xs
xsm
sm
md
lg

ความรักของแม่ ผู้ช่วยลูก “ย้ายป่านอร์เวย์กลับบ้านเกิด”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ซูผิงลูบต้นพิสทาชิโอที่เธอและเพื่อนที่มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นของลูกช่วยกันปลูกมา 6 ปี(แฟ้มภาพ ปี2017--ซินหวา)
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา นางซูผิง วัย 64 ปี ทุ่มเทชีวิตให้กับการปลูกป่าที่เชิงเขาจิ่วเซียนอย่างไม่เคยย่อท้อ เพื่อทำให้ความฝันของลูกสาวผู้ล่วงลับ กลายเป็นจริง

เมื่อปี 2007 อี๋ว์จวนศึกษาวิชาเอกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานชีวภาพในประเทศนอร์เวย์ วันหนึ่งเธอโทรศัพท์ไปหานางซูผิงที่ประเทศจีน “แม่...แม่ หนูทำงานเก็บเงินได้มากพอแล้ว แม่มาเยี่ยมหนูนะ”

...ขณะที่สองแม่ลูกชาวจีนเดินเล่นไปตามถนนเลียบทะเลสาบท่ามกลางหมู่ต้นไม้เขียวขจีและสงบเงียบในนอร์เวย์ ลูกสาวถามขึ้นว่า “แม่รู้สึกได้ไหมว่าสิ่งดีที่สุดในนอร์เวย์คืออะไร” ผู้เป็นแม่คิดๆสักพักก็ตอบว่า “แม่ชอบป่านอร์เวย์” ลูกสาวตอบทันทีว่า “เราก็ยกป่านอร์เวย์กลับบ้านไปด้วยสิ...แม่”

เมื่อเรียนจบปริญญาเอก อี๋ว์จวนได้เดินทางกลับประเทศจีน มาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น นครเซี่ยงไฮ้

ไม่กี่ปีต่อมาอี๋ว์จวนล้มป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง และลาโลกไปในปี 2011 ในวัยเพียง 32 ปี ทิ้งสามี และลูกชายวัยไม่ถึงสองขวบไว้ข้างหลัง
นาง ซูผิง กำลังอ่านบันทึกของลูกสาว ชื่อว่า “ชีวิตที่ยังไม่บรรลุสมบูรณ์”《此生未完成》(แฟ้มภาพ ปี2017--ซินหวา)
อี๋วจวนได้ทิ้งบันทึกไว้เล่มหนึ่ง ชื่อว่า “ชีวิตที่ยังไม่บรรลุสมบูรณ์”《此生未完成》

นางซูผิงโศกเศร้าจิตใจสลาย รวบรวมเงินจากกองทุนเลี้ยงชีพได้กว่า 300,000 หยวน เดินทางกลับบ้านเกิดที่เมืองจี้หนิง มณฑลซันตง และเดินหน้าสืบสานความฝันปลูกป่าเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ของลูกสาว

เธอวางแผนปลูกป่าสาธารณะที่เชิงเขาจิ่วเซียน ซึ่งเป็นเขาหัวโล้น ในเมืองชีว์ฟู่ และได้ตั้งชื่อป่าผืนนี้ ว่า “นอร์เวย์ วู้ด”

ซูผิงเดินทางไปที่เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี ซื้อต้นกล้าพิสทาชิโอ 400,000 ต้น จากนั้นเธอก็เริ่มเพาะปลูกต้นพิสทาชิโอ แม้ต้นกล้าที่เธอสู้อุตส่าห์ลงแรงปลูก...ล้มตายไปต้นแล้วต้นเล่า ภายในหนึ่งเดือน ต้นกล้าที่ปลูกมีชีวิตรอดเพียงแค่ 30% แต่เธอกลับยิ่งมุมานะทุ่มเทแรงกายแรงใจ...ปลูกต้นไม้ขึ้นมาใหม่

ต้นพิสทาชิโอเป็นไม้ที่ทนทาน เจริญเติบโตแพร่พันธุ์อย่างไม่สิ้นสุด เหมือนกับลูกสาวของเธอที่ยิ้มรับโชคชะตาระหว่างเผชิญกับโรคร้าย ลูกเป็นเด็กสาวที่มองโลกในแง่ดี และเข้มแข็งที่สุด

ความทรหดอดทนของนางซูผิง เป็นที่กล่าวขานของชาวบ้านในละแวก จึงพากันติดตามซูผิงขึ้นไปที่ภูเขา ไปช่วยเธอเพาะปลูกต้นไม้

ต่อมาพวกเขาก็ได้เข้าใจว่า สิ่งที่ซูผิงทำนั้นเพื่อประโยชน์สุขของลูกหลาน เธอแจกจ่ายต้นไม้ให้แก่ผู้คน และยืนกรานที่จะไม่ขายต้นไม้ ซูผิงกล่าวพลางยิ้มว่า “ต้นกล้าแต่ละต้นคือชีวิตของลูกสาว การได้ปลูกต้นเหมือนการได้ต่อชีวิตลูกสาวต่อไปเรื่อยๆ ทุกคนมาช่วยฉันเพาะเลี้ยงต้นกล้าจนกลายป่าผืนใหญ่ การแจกจ่ายต้นไม้ให้ไปเจริญเติบโตในที่อื่นๆ สร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน ไม่ดีกว่าหรือ?”

7 ปี มานี้ เรื่องราว “ป่านอร์เวย์” ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ และดึงดูดอาสาสมัครนับแสนคนแวะเวียนมาช่วยซูผิงปลูกป่าผืนนี้ ขณะนี้ “ป่านอร์เวย์” ขยายพื้นที่ถึง กว่า 10,000 มู่ หรือราวกว่า 4,000 ไร่ (1 ไร่ไทย เท่ากับ 2.4 มู่)
ภาพ อี๋วจวน อาจารย์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น เซี่ยงไฮ้ ผู้จากไปเมื่อปี 2011
“แม้ว่าอี๋ว์จวนได้จากไปแล้ว เธอก็ยังอยู่กับฉันชั่วนิรันดร์ ขณะที่ฉันปลูกต้นไม้ เหมือนดั่งลูกกำลังปลูกต้นไม้

“หากฉันตายไป ก็จะบริจาคป่านอร์เวย์แห่งนี้ มันเป็นความปรารถนาของลูกสาวฉันด้วยเช่นกัน”

“ลูก...แม่ได้ช่วยลูก ยกป่ากลับบ้านเราแล้ว”

แปล/เก็บความจาก กลุ่มสื่อจีน
สื่อจีน “ซันตงซางเป้า” (山东上报商报) ติดตามการปลูกป่าของซูผิง ที่ปีนี้ล่วงเข้าปีที่ 7
นางซูผิง ลุยปลูกป่าเพื่อสร้างฝันของลูกสาวให้เป็นจริง(แฟ้มภาพ ปี2017--ซินหวา)
ซูผิงหาบน้ำไปรดน้ำต้นกล้าที่เธอปลูกบนเขาที่เป็นพื้นที่เสื่อมโทรม (แฟ้มภาพ ปี2017--ซินหวา)
นาง ซูผิง (ซ้าย) และเพื่อบ้าน ช่วยกันลงต้นกล้าที่เชิงเขาจิ่วซัน (แฟ้มภาพ ปี2017--ซินหวา)
ภาพ บริเวณ “ป่านอร์เวย์” ที่ซูผิงและเพื่อนบ้าน อาสาสมัครช่วยกันปลูก ที่เชิงเขาจิ่วซัน เมืองชีว์ฟู่   มณฑลซันตง (แฟ้มภาพ ปี2017--ซินหวา)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...