xs
xsm
sm
md
lg

สังคมนิยม – เครื่องมือสร้างชาติ (36)

เผยแพร่:   โดย: สันติ ตั้งรพีพากร

ขอมองพัฒนาการสังคมมนุษย์ตามการตื่นรู้ของมนุษย์ ที่สามารถเข้าถึงหรือใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
ก็จะพบว่า บนเส้นทางการพัฒนาของมนุษยชาติ สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ตามการพัฒนาก้าวหน้าของพลังการผลิต มีรูปแบบวิธีการผลิตและความสัมพันธ์ทางการผลิตที่สลับซับซ้อน ทับทวียิ่งขึ้น นำไปสู่การจัดระเบียบ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ปฏิรูป หรือกระทั่ง “ปฏิวัติ”อย่างไม่หยุดยั้ง ตามภาวะความรับรู้และระดับความนึกคิด และการสั่งสมทาง “ปัญญา”ของคนเรา ที่ดำเนินไปในท่ามกลางการขับเคลื่อนของสังคมในระดับองค์รวมในแต่ละยุคสมัย
มองเป็นสายๆ สืบย้อนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในท่ามกลางการคลี่คลายสยายกลีบของดอกไม้แห่งอารยธรรมมนุษยชาตินั้น มนุษยชาติเรียนรู้ที่จะทำการจัดระเบียบ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ปฏิรูป หรือ “ปฏิวัติ” รูปแบบวิธีการผลิต และความสัมพันธ์ทางการผลิตได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การผลิตมีความเป็นแบบสังคม คือสมาชิกสังคมมีส่วนร่วมในการผลิตที่มีการแบ่งงานกันอย่างสลับซับซ้อน เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการที่คำนึงถึงความเป็นคนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เพื่อบรรลุสู่ความมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิต สามารถผลิตได้มาก ดี และประหยัด สนองตอบความต้องการของสมาชิกสังคมโดยรวมได้เหมาะเหม็งและทั่วถึงยิ่งขึ้น
สมาชิกสังคมมีสถานภาพทั้งเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้บริโภคเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ สำนึกและตระหนักในหน้าที่ของตนเองในทางการผลิต และสิทธิของตนเองในทางบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ
บนฐานนี้ สังคมหนึ่งใดสามารถจัดระเบียบ ความสัมพันธ์ทางการผลิต กฎเกณฑ์กติกาสังคมได้ดี เอื้ออำนวยให้สมาชิกสังคมสามารถทำหน้าที่ในการผลิตและใช้สิทธิในการบริโภคได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะยังความพึงพอใจสูงสุดแก่สมาชิกสังคม
การจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางการผลิต กฎเกณฑ์กติกาสังคมได้อย่างสอดคล้องกับระดับความก้าวหน้าของพลังการผลิตในสังคม จึงเป็นความจำเป็นสูงสุดของการบริหารกิจการสาธารณะในทุกยุคทุกสมัย แม้ในยุคทาส ยุคศักดินา เมื่อใดที่ผู้ครองรัฐใช้อำนาจในกรอบแห่งธรรม มีความเป็น “ธรรมาธิปไตย” แม้โภคทรัพย์ส่วนใหญ่จะถูกผูกขาดเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้ครองรัฐ ก็จะยังความพอใจให้แก่ประชาราษฎรได้พอควร ตรงกันข้าม หากการจัดการเป็นไปอย่างปราศจากความเป็นธรรม ก็จะนำไปสู่ความไม่พอใจและเกิดกลียุค
ฉันใดฉันนั้น ในยุคทุนนิยมที่การผลิตก้าวหน้ากว่ามาก เมื่อมนุษย์สามารถประดิษฐ์เครื่อง
จักรกลดำเนินการผลิต ทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากการใช้แรงงานกายทำการผลิตเป็นเบื้องต้น และเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคการใช้ความรู้ดำเนินการผลิต สมาชิกสังคมหูตาสว่างขึ้นกว่าทุกยุคทุกสมัย การบริหารจัดการให้เป็นไปด้วยความเป็นธรรม จึงจำเป็นยิ่งกว่ายุคใดๆ
