xs
xsm
sm
md
lg

จีนสร้างชาติอย่างไร ? (5)

เผยแพร่:   โดย: สันติ ตั้งรพีพากร

ปัจจุบัน คนจีนสร้างชาติ มี “ทุน”สำคัญยิ่งยวดอยู่อย่างหนึ่งคือ “เคารพความจริง” ในทางปฏิบัติก็คือ พยายามทุกวิถีทางในการ “เข้าถึง”กฎเกณฑ์ภายในที่กำหนดกระบวนการขับเคลื่อนของความเป็นจริง แล้วกำหนดแนวทางเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นจริงอยู่นั้นไปในทิศทางที่มันควรจะเป็น
“ทุน”ที่ว่านี้ พวกเขาสั่งสมขึ้นมาจากประสบการณ์ตรงของการเคลื่อนไหวปฏิวัติและพัฒนาประเทศในรอบเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ทุกครั้งที่พวกเขายึดมั่นในความเป็นจริง ทุกอย่างเริ่มจากความเป็นจริง ก็จะเข้าถึงกฎเกณฑ์ภายในที่กำหนดกระบวนการขับเคลื่อนของความเป็นจริง เกิดความ “สว่าง”ทางปัญญา มองเห็นปมปัญหาหรือความขัดแย้งหลักที่จะต้องแก้ไข สามารถกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาปมเงื่อนนั้นได้อย่างถูกต้อง
จากนั้น พวกเขาจึงอยู่ในฐานะเป็นแกนนำ สามัคคีบุคคลและกลุ่มบุคคล รวมทั้งมวลชนอันกว้างใหญ่ไพศาล ดำเนินการปฏิบัติเปลี่ยนแปลงสังคม (ดำเนินการปฏิวัติในช่วงปฏิวัติ และดำเนินการพัฒนาในช่วงพัฒนา) ขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาของประเทศจีนไปสู่อนาคตทีละขั้นๆ ตามความเป็นไปได้ทางภววิสัยซึ่งก็คือตามการเอื้ออำนวยของปัจจัยและเงื่อนไขต่างๆทั้งภายในและภายนอก และความรู้ความสามารถหรือพลังทางอัตวิสัยของ “คน” จีนเอง
ณ วันนี้ ดูเหมือนคนจีนทั่วไป ไม่เพียงแต่คณะผู้นำหรือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น ได้ตระหนักถึง “ทุน”ที่พวกเขามีอยู่กันถ้วนหน้า มีความพร้อมและสามารถแสดงบทบาท “ร่วมส่วน”ในขบวนการขับเคลื่อนประเทศจีนไปสู่อนาคตที่ดีกว่าตามสถานภาพที่เป็นจริงของตน นั่นคือ รับรู้และเข้าใจในแนวคิดทฤษฎีชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำเสนอสู่สังคมในแต่ละขั้นตอนของการพัฒนา สามารถปรับแนวคิด ระบบวิธีการทำงานได้ทัน สามารถแสดงบทบาท “ร่วมส่วน”ในการปฏิบัติภารกิจใจกลางในการขับเคลื่อนประเทศจีนไปสู่อนาคตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หากทุกอย่างสามารถดำเนินไปในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ ประเทศจีนก็จะมีความเจริญรุดหน้าในทุกๆด้าน คนจีนก็จะมีความสุขสมบูรณ์ถ้วนหน้า เป็นที่ยอมรับของชาวโลกถึงความล้ำเลิศของระบอบสังคมนิยม หรือสังคมนิยมเอกลักษณ์จีน
จึงพอสรุปได้เป็นเบื้องต้นว่า การเคารพความเป็นจริงของพวกเขา นำมาซึ่งการมี “ส่วนร่วม”ของปวงประชามหาชนในการปฏิวัติสังคมหรือพัฒนาประเทศ
ด้วย “จุดยืน”นี้ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน จึงสามารถระดมปัจจัยเป็นคุณทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมดำเนินการปฏิวัติหรือพัฒนาประเทศในแต่ละห้วงหรือแต่ละขั้นตอนของการปฏิวัติหรือพัฒนา
ทั้งนี้ เป็นไปตาม “ทัศนะ”พื้นฐานของพวกเขาที่ว่า “มวลชนเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์” การเปลี่ยนแปลงใดๆจะเกิดขึ้นได้และสำเร็จได้ก็ด้วยการเข้าร่วมเป็น “เจ้าภาพ”ของมวลชน อีกนัยหนึ่ง ก็คือให้มวลชนแสดงบทบาทของความเป็น “เจ้าภาพตัวจริง”ในการขับเคลื่อนประวัติศาสตร์
