็นเพียงระดับระหว่างเมืองต่อเมือง (เซี่ยงไฮ้และไทเป) ซึ่งสี จิ้นผิงกล่าวว่าไต้หวันจะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเสริมว่าการแบ่งแยกไต้หวันและจีนเป็นสิ่งที่ชนชาติจีนต้องก้าวข้าม

“ความฝันของจีน [การฟื้นฟูชาติ] เป็นความฝันร่วมกันของคนสองฝั่งช่องแคบ” สี จิ้นผิงมักกล่าวย้ำสโลแกนฟื้นฟูชาติเสมอ เพื่อย้ำว่าไม่มีใครและไม่มีกำลังใดที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน อันเป็นความจริงทั้งทางประวัติศาสตร์และทางกฎหมาย ที่ทั้งสองฝั่งช่องแคบนี้คือจีนเดียว”

สี จิ้นผิง มองเห็นปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและทางการเมือง จึงเสนอว่าความแตกต่างของระบบการเมืองระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการรวมเป็นหนึ่ง และสามารถแก้ไขได้ผ่านระบบบริหารหนึ่งประเทศ สองระบบ อันเป็นแนวทางที่นำมาใช้สำหรับฮ่องกงและมาเก๊าเพื่อให้แน่ใจว่าระบบการเมืองและเศรษฐกิจจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และกรณีไต้หวัน ก็เพื่อดูแลเงื่อนไขการบริหารและปกป้องผลประโยชน์ของไต้หวันเอง
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...