อย่างไรก็ดี จากข้อเท็จจริงที่ผ่านมา การจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางการผลิตโดยผู้ครองอำนาจตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังมีจุดบกพร่องตั้งแต่เริ่มต้น ไม่เอื้อต่อการพัฒนาก้าวหน้าถึงที่สุดของสังคมมนุษย์ นั่นคือ อำนาจกระจายโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นจากการผลิตยังคงถูกผูกขาดอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยของสังคม ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตของสังคม ทั้งที่ดิน เงินทุน เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตราคาแพง ตลอดจนทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีการกระจายโภคทรัพย์และความมั่งคั่งอันเกิดขึ้นจากการผลิตที่ทันสมัย เพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่
สังคมในอดีตจึงเป็นสังคมแยกขั้วในตัวเอง โภคทรัพย์และความมั่งคั่งถูกรวบไปอยู่ในกรรมสิทธิ์ของคนกลุ่มน้อยในสังคม การผลิตยิ่งก้าวหน้า โภคทรัพย์ยิ่งมาก การแยกขั้วก็ยิ่งชัดเจน
ทุนนิยมจึงเป็นสังคมแยกขั้ว คนรวยมีอยู่กระจุกเดียว ที่เหลือเป็นคนจนกระจายไปทั่วทั้งสังคม และทั่วโลกในยุคที่ทุนนิยมครองโลก
นี่คือสาเหตุสำคัญที่สุดของความขัดแย้งทางชนชั้น ระหว่างชนชั้นผู้ใช้แรงงานกับชนชั้นนายทุน ระหว่างคนจนกับคนรวย และระหว่างประเทศที่ร่ำรวยกับประเทศที่ยากจน เป็นต้นเหตุของความไม่สงบและไม่ปลอดภัยในสังคมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นสาเหตุเบื้องต้นประการหนึ่งของลัทธิก่อการร้ายสากล
ว่ากันตามจริง การดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่งของระบอบทุนนิยม มาจากเหตุปัจจัยใหญ่สองประการ คือ ความก้าวหน้าของพลังการผลิตอันเกิดจากการนวัตกรรมใหม่ๆ และการจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางการผลิต กฎเกณฑ์กติกาใหม่ๆอยู่เนืองๆ รวมถึงการรณรงค์เผยแพร่ค่านิยม “เสรี”สุดขั้วไปทั่วทั้งโลก โดยรัฐทุนนิยมชั้นนำของโลกอยู่ในฐานะที่จะใช้อำนาจอิทธิพลบีบบังคับหรือโน้มน้าวให้ประเทศต่างๆ ปฏิบัติไปในทางสนองตอบความต้องการของกลุ่มทุนผูกขาดในด้านต่างๆอยู่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มประเทศสังคมนิยมในยุโรปตะวันออกและอดีตสหภาพโซเวียต เลิกล้มการปกครองในระบอบสังคมนิยม ฟื้นการปกครองระบอบทุนนิยมในทันทีทันใด อำนาจรัฐตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนผูกขาดแทบจะในพริบตาเดียว เมื่อนั้น โลกทั้งใบก็แทบจะสยบอยู่แทบเท้ากลุ่มทุน
แต่ระบอบทุนนิยมก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ว่า มีความชอบธรรมที่จะธำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ เพราะข้อบกพร่องเบื้องต้นดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังดำรงอยู่ในฐานะ “หัวใจ”ของระบอบทุนนิยม จำเป็นจะต้องเปิดทางให้แก่ระบอบสังคมที่ก้าวหน้ากว่า ที่เรียกกันว่าระบอบสังคมนิยม โดยปัจจุบันก็คือประเทศจีน
จีนในระบอบสังคมนิยม ยืนหยัดฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมาได้ด้วยการดำเนินการปฏิรูป พัฒนาประเทศให้ทันสมัย ปัจจุบัน อำนาจรัฐยังคงอยู่ในมือของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้ปวารณาตนเป็นตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชาวจีนทั้งมวล ยึดมั่นในอุดมการณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศจีนในระบอบสังคมนิยมต่อไป ตามแนวคิดปรัชญาลัทธิมาร์กซ์ที่ว่า ระบอบสังคมนิยม ที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เป็นเจ้ากรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตร่วมกันโดยพื้นฐาน เอื้อต่อการจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางการผลิตที่ดีกว่า ที่จะอำนวยให้เกิดการปลดปล่อยพลังการผลิตและพัฒนาพลังการผลิตได้มากยิ่งกว่าในระบอบทุนนิยม และสามารถกระจายโภคทรัพย์และความมั่งคั่งของสังคมให้แก่สมาชิกสังคมได้ทั่วถึง ตอบสนองความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ได้ยิ่งกว่าในระบอบทุนนิยม