โดยนัยนี้ “ทุน”ของพวกเขา จึงบวกเอา “อาศัยมวลชน”เข้าไปด้วย (เสมอ)
นั่นคือไม่เพียงแต่ “เคารพความจริง” (ในทางปฏิบัติก็คือ “หาสัจจะจากความเป็นจริง”) เท่านั้น แต่ต้อง “อาศัยมวลชน” (ในทางปฏิบัติก็คือ “ดำเนินแนวทางมวลชน”)ด้วย
นั่นคือ พวกเขาไม่เพียง “เคารพความจริง” เท่านั้น แต่ยัง “เคารพมวลชน”อีกด้วย
ด้วย “จุดยืน”ดังกล่าว มันจึงเป็นหลักประกันเบื้องต้น ให้พวกเขากระทำการสำเร็จลุล่วงไปได้เป็นอย่างดี ในทุกขั้นตอนของการปฏิวัติและพัฒนา
กระนั้น ในทางปฏิบัติ การเคารพมวลชน อาศัยมวลชน บนฐานทัศนะที่ว่ามวลชนคือวีรชนที่แท้จริง เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ และ(จึง)เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงในระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตนเอง หลุดพ้นจากความเป็นผู้ถูกกดขี่ขูดรีดอย่างแท้จริง ฯลฯ ก็ต้องตั้งอยู่บนฐานของการ “เคารพความจริง” โดยคำนึงถึงขั้นตอนของการปฏิวัติและพัฒนา ซึ่งก็คือจะต้องเริ่มจากความเป็นจริงของมวลชนเอง ว่าพวกเขามีความพร้อมที่จะแสดงบทบาทของความเป็นเจ้าภาพในลักษณะใด จากนั้น ไปกำหนดแนวทางการปฏิบัติสำหรับระดมพลังมวลชนอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เข้า “ร่วมส่วน”การขับเคลื่อนสังคมจีน
เช่นในห้วงการปฏิวัติ มวลชนปฏิวัติแสดงบทบาทของความเป็นเจ้าภาพในรูปของนักรบ เป็นทหารลูกหลานประชาชนภายใต้การนำของพรรคฯ โรมรันห้ำหั่นกับศัตรู เป็น “ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก”ของขบวนการปฏิวัติ เป็นที่พึ่งของผู้ปฏิบัติงานของพรรค ฯลฯ ในห้วงของการพัฒนา มวลชนแสดงบทบาทความเป็นเจ้าภาพในรูปของพลังการผลิต พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิตในทุกๆด้าน
ในทุกขั้นตอนของการปฏิวัติและพัฒนาประเทศ มวลชนมักจะแสดงออกถึง “อัจฉริยภาพ” ในด้านต่างๆออกมา เป็นแหล่งที่มาอันอุดมของสติปัญญาสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ผู้ปฏิบัติงานของพรรค รวมทั้งผู้นำพรรคจะต้องให้ความสำคัญ การสำรวจค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์วิจัย ในสิ่งที่มวลชนปฏิบัติอยู่จึงถูกกำหนดให้เป็นวิธีการทำงานพื้นฐานของชาวพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือที่เรียกว่าแนวทางมวลชน
นั่นคือ “มาจากมวลชน กลับสู่มวลชน” เก็บรวบรวม ประมวลอัจฉริยภาพของมวลชนในท่ามกลางการเคลื่อนไหวปฏิวัติพัฒนาของมวลชน แล้ววิเคราะห์แยกแยะ กลั่นกรอง ทิ้งกากเอาแก่น ประมวลและสังเคราะห์ขึ้นมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ กระทั่งพัฒนา(นวัตกรรม)ขึ้นเป็นแนวคิดทฤษฎีใหม่ สำหรับใช้ชี้นำมวลชนทำการเคลื่อนไหวปฏิวัติพัฒนาในขั้นใหม่ต่อไป
ด้วยเหตุนี้ ชาวพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยเฉพาะคือผู้นำในระดับขั้นต่างๆ จะต้อง “เดินแนวทางมวลชน”อย่างเสมอต้นเสมอปลาย อยู่ในท่ามกลางมวลชน ไม่ทำตัวเหินห่างจากมวลชน ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็คือการ “ถือเอาคนเป็นฐาน” ในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ นั่นคือ มุ่งให้ประชาชนชาวจีนทั้งประเทศเป็นเจ้าภาพในการพัฒนา และเป็นผู้เสวยผลของการพัฒนาอย่างแท้จริง
