xs
sm
md
lg

เตรียมประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยกอำนาจสีจิ้นผิง ใหญ่เทียบเหมาเจ๋อตง ศตวรรษ21

เผยแพร่:

อดีตประธานาธิบดีจีน หู จิ่นเทา (ขวา) และ ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง โบกมือให้กับผู้แทนประชาชนในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2555 โดยสี จิ้นผิงได้รับแต่งตั้งให้ห้เป็นเลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน คนใหม่ (ภาพไชน่าเดลี/รอยเตอร์ส)
เอเชียนิเคอิ รายงาน (5 ต.ค.) ว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ครั้งประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนครั้งที่ 18 ซึ่ง สี จิ้นผิง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน คนใหม่ เขาได้ขยายอำนาจบริหารของรัฐบาลอย่างมาก เสริมสร้างจุดยืนทางการเมืองของตนด้วยการดำเนินนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างแข็งกร้าว กวาดล้างผู้ฉ้อฉลตั้งแต่มหาเศรษฐีพันล้าน, สมาชิกพรรค และเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นจำนวนมาก

นอกจากนี้ สี จิ้นผิงยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกลางการทหารแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ควบคุมกองทัพปลดปล่อยประชาชน สี จิ้นผิงขยายอิทธิพลในการบริหารเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว พร้อมกันกับการเสริมสร้างเกราะกำบังความมั่นคงแห่งรัฐด้วยการจำกัดเสรีภาพทางข้อมูลข่าวสาร

บรรดานักวิเคราะห์ตะวันตก ได้จับตามองดูการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนครั้งที่ 19 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ว่า ผู้นำสี จิ้นผิง ในวัย 64 ปี จะขยายอำนาจของเขาไปเพียงไร เพื่อยืดเวลาการปกครองของตนไปสู่สมัยที่สาม ในการประชุมพรรค ปีพ.ศ. 2565 โดย วิลลี ลัม ผู้เชี่ยวชาญจีน จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า สี จิ้นผิง ยังไม่รีบร้อนในการเลือกผู้สืบทอดอำนาจตน

รายงานระบุว่า หากสี จิ้นผิงประสบความสำเร็จในการประชุมสมัชชาฯ นี้ อำนาจของเขาจะมากในการดูแลสร้างชาติจีนยุคใหม่ ตามอุดมคติ "ความฝันจีน" ซึ่งเปรียบเหมือน "การฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่ของชาติจีน" ซึ่งมีจุดมุ่งหมายยกสถานะจีนเป็นมหาอำนาจโลก

ในการทำงานสมัยแรก สี จิ้นผิง ประสบความสำเร็จในระดับปานกลาง สามารถก้าวเทียบตำแหน่งถ่วงดุล จัดระเบียบโลกใหม่กับสหรัฐอเมริกา ด้วยการผลักดันก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank) ให้เป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือไปจากสถาบันเดิมๆ อย่างธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และธนาคารโลก

สี ดำเนินนโยบายริเริ่มเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยการทุ่มทุนกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไปยังกลุ่มชาติกำลังพัฒนาตลอดเส้นทางสายไหม แสวงโอกาสและความร่วมมือใหม่ๆ อีกทั้งเป็นยุทธศาสตร์รับมือกับการต่อต้าน กีดกันทางการค้าของผู้นำสหรัฐคนใหม่ นายโดนัลด์ ทรัมป์

ไชน่าเดลี รายงานว่า มีคำสำคัญทางเศรษฐกิจมากมายที่เกิดขึ้น และพัฒนาในช่วง 5 ปี ของสี จิ้นผิง (พ.ศ.2555-2560) ได้แก่
1. นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)
2. เปิดขยายเขตเศรษฐกิจ (Free Trade Zone)
3. ก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (AIIB)
4. นโยบายผู้ประกอบการขนาดใหญ่และนวัตกรรมแห่งชาติ (Mass entrepreneurship and innovation)
5. แผนปฏิบัติการมุ่งหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล (Internet Plus)
6. การปฏิรูปด้านอุปทาน (Supply-side reform)
7. การผลักดันเงินหยวนสู่สากล (Renminbi's internationalization)
8. ยุทธศาสตร์การสร้างประเทศให้แข็งแรงด้วยอุตสาหกรรมการผลิต (Made in China 2025)
9. ยุทธศาสตร์ ด้านการเชื่อมโยงภาคการเงิน (Financial connectivity)
10. เนรมิต 'เขตเศรษฐกิจพิเศษ' ด้านเทคโนโลยี (Xiongan New Area)

เหล่านี้ คือยุทธศาสตร์เชิงรุกสำคัญของจีนใหม่ และยังเป็นเหมือนงานที่รอผู้นำสี จิ้นผิงทำให้เป็นจริง ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี และยากจะหาผู้ใดที่เหมาะสมมารับสืบทอดงานในช่วงเร็ววันนี้ การประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 19 ที่เริ่มต้นในวันที่ 18 ตุลาคม นี้ จึงเชื่อว่าผู้นำจีน จะได้รับความเห็นชอบในการดำรงตำแหน่งสูงสุดต่อไป พร้อมจัดวาง-ขยายอำนาจบริหารเพิ่มขึ้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้นำที่บารมีในการสร้างจีนใหม่เทียบเท่ากับ ผู้นำในอดีตอย่าง เหมาเจ๋อตง กับเติ้งเสี่ยวผิง
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...