แต่ด้วยคำนึงถึงสภาวะเป็นจริงของประเทศจีน ที่ยังล้าหลังมากในทุกๆด้านเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐทุนนิยมโลก และจากการสรุปบทเรียนความล้มเหลวในการสร้างสรรค์ระบอบสังคมนิยมของกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกและอดีตสหภาพโซเวียต พรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้ใช้อำนาจบริหารประเทศ จึงได้ดำเนินการปฏิรูปอย่างทั่วด้าน โดยพัฒนาระบบเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยมขึ้นมา เชื่อมโยงเศรษฐกิจจีนเข้ากับเศรษฐกิจโลก ดำเนินการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย สร้างความพร้อมสำหรับการอยู่ร่วมกันกับโลกทุนนิยมในระยะยาว
การพัฒนาระบบเศรษฐกิจตลาด ย่อมนำไปสู่การเกิดขึ้นของนายทุนและกลุ่มทุน แต่ภายใต้กรอบอำนาจรัฐสังคมนิยม นายทุนและกลุ่มทุนมีสถานภาพเพียงองค์ประกอบหนึ่งของ “ผู้ใช้แรงงาน”ในการพัฒนาประเทศจีนให้ทันสมัย สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบอบสังคมนิยมจีน แม้นายทุนและกลุ่มทุนจะมีกรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิต มุ่งทำกำไร มีอำนาจจัดสรรโภคทรัพย์ในส่วนที่ตนเป็นเจ้าของตามตัวบทกฎหมาย แต่ไม่มีอำนาจรัฐ ไม่สามารถใช้อำนาจรัฐจัดสรรโภคทรัพย์เหนือสังคมจีน และต้องดำเนินธุรกิจไปตามแนวนโยบายของรัฐบาล ร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่รัฐสังคมนิยมจีน
โดยภาพรวม นายทุนและกลุ่มทุนในระบอบสังคมนิยมจีน จึงมีสถานภาพเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีนโดยรวม โภคทรัพย์ที่เกิดขึ้น ความมั่งคั่งที่เกิดขึ้น ถูกกระจายตัวเข้าสู่สังคมรวมตามระบบและกลไกในระบอบสังคมนิยม สนองตอบต่อความเรียกร้องต้องการของประชาชนชาวจีนทั้งประเทศ มากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ เมื่อแยกแยะองค์ประกอบของกลุ่มทุนในระบอบสังคมนิยมจีน จะพบว่า กลุ่มทุนที่เป็นทุนของรัฐ ทุนของรวมหมู่ มีสัดส่วนสูงมาก อยู่ในฐานะเป็น “เสาหลัก”ของกลุ่มทุนจีนบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติของจีนส่วนใหญ่เป็นของรัฐและของรวมหมู่ ดำเนินกิจการที่มีความสำคัญต่อพัฒนาประเทศ เช่น พลังงาน และการสื่อสารคมนาคม ซึ่งรัฐบาลจีนมีนโยบายและยุทธศาสตร์ระยะยาว ส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทเหล่านี้พัฒนาใหญ่โต มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็เล็งเห็นความสำคัญของทุนเอกชน ที่เป็นทุนขนาดเล็กและกลาง (SME) ถือกำเนิดขึ้นบนเนื้อดินของเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยม กำหนดแผนส่งเสริมสนับสนุนให้พัฒนาเติบใหญ่ไปทั่วทุกหัวระแหง สามารถซึมซับแรงงานในชนบท และสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
ทั้งหมดนั้น จะยังผลให้การพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศจีน ขยายตัวเติบใหญ่อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ค่อยๆแสดงออกถึงจุดแข็งหรือความล้ำเลิศของระบอบสังคมนิยมทั้งทางการผลิตและการจัดสรรโภคทรัพย์ของสังคมรวม เมื่อเปรียบเทียบกับระบอบทุนนิยม

-----------------------
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...