จึงพอจะสรุปได้อีกว่า ด้วยจุดยืน “เคารพความจริง” “เคารพมวลชน” และ “เดินแนวทางมวลชน” พรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงพัฒนาการรับรู้ในความเป็นสังคมนิยมของตนได้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ สามารถเข้าถึง “แก่นแท้สังคมนิยม” และความเป็น “สังคมนิยมขั้นปฐม”ของประเทศจีนได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับความเป็นจริง สามารถกำหนดภารกิจใจกลาง จัดวางกำลังคน ระดมปัจจัยเป็นคุณทั้งในและต่างประเทศมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ดำเนินการพัฒนาประเทศได้เป็นผลสำเร็จได้ในทุกขั้นตอน ประชาชนได้รับผลพวงของการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆอย่างเป็นรูปธรรม มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นผิดหูผิดตา เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งในสายตาชาวโลก
“ทุน” ที่คนจีนมี หรือ “มรรค”ที่ชาวพรรคคอมมิวนิสต์ค้นพบ ที่สำคัญยังมีอีกมาก แต่ที่เป็น “รากเหง้า”จริงๆ ก็คือสิ่งที่ผู้เขียนได้สรุปไว้ข้างต้น
การขับเคลื่อนใดๆของพวกเขา เมื่อใดที่ดำเนินไปตามนี้ ก็จะประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายได้เสมอ ตรงกันข้าม ทุกครั้งที่พวกเขาดำเนินการผิดเพี้ยนไปจากนี้ ก็จะประสบกับปัญหาอุปสรรค กระทั่งล้มเหลวได้เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ตรงที่พวกเขาได้ทั้งในห้วงของการปฏิวัติและพัฒนา ได้ยืนยันใน “สัจธรรม”นี้แล้ว
ดังนั้น ในการอบรมบ่มเพาะผู้ปฏิบัติงานของพรรคฯและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับชั้น จึงหนีไม่พ้นการปลูกฝังจุดยืน ทัศนะ วิธีการ บนฐานของการ “เคารพความจริง” “เคารพมวลชน” และ “เดินแนวทางมวลชน” ทำให้การทำงานของบุคลากรเหล่านั้นเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับความเรียกร้องต้องการของประชาชนตั้งแต่ต้นจนจบ
ผู้ที่ทำได้ดีกว่าก็จะมีผลงานโดดเด่นกว่า โอกาสที่จะได้รับการเลือกเลื่อนให้รับงานที่สำคัญกว่าหรือตำแหน่งงานที่สูงกว่าก็มาก พรรคฯและรัฐบาลจีนก็จะประกอบไปด้วยบุคลากร “เลือดใหม่”ที่เข้มข้น สามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับของมวลชนได้ในทุกขั้นตอน
จึงพอมองเห็นได้ไม่ยากว่า ความสำเร็จของการพัฒนาประเทศของจีน ที่ดำเนินมาได้อย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ และมีแนวโน้มดำเนินต่อไปอีกหลายทศวรรษ ก็เพราะพวกเขามีแนวคิดที่ตั้งอยู่บนฐานของการ “เคารพความจริง” “เคารพมวลชน” และวิธีการทำงานแบบ “เดินแนวทางมวลชน” จึงสามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับความเรียกร้องต้องการของประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่ สามารถระดมปัจจัยที่เป็นคุณทั้งหลายทั้งปวง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาในแต่ละขั้นตอนได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
คิดแบบไทยๆ มันก็คือที่มาของ “สัมมาปัญญาอันอุดม” นั่นเอง

-----------------------------------
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...